ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล อภิปรายรายงานผลการพิจารณาการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม โดยเห็นชอบกับคณะกรรมาธิการที่นำโดยพูนศักดิ์ จันทร์จำปี เนื่องจากเนื้อหาสอดคล้องกับการบรรยายของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เสนอให้ลงทุน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาขยะอย่างบูรณาการ ชี้ว่าการจัดการขยะปัจจุบันลงทุนน้อยเกินไปและนำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงเสนอให้ใช้งบประมาณสร้างระบบกำจัดขยะที่ได้มาตรฐานสากลโดยดึงต่างชาติมาร่วมทุน และยกตัวอย่างนโยบายขยะเป็นศูนย์ของพรรคก้าวไกลที่ ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล เสนอ 6 แนวทางแก้ไขปัญหามลพิษ ได้แก่ การแบนพลาสติกที่ไม่ย่อยสลาย, การจัดเก็บภาษีถุงพลาสติกเข้ากองทุนสิ่งแวดล้อม, การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนตั้งโรงงานอุตสาหกรรม, การยกเลิกการนำเข้าขยะจากต่างประเทศ, การจัดตั้งศูนย์ร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมแบบ Real Time และสนับสนุนงบประมาณให้เครือข่ายเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง ชิษ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรค ประชาชน ผู้แทนจากพี่น้องชาวสามพรานครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงาน ผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะและ สิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการฉบับนี้ครับ ซึ่งผมเห็นชอบด้วยกับรายงานและข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ ซึ่งท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี เป็นประธาน เนื่องจากเนื้อหาของรายงานฉบับ นี้ได้สอดคล้องกับการบรรยายของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ได้เคยเปิดบรรยายสาธารณะ ในหัวข้อประเทศไทยควรได้อะไรถ้าต้องใช้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ซึ่งมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับรายงานโดยสรุป ดังนี้ครับ การจัดการขยะนั้นเป็นสิ่งที่ลงทุนน้อยเกินไปมาก เมื่อเทียบกับการจัดการเมืองด้านอื่นทำให้ ขยะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อย่างในเทศบาลตำบลหนองพอก จังหวัด ร้อยเอ็ด คณะก้าวหน้าได้ทำให้เห็นแล้วว่าหากท้องถิ่นจริงจังในการแยกขยะเปียกจากขยะ แห้งและขยะ Recycle จะสามารถลดปริมาณขยะได้ทันทีอย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์และ สามารถฝังกลบหรือเผาขยะและขายขยะต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเสนอให้ใช้ งบประมาณเพื่อลงทุนซื้อรถกระบะขยะที่มีประสิทธิภาพ สร้างบ่อขยะและโรงเผาขยะ ที่สะอาดปลอดภัยได้มาตรฐานสากล ไม่ปล่อยมลภาวะหรือสารพิษปนเปื้อนโดยการลงทุน ขนาดใหญ่หลักแสนล้านบาทจะสามารถสร้างบ่อขยะและโรงขยะที่ดีเทียบเท่าประเทศญี่ปุ่น หรือเดนมาร์กที่มีระบบการจัดการขยะที่ดีที่สุดในโลก โดยการสร้างโรงขยะจะต้องไม่เป็น เครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ของนายทุนหรือนักการเมือง แต่ต้องสามารถดึงต่างชาติอย่าง ญี่ปุ่นหรือกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวียมาร่วมทุนในการสร้าง และประเทศไทยต้องเรียนรู้ เทคโนโลยีจากประเทศเหล่านี้เพื่อนำมาต่อยอดสร้างโรงขยะที่ปลอดภัยได้เองในอนาคต และ นอกจากนั้นเนื้อหาฉบับนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายที่ผมได้เคยหาเสียงไว้ด้วยนโยบายขยะเป็น ศูนย์ซึ่งเป็นหนึ่งในชุด ๓๐๐ นโยบายเปลี่ยนประเทศของพรรคก้าวไกล ณ เวลานั้น โดยมี เนื้อหาดังนี้ การจัดการขยะในประเทศไทยนั้นยังคงมีปัญหาอยู่มาก ที่สำคัญเลยคือปัญหา การจัดการขยะอย่างไม่ถูกวิธี สาเหตุหนึ่งมาจากการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ ในการจัดการขยะในท้องถิ่นของตนเองไม่มีอำนาจและงบประมาณที่เพียงพอที่จะกำจัดขยะ อย่างถูกวิธีและถูกสุขอนามัย โดยพบว่าประเทศไทยมีสถานที่กำจัดขยะที่กำจัดอย่างถูกวิธี และมีมาตรฐานเพียงแค่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมดที่มีอยู่ โดยปัจจุบันการกำจัดขยะนิยมใช้ วิธีแบบฝังกลบซึ่งนำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นมลพิษในดิน มลพิษทางน้ำ มลพิษ ทางอากาศ นอกจากนี้ปัญหาการบริหารจัดการขยะภายในประเทศที่ไม่มีประสิทธิภาพและ ทำอย่างไม่ถูกวิธีแล้วประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องของการนำเข้าขยะจากต่างประเทศเพื่อ ป้อนเข้าโรงงานกำจัดขยะและโรงไฟฟ้าจากขยะ เนื่องจากขยะในประเทศไม่ได้มีการแยก ขยะอย่างถูกวิธีจึงไม่สามารถนำมาใช้ในโรงกำจัดขยะหรือโรงไฟฟ้าจากขยะได้ทั้งหมด ซึ่งพรรคก้าวไกลได้มีข้อเสนอเชิงนโยบาย ณ เวลานั้นเพื่อเป็นทางออกสำหรับปัญหานี้ โดยผมขอยกตัวอย่างที่สอดคล้องมาจำนวน ๖ ข้อ ดังนี้
ข้อที่ ๑ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเอาจริงเอาจังเรื่องของการแบนโฟม หลอด พลาสติก แก้วพลาสติกและถุงพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้หรือหมุนเวียนมาใช้ได้ใหม่ ต้องหมดไปโดยเร็วที่สุด
ข้อที่ ๒ ต้องจัดเก็บภาษีถุงพลาสติกเข้ากองทุนสิ่งแวดล้อมแทนที่จะเป็น รายได้ของร้านสะดวกซื้อ
ข้อที่ ๓ ต้องมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนดำเนินการตั้งโรงงาน ขยะอุตสาหกรรม
ข้อที่ ๔ ต้องยกเลิกการนำเข้าขยะพลาสติก ขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะอื่น ๆ ที่รวบรวมได้ภายในประเทศ เพื่อมิให้เป็นภาระในการจัดการขยะในประเทศและเพื่อมิให้ เกิดผลกระทบต่อธุรกิจรวบรวมขยะใช้แล้วภายในประเทศ
ข้อที่ ๕ ต้องจัดตั้งศูนย์และระบบร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมของประชาชนและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ แบบ Real Time ที่ทุกฝ่าย สามารถเข้าถึงได้และให้คำปรึกษาแบบบูรณาการเรื่องการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมและ กฎหมายสาธารณสุขในการแก้ไขเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม
ข้อที่ ๖ ต้องสนับสนุนงบประมาณและข้อมูลวิชาการให้เครือข่ายประชาชน ในแต่ละท้องถิ่นเพื่อทำหน้าที่เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมได้อย่างเต็มที่ โดยมุ่งเน้น พื้นที่ที่ประสบปัญหามลพิษหรือมีความเสี่ยงสูง
แต่ทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมาครับผมขออภิปรายเพิ่มเติมเนื้อหาของรายงาน ฉบับนี้ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา การจัดการขยะในพื้นที่จังหวัดนครปฐมบ้านเกิดของ กระผมเองเพื่อให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาสนับสนุนโครงการดี ๆ ที่เกิดขึ้นและเป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนชาวนครปฐมต่อไป เริ่มจากเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม ได้จัดโครงการนครปฐมร่วม ใจช่วยลดขยะครั้งที่ ๓ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้ทุกภาคส่วนเกิดการคัดแยกขยะมูลฝอย โดยสามารถนำไปกำจัดให้ถูกต้องเพิ่มมากขึ้น โดยทางผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม ได้รายงานว่าในปี ๒๕๖๗ จังหวัดนครปฐมมีปริมาณ ขยะมูลฝอยเกิดขึ้น จำนวน ๑,๓๖๗ ตันต่อวัน ซึ่งได้รับการกำจัดโดยวิธีการที่ถูกต้อง เช่น การฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล การขนส่งไปผลิตเชื้อเพลิง RDF จำนวน ๖๙๐ ตันต่อวัน บางส่วนสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ เช่น การนำขยะอินทรีย์ไปทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักเลี้ยงไส้เดือน เลี้ยงสัตว์ การนำขยะ Recycle ไปจำหน่าย อีกทั้งจัดตั้งธนาคารขยะรวมถึงขยะทั่วไปยัง สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้อีก จำนวน ๓๔๕ ตันต่อวัน และยังมีการกำจัดขยะแบบ ไม่ถูกต้องจำนวน ๓๓๒ ตันต่อวัน โดยมีอัตราการเกิดขยะมูลฝอยเมื่อเทียบกับจำนวน ประชากรเท่ากับ ๑.๔ กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ซึ่งปัจจุบันนี้วิถีการดำรงชีวิตของประชาชน บางส่วนยังคงมีพฤติกรรมการซื้อและบริโภคในบริการสั่งซื้อสินค้าและอาหารผ่านระบบ ออนไลน์ ทำให้ขยะมูลฝอยประเภทบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งยังคงมีปริมาณสูง อยู่ในปัจจุบัน
ต่อมาครับในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เองผมทราบมาว่าทางท่าน นายอำเภอสามพราน ได้ลงพื้นที่ร่วมออกรับซื้อขายขยะ Recycle กับองค์การบริหารส่วน ตำบลบ้านใหม่ และร่วมถอดบทเรียนธนาคารขยะต้นแบบระดับอำเภอตามแนวทางการ ขับเคลื่อนธนาคารขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมขอชื่นชมแนวความคิดที่เป็น จุดเริ่มต้นของโครงการธนาคารขยะในพื้นที่อำเภอสามพรานที่ท่านนายอำเภอไม่ได้มองวัสดุ ที่ใช้แล้วอย่างขวดน้ำที่ท่านเห็นอยู่นี้นะครับว่าเป็นเพียงขยะที่ไร้ค่า แต่ได้มองว่าขวดน้ำใบนี้ คือวัตถุดิบที่มีมูลค่าดั่งทองคำที่จะกลายเป็นรายได้กลับคืนไปสู่พี่น้องประชาชนชาว สามพรานต่อไป จากทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมาผมจึงเห็นชอบด้วยกับรายงานและข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับท่านประธาน