ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ อภิปรายรายงานการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือตอนล่าง โดยชี้ให้เห็นปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่เป็นวงจรซ้ำซากและกับดักแห่งการพัฒนา รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์ความไม่รอบคอบในการช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น กองทุนหมู่บ้านที่ยังไม่มีกรอบกฎหมายชัดเจนและการฝึกอบรมอาชีพที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ อำเภอวัดโบสถ์ พรรคประชาชนครับ ขออภิปรายรายงานผลการ พิจารณาศึกษาเรื่องการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัด ภาคเหนือตอนล่าง ก็ต้องขอขอบคุณแล้วก็ชื่นชมรายงานฉบับนี้จากคณะกรรมาธิการ การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ท่านสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล เป็นประธาน แล้วก็ ขอบคุณท่านคณะอนุกรรมาธิการที่ได้พิจารณาศึกษาเรื่องนี้มาอย่างละเอียดรอบคอบ มีข้อมูลที่น่าสนใจมากมาย ผมขอหยิบปัญหาเรื่องหนึ่งที่จะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจ ของภาคเหนือตอนล่างนั้นเป็นไปได้อย่างยากลำบาก เนื่องจากตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของภาคเหนือตอนล่าง ส่วนใหญ่จะเป็นภาคการเกษตร เพราะฉะนั้นปัญหานี้จะทำให้ การพัฒนาภาคเกษตรเป็นไปไม่ได้เลยเพราะถ้าเราแก้เรื่องนี้ไม่ได้ก็คือปัญหาหนี้สินเกษตรกร ซึ่งมันเป็นวงจรซ้ำซาก มันเป็นวงจรอย่างไรตามที่รายงานนี้ระบุมาก็คือรายได้รวมเฉลี่ยนี้ ต่อครัวเรือนแค่ ๒๑๗,๔๗๖ บาทต่อครัวเรือน ซึ่งค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ ๑๕๐,๐๐๐ กว่า ๆ ก็แสดงว่าจริง ๆ เกษตรกรมีรายได้เหลืออยู่บ้าง แต่ว่ามียอดหนี้คงค้างโดยเฉลี่ยครอบครัวหนึ่ง ๓๕๘,๐๐๐ บาทโดยเฉลี่ย อันนี้ยังลงมาบ้างแล้ว หมายความว่าเงินที่เหลืออยู่แทนที่จะไปใช้ จ่ายจุนเจือในครอบครัวก็ต้องเอามาใช้หนี้ วงจรมันเกิดขึ้นจากอย่างนี้ก่อนครับ เมื่อรายได้ รายจ่ายมันไม่ Balance กัน มันไม่สามารถครอบคลุมรายจ่ายได้ทั้งหมด และไม่สามารถใช้ หนี้สินได้ทั้งหมดมันก็ต้องเกิดการกู้ ในรายงานนี้ก็บอกไว้ตัวเลขการกู้ของ ธ.ก.ส. ลูกค้า ธ.ก.ส. ส่วนใหญ่เลยก็คือเกษตรกร แล้วหนี้รวมทั้งหมด ๑๔๕,๐๐๐ ล้านบาท เกษตรกรนี่เฉพาะภาคเหนือตอนล่างนะครับ มีหนี้เป็นแสนล้านครับ เกษตรกรจะไปต่อ อย่างไรถ้าปัญหาหนี้สินไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาหนี้สินเกษตรกรในภาคเหนือตอนล่างไม่ใช่ ปัญหาปัจเจกบุคคล นี่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ท่านใช้คำได้ดีครับ คำว่า กับดักแห่งการ พัฒนา อันนี้ผมเห็นด้วย ความหมายมันคือไม่ว่าเกษตรกรหรือภาครัฐจะพยายามไปส่งเสริม เขาพยายามจะพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือแค่ไหนก็ตาม เกษตรกรกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ก็จะไม่สามารถล้อไปกับการพัฒนาเหล่านั้นได้ เพราะมันเป็นกับดักแห่งการพัฒนาที่ท่านบอก มาว่ามีปัจจัยที่จะทำให้ออกจากกับดักนี้ไม่ได้ มี ๗ ข้อ มีอีกข้อหนึ่งที่อยากจะขอเพิ่มเติม เข้าไป ซึ่งอันนี้มันก็เป็นปัญหาสำคัญก็คือการช่วยเหลือจากภาครัฐที่ไม่รอบคอบ คิดไม่จบ ในรายงานนี้ก็เขียนไว้เหมือนกันว่า กองทุนหมู่บ้าน ที่ลงไปหวังว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ระดับฐานราก จะไปแก้ปัญหาการเงินหนี้สินให้กับชุมชน แต่ปรากฏว่ากองทุนหมู่บ้าน ทุกวันนี้ พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้าน ยังคุยกันไม่จบเลยว่าจะยกฐานะจากกองทุนหมู่บ้านเป็น สถาบันการเงินชุมชน ด้วยหลักเกณฑ์ไหน ยังคุยกันไม่จบเลยครับ ยังเพิ่งตั้งคณะอนุกรรมการ ในการวางกรอบ แล้วก็หลักเกณฑ์ในการปฏิบัติในการยกระดับกองทุนหมู่บ้านให้เป็นสถาบัน การเงินชุมชน เพิ่งตั้งเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคมนี้เอง เพราะฉะนั้นนี่คือการคิดที่ไม่รอบคอบแล้ว ก็คิดไม่จบ ณ วันนี้มีกองทุนหมู่บ้านประมาณ ๗๙,๐๐๐ กองทุน แต่มีกองทุนที่บริหารจัดการ ได้ดีนี่มีเพียง ๔๘,๓๒๕ กองทุนนี้ ตัวเลขจาก กทบ. เอง แค่ ๖๑ เปอร์เซ็นต์เอง หมายความ ว่าเงินงบประมาณที่ลงไปนี้ครึ่ง ๆ ช่วยเหลือชาวบ้านได้ กองทุนหมู่บ้านพอไปได้ แต่อีก ครึ่งหนึ่งเกือบครึ่ง ไปแทบไม่ได้ แล้วใน ๓๙ เปอร์เซ็นต์นี้ มีอีก ๑๖,๑๐๔ กองทุนที่ กทบ. เองใช้ชื่อเรียกว่าเป็นการบริหารจัดการที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หมายความว่าร่อแร่แล้ว นี่เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ไปซ้ำเติมความยากจนแล้วก็ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร อีกปัญหาหนึ่ง ที่สร้างปัญหาหนี้สินได้เช่นเดียวกัน การช่วยเหลือจากภาครัฐที่ไม่ได้ช่วยเกษตรกรก็คือการตั้ง งบประมาณในการฝึกอบรมอาชีพ ผมเห็นหลายครั้งที่มีงบประมาณจากกระทรวงไหนก็ตาม ลงไปในการอบรมอาชีพเกษตรกรนี้ก็ให้ชาวบ้านนี้รวมกลุ่มกันมาตั้งกลุ่มกันมา จะเพาะเห็ด จะทำไม้กวาด จะอะไรก็ตาม โดยรวมเอากลุ่มเอาคนที่ไม่ได้อยากทำอาชีพนั้นเลย เอามาตั้ง ท่าฝึกอบรมกัน ถ่ายรูปมีป้ายไวนิลอันหนึ่ง ถ่ายรูปเสร็จแยกย้ายและหลังจากนั้นก็ไม่มีการ เพาะเห็ดเกิดขึ้นในหมู่บ้านนั้นอีกเลย มันเป็นการช่วยเหลือแบบขอไปที มันเป็นการใช้เงิน งบประมาณของรัฐแบบขอไปที อีกเรื่องหนึ่งก็คือมีธนาคารที่อยู่ ๆ ก็โยนเงินลงไปให้ชาวบ้าน กู้ ธนาคารของรัฐนี้ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านตั้งคณะกรรมการขึ้นมา แล้วก็มีเงินลงไปก้อนหนึ่ง คณะกรรมการก็ให้ญาติพี่น้องตัวเองบ้าง พรรคพวกตัวเองบ้างเป็นผู้กู้ แล้วเวลามีหนี้ พอกู้ไป แล้วก็ส่งไม่ได้ ธนาคารก็ไปฟ้องเอากับคณะกรรมการ คณะกรรมการก็ลาออกให้ชุดใหม่มา เป็นกรรมการต่อ ชุดใหม่ที่พอมีที่ดินหน่อยอะไรหน่อยธนาคารไปฟ้องเขา ไม่ฟ้องผู้กู้ นี่คือ ปัญหาที่ทำให้เกิดหนี้สินวนเวียนซ้ำซากครับ สุดท้ายครับ สุดท้ายพอชาวบ้านอายุเยอะขึ้น ศักยภาพในการหารายได้น้อยลง มันไม่มีทางออกอื่นครับ ต้องสร้างมูลค่าชีวิตหลังความตาย ชาวบ้านก็ไปเข้ากองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ หวังว่าหนี้ที่มีอยู่ในระหว่างมีชีวิตอยู่นี่ ตอนตาย ไปแล้วจะได้เงินสักก้อนหนึ่ง เอาไปปิดหนี้ ให้หนี้ส่งต่อไปให้ลูกหลานตัวเองให้น้อยที่สุด ในการทำแบบนี้มันหดหู่มากสำหรับประเทศไทย คือคน ๑ คน ตลอดชั่วชีวิตไม่สามารถใช้หนี้ ของตัวเองให้หมดได้ แต่กังวลว่าจะส่งต่อหนี้ไปให้ลูกหลานนี้ ก็เลยต้องสร้างมูลค่าชีวิตหลัง ความตายครับ เอาเงินไปรวมกันมันเหมือนการเปียแชร์ครับ แต่มันเปียด้วยชีวิต ส่งมาแล้วก็เอาชีวิตตัวเองเข้าแลก เปียด้วยความตาย ชีวิตหนึ่งเปียได้ครั้งเดียว นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดวงจรหนี้สินซ้ำซาก ตรงนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ให้ทาง คณะกรรมาธิการได้พิจารณาต่อในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือตอนล่าง แก้ปัญหา หนี้สินให้เกษตรกรครับ ขอบพระคุณครับ