สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๘

กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี เสนอแนวทางเพิ่มผลผลิตข้าวและพัฒนาอุตสาหกรรมพันธุ์ข้าวในจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีแนวคิดพัฒนาท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมข้าวพันธุ์พื้นเมือง

นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรครับ กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคประชาชน วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านเศรษฐกิจ ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างโดยกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นขอชื่นชมคณะกรรมาธิการ ท่านประธานกรรมาธิการ ดอกเตอร์สิทธิพลและ คณะทำงานที่ทำรายงานฉบับนี้อย่างสมบูรณ์แบบนะครับ ผมขอเริ่มด้วยจากหน้า ๓๔ แล้วถ้าสไลด์พร้อมแล้วเชิญนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

แม้ว่าดัชนี GPP ของจังหวัด นครสวรรค์จะมีมูลค่าสูงถึง ๑๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๕ มากเป็นอันดับ ๓ ของ ภาคเหนือ เป็นอันดับที่ ๒๘ ของประเทศไทย แต่ดัชนีพื้นฐานที่ทางกรรมาธิการได้นำมาชี้วัด ในครั้งนี้ก็คือดัชนีพื้นฐานเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ SEFI ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดนครสวรรค์ กลับรั้งท้าย ๙ จังหวัดเป็นรองเพียงจังหวัดตาก เริ่มจากจังหวัดที่มีค่ามากที่สุดมีความพร้อม มากที่สุดจากรายงานฉบับนี้คือ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุทัยธานี กำแพงเพชร สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์และรั้งลงท้ายด้วยจังหวัดตาก ข้อมูลนี้น่าสนใจครับเป็นดัชนีใน ๘๘ รายการ ใน ๖ กลุ่ม ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานสาธารณสุข การศึกษา เสถียรภาพทาง เศรษฐกิจและความท้าทายทรัพยากรมนุษย์และสิ่งแวดล้อมนะครับ หากในเชิงเปรียบเทียบ ก็คงต้องมาดูว่าเราจะพัฒนาพื้นที่ของเราอย่างไร ผมขอพูดถึงเรื่องการบริหารจัดการน้ำ จังหวัดนครสวรรค์ครับ เป็นที่ทราบดีครับนครสวรรค์เป็นพื้นที่ที่ปลูกข้าวเยอะที่สุด มีการ ส่งออกเยอะที่สุด แล้วก็มีพี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากที่สุดด้วยเช่นกันจากราคาข้าว ที่ตกต่ำในช่วงนี้ เราทราบกันดีครับจากดัชนีการแข่งขันของไทยเรา ปี ๒๕๖๖ ทั่วโลก มีผลผลิตของโลกสูงถึง ๗๓๙ กิโลกรัมต่อไร่ แต่ประเทศไทยสูงเพียง ๔๕๗ กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่เวียดนามอยู่ที่ ๙๗๑ กิโลกรัมต่อไร่ เราต้องทำให้ผลผลิตต่อไร่เราเพิ่มขึ้นให้ได้หนึ่ง ในนั้นก็คือเรื่องการจัดการน้ำ จังหวัดนครสวรรค์อยู่ใน ๕ ลุ่มน้ำครับ ก็คือเจ้าพระยา ปิง วัง ยม น่าน และสะแกกรัง มีพื้นที่เกษตรกว่า ๔.๖ ล้านไร่ มีพื้นที่ปลูกข้าวเกือบ ๓ ล้านไร่ แล้วก็มีพื้นที่ชลประทานเพียง ๕๐๔,๐๐๐ ไร่ หรือเพียง ๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หากมีการ จัดการน้ำที่ดีกว่านี้ มีพื้นที่ชลประทานที่มากกว่านี้เชื่อเหลือเกินว่าจะมีการพัฒนาในเรื่องของ ผลผลิตข้าวต่อไร่ให้มากขึ้นให้ได้นะครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ ขอยกตัวอย่างนะครับ ก็คือผู้ประกอบการ ๒ กลุ่ม อุตสาหกรรมก็คือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมพันธุ์ข้าวในนี้ก็คือโรงเรียนชาวนานคร นครสวรรค์ กลุ่มนี้เป็นนักพัฒนาสายพันธุ์ข้าวเขาลงรายละเอียดถึงความพิเศษของข้าว พื้นเมืองว่าอยู่ตรงความทนทานต่อโลก ทั้งยังเติบโตในสภาพอากาศในท้องถิ่นทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีในการดูแลข้าวนะครับ สายพันธุ์พื้นเมืองของนครสวรรค์มีทั้งข้าวนาปีและข้าวนาปรัง เป็นที่ทราบกันดีครับ นครสวรรค์ปลูกข้าวนาปีและนาปรัง แล้วก็ข้าวเกยไชยชื่อดังของโรงเรียนชาวนาแห่งนี้ ได้ปรับปรุงเพิ่มรสชาติคล้าย ๆ กับข้าวหอมมะลิ มีความหนุ่ม ทานอร่อย มีอายุเก็บเกี่ยวที่สั้น เพียง ๙๕-๑๐๐ วันสามารถปลูกได้ตลอดปี ทั้งนาปีและนาปรัง แล้วก็ข้าวที่สร้างชื่อเสียงก็คือ ข้าวช่อราตรี ข้าวนิลสวรรค์ แล้วก็ชำมะเลียงแดง อีกผู้ประกอบการรายหนึ่งเป็นวิสาหกิจ ชุมชนพีรพัฒน์ฟาร์มครับ ผมได้ลงพื้นที่กับทางหัวหน้าพรรค คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไปพบกับผู้ประกอบการที่นำเปลือกทุเรียนมาผสมกับจุลินทรีย์มาเลี้ยงโคในฟาร์มวากิวของเขา แล้วเขาพัฒนาต่อยอดทำแบรนด์ที่ชื่อว่า Do BEEF เพื่อสร้างมูลค่า นี่เป็น ๒ ตัวอย่าง ขอพูด ถึงสิ่งที่ในรายงานฉบับนี้อาจจะยังไม่พูดกันนัก ก็คือเรื่องการท่องเที่ยวครับ จังหวัด นครสวรรค์เป็นพื้นที่หลายคนบอกว่าเมืองผ่าน จริง ๆ เป็นพื้นที่ที่น่าท่องเที่ยวมีสถานที่หลาย ที่น่าสนใจมากครับ ไม่ว่าจะเป็นบึงบอระเพ็ด พาสาน เขาหน่อ เขาแก้ว วัดวาอารามต่าง ๆ รวมถึงงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ที่ปีนี้จัดรวมเป็นถึงปีที่ ๑๑๐ แล้ว ก็สร้างมูลค่าทาง เศรษฐกิจนะครับ ก็เชิญชวนพี่น้องประชาชนนะครับร่วมไปเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครับ ท้ายนี้ครับก็ขอสนับสนุนรายงานผลการพิจารณาศึกษาการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถ ด้านเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ