พูนศักดิ์ เสนอแนวทางจัดการขยะครบวงจร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๘

พูนศักดิ์ จันทร์จำปี ขอบคุณข้อเสนอแนะและชี้แจงกรอบนิยามขยะมูลฝอยที่ไม่รวมสิ่งปฏิกูล พร้อมเสนอให้คณะกรรมาธิการศึกษาเพิ่มเติม โดยเน้นหลักการ Waste Hierarchy การลดการเกิดและการนำกลับมาใช้ใหม่ และเรียกร้องเร่งแก้ไขกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาขาดการบูรณาการระหว่างหลายกระทรวง เพื่อป้องกันผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแบนพลาสติกในอนาคต พูนศักดิ์ จันทร์จำปี เสนอแนวทางการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร โดยเน้นการรวบรวมและขนถ่ายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กสู่ระบบรวมศูนย์ของ อบจ. เพื่อลดต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเสนอให้ศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ก่อนสร้างเตาเผาขยะขนาดใหญ่ และสนับสนุนรูปแบบการจัดการต้นทางแบบกระจายศูนย์กับปลายทางแบบรวมศูนย์

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรนะครับ หลังจากที่ผมได้ฟังการอภิปรายของทุก ๆ ท่านนะครับ ก็ต้อง ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ข้อแนะนำแล้วก็ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมสำหรับในการทำงานของทาง คณะกรรมาธิการของเราในการที่จะทำให้รายงานของเรานี้สมบูรณ์แบบมากขึ้น แต่ในส่วนหนึ่ง เราก็ต้องขอเรียนว่าในสิ่งที่เราทำการศึกษา เราจะคุยกันภายใต้กรอบของตัวนิยามของคำว่า ขยะมูลฝอย ซึ่งไม่ได้รวมสิ่งปฏิกูลไปด้วย แต่ข้อเสนอท่านน่าสนใจมากเพราะผมคิดว่า เป็นสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ ผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการเราคงจะนำเรื่องของการบริหารจัดการ สิ่งปฏิกูลมาทำการศึกษาเพิ่มเติมในส่วนของการดำเนินการในอนาคตข้างหน้าในส่วนหลาย ๆ ท่านที่ให้ความเห็นมานะครับ ทางผมในนามของคณะอนุกรรมาธิการที่มีการศึกษาเรื่องนี้ ก็ต้องเรียนว่าหลักการหรือว่าหัวใจของการบริหารจัดการขยะนะครับ นอกจาก Waste Hierarchy ลำดับขั้นในการจัดการขยะ ที่ผมฟังหลาย ๆ คน หลาย ๆ ท่านพูดมาก็คือมี Concept ในแนวทางเดียวกัน ก็คือการพยายามที่จะลดการเกิดหรือว่าก่อกำเนิดของตัวขยะ แล้วก็พยายามที่จะนำขยะนั้นกลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุดในการที่จะเป็นทรัพยากรของเราใน อนาคตนะครับ ซึ่งคำว่า Waste Hierarchy ก็คืออย่างที่เราพยายามลดการใช้นะครับ การใช้ซ้ำ การ Recycle การนำมาใช้เป็นพลังงานแล้วก็การจัดการด้วยวิธีการฝังกลบซึ่งเป็นวิธีการ สุดท้ายนะครับ แต่มันยังมีประเด็นอยู่อย่างหนึ่งที่ผมอยากจะนำเรียนต่อสภาแห่งนี้ ก็คือว่า ปัญหาของการจัดการขยะ กลไกแรกก็คือกฎหมายที่มีอยู่ในมือตอนนี้ซึ่งหลาย ๆ ท่าน อาจจะไม่ทราบว่าตอนนี้มีอยู่ประมาณ ๖ กระทรวงที่ทำเรื่องนี้อยู่ และแต่ละกระทรวงนี้ ก็มีงบประมาณ มีเงินแล้วก็มีกรอบความรับผิดชอบของตัวเอง ซึ่งถ้าหากไม่มีการบูรณาการ ดึงเอางานทุกอย่างมารวมกัน ซึ่งถ้าท่านนึกภาพไม่ออก เรื่องในอดีตเราเคยมีปัญหาเรื่องของ พลังงานเมื่อสักประมาณปี ๒๕๔๐ ซึ่งหลาย ๆ กระทรวงนะครับ ๔-๕ กระทรวงก็ทำเรื่อง พลังงานเดียวกันหมด จนสุดท้ายเราก็ต้องดึงเอากลับมาเป็นกระทรวงพลังงานอย่างที่เห็น ทุกวันนี้ ซึ่งนั่นก็คือหมายถึงว่าการบูรณาการในเรื่องของเรื่องเดียวควรต้องมาจัดการให้เป็น แนวทางเดียวกันทั้งหมดนะครับ ซึ่งอันนี้ผมต้องเรียนว่ากฎหมายในการที่จะรวมการ บริหารจัดการทั้งหมดเป็นสิ่งจำเป็นและต้องเร่งดำเนินการ อย่างเช่นวันนี้มีท่าน สส. สมชาติ สส. ภูเก็ตนะครับ ท่านก็ได้พูดถึงว่า Reuters มีการเอาข่าวของเราเรื่องของขยะจะท่วมเกาะ ภูเก็ตไปนำเสนอทั่วโลก ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็จะเกิดสะท้อนย้อนกันกลับเข้ามาถึงประเทศ ในอนาคตเริ่มจะมีการ Ban การใช้พลาสติก ในขณะที่เรายังไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ เลย แม้กระทั่งในรัฐสภาของเราแห่งนี้นะครับ เพื่อเป็นตัวอย่าง เมื่อมีการ Ban พลาสติกแล้วเราไม่ได้ มีการดำเนินการ ไม่ได้มีการจัดการปลายทางในเรื่องของการบริหารจัดการพลาสติก ขยะพลาสติกที่ดีพอ สุดท้ายเราก็จะถูกการ Ban ในการที่จะส่งออก ซึ่งสุดท้ายก็สะท้อน กลับมาในเรื่องของเศรษฐกิจของประเทศเราอยู่ดี นั่นคือวงจรที่ผมเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น ในไม่ช้านี้นะครับ

ส่วนเรื่องประเด็นสุดท้าย เรื่องของการบริหารจัดการเรื่องของต้นทาง กลางทาง ปลายทาง คือผมเห็นด้วยกับท่านมานพนะครับว่าในการบริหารจัดการต้นทาง ควรเป็นหน้าที่ของทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบในเรื่องของการรวบรวม เก็บขน แต่พอเวลาขนถ่ายขึ้นมา การขนถ่ายมันจะต้องใช้กลไกในการทำงานร่วมกัน อย่างเช่น ในจังหวัดหนึ่ง การที่รถจะวิ่งไปรับขยะจาก อบต. ๑ อบต. ๒ อบต. ๓ อบต. ๔ อบต. ๕ ครับ โดยใช้รถพ่วงคันเดียว มันจะเป็นการประหยัดงบประมาณแล้วก็ลดการ ปลดปล่อยคาร์บอน และมันจะทำให้การบริหารจัดการขยะนี่ง่ายขึ้น ซึ่งอันนี้ผมก็ต้องมองว่ามันต้องเป็นภาพรวม แล้ว แล้วเราต้องเริ่มมองไปถึงว่า อบจ. จะต้องเข้ามาเริ่มดำเนินการนะครับ และสุดท้ายใน การจัดการที่ปลายทาง อย่างเช่นเตาเผาขยะ ถ้าจังหวัดของท่านมีไม่ถึง ๓๐๐ ตันต่อวันท่านก็ ไม่ควรที่จะต้องมี เพราะต้องคิดถึงในอนาคตว่าถ้า ๒๐ ปีข้างหน้าเงินเพิ่มพิเศษหรือ FIT Feed In Tariff ที่กระทรวงพลังงานให้ไปเกิดไม่ให้ต่อในอีก ๒๐ ปีข้างหน้าแล้วขยายแค่ ๒๐๐ ตันต่อวัน ๓๐๐ ตันต่อวันจะไม่มีความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ในการจะ Run ระบบ ได้เลยนะครับ สุดท้ายจะ Run เตาเผานี้ได้ท่านก็ต้องมาเก็บกับประชาชนซึ่งตอนนั้น ประชาชนต้องจ่ายเป็นจำนวนมากขึ้นมา อันนี้เราต้องคิดเผื่อ แต่ในทางกลับกันถ้าหากท่าน ขยายเอา ๒ จังหวัดรวมกัน ๓ จังหวัดรวมกันเป็น ๖๐๐ เป็น ๙๐๐ ตันต่อวัน FIT หมดใน ๒๐ ปีข้างหน้า เตาก็ยังอยู่ ประชาชนได้รับผลกระทบก็น้อยเพราะว่าเราผลิตกระแสไฟฟ้า ได้มากนะครับ ผมก็เลยบอกว่าต้องทำการศึกษาให้ครบรอบด้านเพราะว่าในการจัดการ ปลายทางมันเป็นรูปแบบของ ผมต้องบอกว่าเป็นเรื่องของ Centralized ส่วนในเรื่องของการ จัดการที่ต้นทางนี้ผมคิดว่า Decentralize ตรงนี้ทำได้นะครับ ในส่วนภาพรวมผมต้อง ขอขอบคุณทางเพื่อนสมาชิกที่ให้ความเห็นได้ให้ข้อมูลแล้วเดี๋ยวคิดว่าเราคงจะได้ ทำการศึกษาในส่วนหลาย ๆ ประเด็นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมนะครับ ก็ขอขอบคุณท่าน ประธานสภาครับ ขอบคุณครับ