ธิษะณา วิพากษ์วิกฤตขยะและโรงไฟฟ้าขยะ มลพิษ PM2.5 และเสนอแนวทางแก้ไข

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๘

ธิษะณา ชุณหะวัณ ระบุปัญหาขยะมูลฝอยที่เพิ่มขึ้นในกรุงเทพมหานครและระดับประเทศ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยวิพากษ์การจัดการขยะเนื่องจากประชาชนไม่คัดแยกจากค่ารับซื้อต่ำและขาดกลไกให้ผู้ผลิตรับผิดชอบ จึงเรียกร้องให้ท้องถิ่นออกข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมที่สมเหตุสมผล และเร่งแก้ไขกฎหมายเพื่อสร้างระบบกำจัดขยะที่มีประสิทธิภาพ ธิษะณา ชุณหะวัณ อภิปรายถึงวิกฤตโรงไฟฟ้าขยะที่ก่อมลพิษทางอากาศและสุขภาพ โดยชี้ว่าโครงการนี้เป็นมรดกของ คสช. ที่ลดมาตรฐานกฎหมายผังเมืองและอีไอเอ ทำให้เกิดปัญหา PM2.5 และเรียกร้องให้สนับสนุนรายงานแก้ไขปัญหากำจัดขยะเพื่อป้องกันขยะล้นเมือง

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชน ท่านคะ ในเขตพื้นที่ของดิฉันทราบกันดี ว่าปัญหาขยะในชุมชนเกิดเป็นประจำ เป็นปัญหาระดับท้องถิ่นที่เกิดขึ้นเหมือนกันหลาย ๆ จุด แล้วก็กระจายไปในภูมิภาคจนขยายไประดับประเทศแล้วก็ไม่ได้มีวี่แววที่จะดีขึ้น อีกทั้ง ปัญหาเชิงพื้นที่ก็มีผลกระทบจากการจัดเก็บขยะ เช่น พื้นที่ที่มีนิติบุคคลดูแล แล้วก็พื้นที่ที่อยู่ ในการเคหะแห่งชาติที่ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นไม่สามารถเข้าไปจัดการเก็บขยะได้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นพื้นที่นิติบุคคล แต่แม้ว่าจะเก็บขยะในส่วนที่มีถังขยะของกรุงเทพมหานครไปแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ก็อาจจะไม่มีเวลาในการคัดแยกขยะ จึงเป็นปัญหาตามมาในภายหลัง เพราะในกรุงเทพฯ ก็จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมขยะแบบใหม่ค่ะ จากข้อมูลในการประชุม คณะกรรมการชุมชนและการลงพื้นที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมาว่า มักพบขยะมูลฝอยชิ้นเล็ก ชิ้นใหญ่ตามแหล่งชุมชนบ่อยครั้ง อย่างเช่น การเคหะบ่อนไก่ ถนนเจริญเมือง หรือริมทาง รถไฟโค้งยมราช โดยขยะเหล่านี้มาจากการโยนทิ้งที่ไร้ระเบียบวินัย แม้ว่าหน่วยงานท้องถิ่น ก็จะมีการตามเก็บอยู่เรื่อย ๆ แต่ก็ไม่เป็นผลที่ยั่งยืน ส่งผลต่อสุขภาพอนามัยแล้วก็สุขภาพจิต ของผู้อยู่อาศัยด้วยค่ะ จากรายงานสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยของประเทศไทยในปี ๒๕๖๖ กรุงเทพฯ มีอัตราขยะที่เกิดขึ้น ๑๒,๗๔๘ ตันต่อวัน และในรายงานกรรมาธิการหากนับเป็น ระดับมหภาคปัญหาขยะมูลฝอยที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ก็มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมแล้วอยู่ที่ ประมาณ ๒๖.๙๕ ล้านตันต่อปี หรือประมาณ ๗๓.๘๔ ตันต่อวัน กระจายทั่วประเทศค่ะ ในข้อมูลปริมาณขยะมูลฝอยที่จัดเก็บได้ในปี ๒๕๖๖ เขตปทุมวัน ๒๒๔.๗๗ ตันต่อวัน เพิ่มมา ปัจจุบันเป็น ๒๕๘.๖ ตันต่อวัน เขตราชเทวี ๑๕๖.๖ ตันต่อวัน แล้วก็ปัจจุบันนี้เพิ่มมาเป็น ๑๗๘ ตันค่ะ แล้วก็เขตสาทร ๑๓๑ ตัน ตอนนี้เพิ่มมาเป็น ๑๓๙ ตันต่อวัน สังเกตได้ว่าในเขตกรุงเทพมหานคร อัตราขยะมูลฝอยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อปีน่าจะเป็นเพราะจำนวนของประชากรที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ จำนวนปริมาณของขยะมากขึ้นด้วย ทำให้เราได้เห็นภาพสะท้อนถึงความเป็นห่วงเป็นใยในการ บริหารจัดการขยะ ขอสไลด์ที่ ๓ ค่ะ ในรายงานของการศึกษาของคณะกรรมาธิการ เนื่องจากประเด็นหลักคือปัญหาในการบริหารจัดการปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น แล้วพอได้เห็นสภาพชุมชนจากการลงพื้นที่ดิฉันก็ได้เห็นว่าการได้รับทราบกฎหมายโครงสร้าง การบริหารและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการขยะชุมชนสมัยใหม่ของต่างประเทศ รวมไปถึงการทราบถึงปัญหาและอุปสรรคจนมีข้อเสนอไปยังสภาผู้แทนราษฎรต่อแนว ทางการบริหารจัดการขยะชุมชนตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง และการแก้ไขฟื้นฟู ที่ปนเปื้อนสารปนเปื้อน จะสามารถเป็นประโยชน์ต่อชุมชนในกรุงเทพมหานคร ท่านคะ ประเทศไทยสร้างขยะพลาสติกต่อประชากรเป็นอันดับ ๕ ของโลกมีปริมาณอยู่ประมาณ ๔,๗๙๖,๔๙๔ ตันต่อปี หรือนับเป็น ๖๙.๕๔ กิโลกรัมต่อปีต่อคนต่อประชากร ๑ คนสำหรับ ขยะที่ยังไม่ได้แยก นับเป็นอันดับ ๓ ของโลก ส่วนใหญ่เป็นถุงพลาสติกมีจำนวนถึง ๑.๑๑ ล้านตัน ซึ่งปัญหาในการกำจัดขยะมูลฝอยมีดังต่อไปนี้

๑. ประชากรส่วนใหญ่ไม่ได้คัดแยกขยะ

๒. ขยะบรรจุภัณฑ์บางประเภท เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง ขวดนมเปรี้ยว บรรจุ พลาสติกใส่อาหารที่สามารถนำกลับมา Recycle มีราคารับซื้อที่ต่ำ และไม่มีการรับซื้อโดย ร้านรับซื้อของเก่า ทำให้ประชาชนก็ขี้เกียจคัดแยก และทิ้งรวมกับขยะอื่น ๆ

๓. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีการออกข้อบัญญัติในการจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมในการจัดการขยะที่คำนึงถึงต้นทุนอย่างแท้จริงในการจัดการขยะตั้งแต่ขั้นตอน การเก็บขยะไปถึงขั้นตอนการกำจัด

๔. คือไม่มีกลไกให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของตนเอง ตลอดวัฏจักรชีวิต

๕. สถานที่กำจัดขยะส่วนใหญ่ยังดำเนินการอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร และเครื่องจักรกลเทคโนโลยี

๖. คือการขาดกฎหมายและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพในการกำกับ และการให้คุณให้โทษกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการกำจัดขยะอย่างถูกต้องและไม่ถูกต้อง

ขอสไลด์ที่ ๔ ค่ะ ท่านประธานคะ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปก่อน หน้านี้ โรงไฟฟ้าขยะเป็นวิกฤติสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งโรงไฟฟ้าขยะเป็นหนึ่งในมรดกของ คสช. เนื่องจากภายใต้รัฐบาล คสช. มีเจตจำนงในคำสั่งของ คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวง ให้เป็นไปตามการบังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ทำให้หน่วยงาน รัฐก็สามารถอนุมัติในการที่จะสร้างโรงขยะได้ แล้วก็โรงงานปรับปรุงคุณภาพของเสียรวมไป ถึงเตาเผาขยะและโรงไฟฟ้าพลังงานขยะโดยไม่ต้องพิจารณาข้อห้ามตามกฎหมายผังเมือง และไม่ต้องผ่านอีไอเอใด ๆ ทั้งสิ้นสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ที่ตอนแรกก่อนปี ๒๕๕๗ ก็มี อยู่ประมาณ ๑๑ แห่ง แล้วก็เพิ่มมาอีกเป็น ๑๔ แห่งในช่วงที่เป็นการปกครองของ คสช. แล้วก็โรงไฟฟ้าปัจจุบันมีทั้งหมด ๒๕ แห่ง และเป็นหนึ่งในต้นเหตุของมลพิษทางอากาศ หรือ PM2.5 ทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาในทุก ๆ ปี แล้วก็มีผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เป็นมะเร็งมากขึ้นจากการเผาไหม้ของพลังงานฟอสซิล และมีการลดสเปกในประเทศแถบ Nordic โรงงานไฟฟ้ามีระบบจัดการมลภาวะทางอากาศที่มีประสิทธิภาพ แต่ในไทยมีการ ลดสเปกทำให้โรงงานสร้างมลภาวะแทนที่จะลดมลภาวะทางอากาศ นี่แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้ ประเมินค่าความเสียหายจากโครงการโรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นต่อต้นทุนสุขภาพ การปนเปื้อนใน สิ่งแวดล้อม และมีส่วนในการก่อวิกฤติสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ท่านประธานคะ จากรายงานผลการพิจารณาการศึกษาดิฉันขอสนับสนุนรายงานการแก้ไข ปัญหาจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าหากไทยเรายังไม่สามารถ แก้ไขปัญหากำจัดขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพประเทศไทยก็จะเข้าสู่สภาวะขยะล้นเมืองอย่าง แน่นอน ขอบพระคุณค่ะ