พูนศักดิ์ จันทร์จำปี นำเสนอรายงานคณะอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะแบบบูรณาการ โดยชี้แจงข้อสังเกตสำคัญเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาระยะสุดท้ายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน พร้อมเสนอร่างกฎหมายจัดการขยะโดยยึดหลัก Waste Hierarchy เน้นการจัดการครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และผลักดันหลักการ EPR ให้ผู้ผลิตร่วมรับผิดชอบ พูนศักดิ์ จันทร์จำปี เสนอแนะให้รัฐบาลจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจและมาตรฐานการจัดการขยะระดับประเทศ โดยเน้นการบูรณาการระหว่างกระทรวงมหาดไทยและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหาขยะที่ข้ามเขตจังหวัด และเรียกร้องให้มีหน่วยงานกลางกำกับดูแลจัดการขยะทุกประเภท รวมถึงเสนอระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและการคืนค่ามัดจำเพื่อส่งเสริมการจัดการขยะพิเศษอย่างยั่งยืน พูนศักดิ์ จันทร์จำปี เสนอแนะการจัดตั้งกลไกและเครื่องมือส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบอย่างยั่งยืน โดยเริ่มตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงการจัดการที่ปลายทางให้สอดคล้องกัน พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการทางกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ และการรณรงค์ รวมถึงต้องบรรจุหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษาเรื่องการจัดการขยะไว้ในการศึกษาทุกระดับ พูนศักดิ์ จันทร์จำปี เสนอแนวทางส่งเสริมกระบวนการรีไซเคิลบนหลักปฏิบัติที่ดีเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเรียกร้องให้รัฐกำหนดมาตรฐานการจัดการของเสียและผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างชัดเจน รวมถึงการป้องกันสารปนเปื้อนอันตราย เน้นย้ำว่าควรให้ความสำคัญกับการรีไซเคิลภายในประเทศเป็นลำดับแรก และต้องได้รับความเห็นชอบจากภาคประชาชนก่อนนำเข้าขยะจากต่างประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนกลไกผู้ประกอบการเดิมและเพิ่มแรงจูงใจสำหรับผู้เก็บขยะมือแรก พูนศักดิ์ จันทร์จำปี เสนอแนะเรื่องระเบียบมาตรฐานการคัดเลือกพื้นที่ฝังกลบขยะและห้ามเปิดแหล่งเทกองใหม่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐกำกับดูแลกระบวนการจัดการขยะอย่างเคร่งครัด กำหนดมาตรฐานฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน และจัดตั้งงบประมาณเฉพาะเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการบำบัดรักษา พูนศักดิ์ จันทร์จำปี เสนอแนวทางจัดการขยะอย่างบูรณาการ โดยเน้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมที่สะท้อนต้นทุน การออกแบบระบบแยกขยะ และการจัดเตรียมระบบติดตามควบคุมขยะอันตรายและขยะติดเชื้อตลอดเส้นทาง พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลในระยะสั้นและระยะยาว
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม พูนศักดิ์ จันทร์จำปี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประธานคณะอนุกรรมาธิการที่ทำการศึกษา เรื่องของการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะแบบบูรณาการ
ตามที่ทางที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติส่งญัตติต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไข ปัญหาการจัดการขยะชุมชน ของนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี
ญัตติที่ ๒ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมในเมืองท่องเที่ยว ซึ่งเสนอโดยท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ
และญัตติที่ ๓ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการการจัดขยะในประเทศไทยอย่างบูรณาการ ซึ่งเสนอโดย ท่านวิทยา แก้วภราดัย
ซึ่งทั้ง ๓ ญัตติทางสภาได้มอบหมายให้ทางคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการแก้ไข ปัญหาการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการได้นำเสนอ ให้ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วครั้งหนึ่ง ในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๗ ซึ่งใน ที่ประชุมครั้งนั้นก็มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง และทุกท่านก็ได้สนับสนุนข้อเสนอแนะ ของทางคณะอนุกรรมาธิการ แต่ในที่ประชุมก็ได้มีข้อสรุปว่าให้ทางคณะอนุกรรมาธิการ จัดทำเนื้อหาข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของข้อมูลในการบริหารจัดการขยะ และในวันนี้รายงาน ดังกล่าวนี้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางคณะกรรมาธิการก็เลยถือโอกาสนี้นำเสนอต่อ ที่ประชุมนะครับ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาของสภาผมจะขอชี้แจงเฉพาะข้อสังเกตซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งที่เราคิดว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่จะนำเสนอให้กับทางฝ่ายบริหารเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา การบริหารจัดการขยะโดยเร่งด่วน ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าปัญหานี้เป็นปัญหาเรื้อรัง แล้วก็ถ้าเป็น มะเร็งก็ต้องบอกว่านี่คือระยะสุดท้ายแล้ว ถ้าเราไม่ทำอะไรผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จะเกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชน ผมขอสไลด์ข้อที่ ๑ เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ซึ่งที่ท่านจะเห็นใน สไลด์นี้จะเป็นข้อสรุปจากข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือเป็นข้อเสนอนั่นเองนะครับ ซึ่งในข้อแรกเรามองเห็นว่าประเทศไทยเราควรจะต้องมีกฎหมายที่ใช้ในการแก้ไขปัญหา การจัดการขยะ ซึ่งต้องอาศัยหลักการในการจัดการขยะแบบลำดับขั้น หรือเราเรียกว่า เป็น Waste Hierarchy ซึ่งเราเน้นในการจัดการขยะครบรูปแบบตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง แล้วก็ปลายทาง ซึ่งครอบคลุมกันตั้งแต่การลดขยะ การคัดแยก การเพิ่มอัตราการเกิดขยะ การนำไปใช้ใหม่หรือว่า Reuse การ Recycle หรือการนำขยะไปผลิตเป็นพลังงาน และสุดท้ายคือการฝังกลบ ซึ่งถ้าท่านเคยเห็นภาพมันจะเริ่มจากสูงสุดจนกระทั่งต่ำสุด ซึ่งต่ำสุดก็คือการฝังกลบ แล้วขึ้นมาถึงก็เป็นการนำขยะไปผลิตเป็นพลังงาน การ Recycle การนำไปใช้ใหม่ แล้วก็การลดอัตราการเกิดขยะ ซึ่งการนำ Concept เหล่านี้มาใช้มันจะช่วย ให้เกิดกลไกหรือว่าเครื่องมือที่หลากหลายผสมผสานกันโดยนำเอาเทคโนโลยีที่เหมาะสม มาใช้ โดยเทคโนโลยีนั้นอาจจะไม่ใช่เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่แต่ควรเป็นเทคโนโลยี ที่ได้รับการรับรอง หรือว่ามีความเชื่อมั่นว่าสามารถดำเนินการในการจัดการขยะได้จาก หลาย ๆ ประเทศที่ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งกฎหมายดังกล่าวก็ควรจะครอบคลุมให้ถึงหลักการ ในการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือว่า EPR ซึ่งย่อมาจากคำว่า Extended Producer Responsibility นะครับ ซึ่งหลักการนี้ก็คือ เราจะขยายให้ผู้ผลิตมีส่วนรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองนำมาจำหน่ายในตลาดด้วย และนอกจากนี้รัฐควรจะต้องมีหน่วยงานที่กำกับดูแล ซึ่งต้องทำงานประสานกันระหว่าง ภาครัฐและเอกชน เพื่อทำให้เกิดกระบวนการในการจัดการของการบริหารจัดการขยะครับ ตัว EPR ก็ต้องมีคน Run ระบบ คนที่ Run ระบบเรามองกันว่ารัฐก็ต้องสนับสนุนให้เกิด Producer Responsibility Organization หรือว่า PRO นะครับ
ส่วนข้อที่ ๒ ในระยะสั้นรัฐบาลควรเร่งรัดให้มีการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะ กิจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะเริ่มก็คือเราต้องจัดเก็บขยะให้ครบทุกองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก่อน และสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีการปรับปรุง ประเมินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการดำเนินงานจริง ๆ ต้นทุนจริง ๆ และสภาพ ปัญหาของตัวเอง ซึ่งการกำหนดในเรื่องของการดำเนินการนอกจากวิธีการเก็บขนแล้ว การจัดการที่กลางทางและปลายทางก็ยังมีส่วนจำเป็นด้วย โดยรัฐจะต้องออกมาตรฐาน ในการจัดการขยะที่ดีในแต่ละเทคโนโลยีที่ใช้ในการ ไม่ว่าจะเป็นฝังกลบหรือว่าเตาเผา โดยที่ ทางกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องบูรณาการ ร่วมกัน โดยเฉพาะการเร่งรัดทำให้มีแผนการจัดการขยะของประเทศ ผมไม่ได้คุยกันถึงว่า Cluster ในระดับอำเภอหรือตำบล เราควรต้องมองกันถึงระดับประเทศ เพราะว่าการบริหาร จัดการขยะบางจังหวัดไม่สามารถดำเนินการให้ก่อให้เกิดเขาเรียกว่า Feasibility ได้ในระดับ จังหวัดของตัวเองเป็นจังหวัดเดียว ต้องมีการคิดโดยรอบด้านทั้งประเทศทั้งระบบ โดยที่เรา จะต้องไม่สร้างหรือว่าก่อให้เกิดกำเนิดมลพิษเพิ่มเติม เช่น หลุมฝังกลบแบบเทกอง เตาเผา ขนาดเล็กหรือว่าการนำขยะพลาสติกมากลั่นเป็นน้ำมันโดยที่เทคโนโลยีนี้ยังไม่ได้มีการ Prove จากหน่วยงานใด ๆ เลย ในขณะเดียวกันพื้นที่ขยะเดิมซึ่งมีการปนเปื้อนอยู่ต้องได้รับ การตรวจสอบแล้วก็จัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนเหล่านั้นอย่าง รวดเร็ว ในระยะยาวอย่างที่ผมกล่าวไว้ในข้อสังเกตข้อแรก หน่วยงานเฉพาะซึ่งโดยสังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหน้าที่ในการกำกับดูแลการจัดการขยะ และของเสียของประเทศทั้งหมดอย่างเป็นระบบจะต้องมีการแต่งตั้งขึ้น โดยจะต้องไม่แยกว่า ขยะนั้นมีแหล่งกำเนิดจากที่ใดหรืออยู่ภายใต้การจัดการของกระทรวง กรมใด เช่น ในปัจจุบันนี้เรามีปัญหามากว่าขยะอุตสาหกรรมรับผิดชอบโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น ถ้าขยะอื่นเขาจะไม่รับผิดชอบ ไม่สนใจใด ๆ ทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าลักษณะของขยะนั้นจะเป็นเรื่อง เดียวกันนะครับ มีลักษณะเดียวกัน รวมถึงจะต้องมีขยายความรับผิดชอบในเรื่องของการ จัดการขยะพิเศษ ตามหลักการการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตที่ผมได้กล่าวมาแล้ว เช่น ตัวขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะบรรจุภัณฑ์ เพราะในการจัดการขยะพิเศษเหล่านี้ต้องใช้เงิน หมุนเวียนเป็นจำนวนมาก ถ้าหากเราเริ่มนำระบบ Deposit and Refund การมัดจำแล้วก็ จ่ายคืนเมื่อเอาขยะเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว เสียค่ามัดจำไป เพราะเมื่อผลิตภัณฑ์นั้น เสียก็กลับกลายมาเป็นขยะ เราก็เอาขยะตัวนั้นไปคืนแล้วก็จะได้เงินที่เรามัดจำไว้กลับคืนมา ซึ่งหลักการพวกนี้มันต้องใช้หลักการทางด้านเศรษฐศาสตร์ในการกำกับแล้วก็บริหารจัดการ ต้องนำหลักการรัฐศาสตร์มาประยุกต์มาคิดด้วย
ข้อที่ ๔ เราจะต้องจัดให้มีกลไกและเครื่องมือส่งเสริมการคัดแยกขยะ อย่างชัดเจนไม่เพียงเฉพาะแค่การส่งเสริมให้ความรู้หรือมีการรณรงค์เป็น Campaign จัด ๒-๓ เดือนแล้วก็หยุด ๒-๓ เดือนแล้วก็หยุด เราต้องทำให้เป็นระบบและให้มันเกิดความยั่งยืน ซึ่งเราต้องเริ่มกันตั้งแต่ระดับในครัวเรือน ที่อยู่อาศัย ชุมชน ซึ่งอาจจะแบ่งกันเป็นเฟส เฟสต่าง ๆ ก็ได้ อาจจะเริ่มที่อาคารใหญ่ หมู่บ้านจัดสรร ต้องมีการจัดกฎระเบียบท้องถิ่น บังคับให้มีการแยกขยะหรือมีการจัดเตรียมภาชนะรองรับในพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ รวมถึง มีการเก็บขนอย่างเป็นระบบบนฐานของการคัดแยก คำว่า ฐานของการคัดแยก ก็คือถ้าท่านแยก ๔ ประเภท ท่านก็ต้องมีการเก็บขน ๔ ประเภท ไม่ใช่เอาทุกประเภทมารวมกัน รวมถึงการจัดการที่ปลายทางที่ต้องสอดคล้องกันกับตัวขยะ ที่รับจัดการด้วย ไม่ใช่ว่าท่านจัดทำเตาเผาแต่ท่านไม่มีระบบในการแยกตัวเศษแก้วออกจาก ระบบเลย เพราะว่าเศษแก้วพอถึงเวลาที่ไปเผาที่อุณหภูมิสูงมันก็จะหลอมแล้วก็แข็ง สุดท้าย ระบบต่าง ๆ ก็จะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้นการจัดการที่ปลายทางต้องมีความ สอดคล้องกันกับต้นทางในการคัดแยก ซึ่งรวมถึงมาตรการในทางกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การรณรงค์ส่งเสริม จูงใจ และบทกำหนดโทษต่าง ๆ ต้องมีพร้อมกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหาก กำหนดให้มีการลดภาษีการแยกขยะอินทรีย์ รัฐก็ต้องกำหนดมาตรฐานกลางในการคัดแยก ให้เป็นมาตรฐานขั้นต่ำและกำหนดอัตราการจัดเก็บ อัตราการ Recycle ให้เป็นเป้าหมาย ขั้นต่ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งรับไปดำเนินการ
ข้อที่ ๕ หลักสูตรด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาที่เน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจใน เรื่องของการคัดแยกขยะ และการจัดการขยะในภาพรวมทั้งหมดเพื่อลดการใช้ทรัพยากรควร จะจัดให้มีในการศึกษาทุกระดับ รวมถึงต้องบรรจุเป็นวิชาหนึ่งในการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงหลักสูตรสำหรับประชาชนทั่วไปที่ควรต้องรู้ด้วยนะครับ
ข้อที่ ๖ เราควรจะส่งเสริมให้มีกระบวนการ Recycle บนหลักการดำเนินการ ที่ดีหรือว่า Good Practice มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถ้าปัจจุบันตอนนี้ เราจะเจอปัญหาเรื่องของกระบวนการหลอมวัตถุดิบ Recycle แต่ก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม กากเอาไปฝังไว้ที่ดินในพื้นที่เกษตรอย่างนี้เป็นต้น เหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นการ จัดการที่ถูกต้องและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นรัฐจะต้องมีมาตรฐานและมาตรการ ป้องกันความเสียหายทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจนรวมถึงมาตรฐานทางด้านสุขภาพ ในขณะเดียวกันมาตรฐานของการจัดการ Recycle เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเช่น พลาสติกพอเราเอาไป Recycle แล้วเราได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ มาตรฐานตัวนี้ต้องมีระบุให้ชัดเจนด้วย ไม่เช่นนั้นประชาชนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้จาก Recycle ก็จะได้รับผลกระทบทางด้าน สุขภาพต่อไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องของสารอันตรายที่อาจจะมีการปนเปื้อนได้ ดังนั้นการเน้นการ Recycle โดยเฉพาะของเสียภายในประเทศควรจะคำนึงถึงเป็นเป้าหมายลำดับแรก ๆ ของ ประเทศ การนำเข้าของเสียจากต่างประเทศมา Recycle ควรจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีวิธีการ หรือการดำเนินการที่ดีซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น และที่สำคัญต้องได้รับความเห็นชอบ จากภาคประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียและมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ทั้งหมดด้วยเช่นกัน
ข้อที่ ๗ ควรส่งเสริมและสนับสนุนกลไกและบทบาทของผู้ประกอบการที่มีอยู่เดิม และเพิ่มแรงจูงใจเป็นพิเศษให้ผู้ที่เก็บขยะ Recycle มือแรก
ข้อที่ ๘ เราจะต้องมีการออกกฎเกณฑ์ระเบียบที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรฐานการ คัดเลือกพื้นที่ในการจัดการขยะที่เหมาะสมหรือเรียกว่าเป็น Size Selection สำหรับในการ ฝังกลบหรือแหล่งกำจัดขยะอื่น ๆ เตาเผา อย่างนี้เป็นต้น รวมถึงมาตรฐานในการดำเนินการ ในขณะเดียวกันแนวทางในการอนุญาตซึ่งต้องมีหน่วยงานที่กำกับดูแล ต้องมีการกำหนด อย่างชัดเจนและเคร่งครัด ไม่ใช่กำหนดให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. ดำเนินการเองทั้งหมด ซึ่งทำตั้งแต่เก็บ ขน โยน รวมไปถึงขนส่ง และสุดท้ายก็เป็นผู้กำจัด และเป็นผู้อนุญาต และสุดท้ายก็ยังเป็นผู้กำกับเองด้วยทั้งหมดซึ่งหลักการนี้ใช้ไม่ได้
ข้อที่ ๙ ควรจะต้องมีการสั่งหยุดและห้ามเปิดแหล่งเทกองหรือฝังกลบขยะ ที่ไม่ได้มาตรฐานแห่งใหม่อย่างเด็ดขาด ตอนนี้มีกว่า ๒,๐๐๐ แห่ง เรามีมากเกินพอแล้ว ส่วนที่มีการเทกองอยู่แล้วในปัจจุบันจะทำอย่างไร ถ้าหลุมฝังกลบเดิมที่เป็นการเทกอง ไม่สามารถปรับตัวเองได้ตามมาตรฐานซึ่งเราต้องเป็นคนกำหนดมาตรฐานให้เขา หลุมฝังกลบนั้น ก็จะต้องถูกคำสั่งให้หยุดการดำเนินการและต้องมีการตรวจสอบพื้นที่ว่ามีการปนเปื้อน หรือไม่ หากพบการปนเปื้อนต้องเสนอแผนการฟื้นฟูทันที และหากมีความจำเป็นที่ต้องนำขยะออกเพื่อนำไปร่อนเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงแข็งซึ่งเรา เรียกว่าเป็น RDF Refuse Derived Fuel ต้องขออนุญาตก่อนดำเนินการทั้งนั้น เพราะว่า พอท่านทำ RDF ท่านจะเหลือกากซึ่งไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อีกประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตอนนี้ที่พบเจอก็คือกากเหล่านี้ได้นำไปทิ้งตามแปลงเกษตรหรือแม้กระทั่งในที่ดินรกร้าง ซึ่งเหล่านี้มันเป็นต้นทุนที่ผมคิดว่าต้องถูกนำมารวมไว้เป็นต้นทุนในการดำเนินการเช่นกัน เพราะไม่เช่นนั้นต้นทุนนี้จะถูกผลักภาระให้กับเกษตรกรหรือว่าประชาชนท่านอื่น ๆ ด้วย เช่นกัน
ข้อที่ ๑๐ ควรจะมีการจัดหาหรือว่าจัดตั้งแหล่งงบประมาณสำหรับการ ดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนโดยเฉพาะ ในปัจจุบันขั้นต้นอาจจะใช้กองทุนสิ่งแวดล้อมที่มี อยู่ก็ได้ หรือจะมีการจัดเก็บภาษีหลุมฝังกลบ หรือเรียกว่า Landfill Tax ถึงแม้ว่าจะมี ค่าใช้จ่ายอย่างไรเราก็ต้องยอมเพราะว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพนี้มันมีมูลค่าสูงนะครับ
ข้อที่ ๑๑ ต้องมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการขยะที่สะท้อนค่าใช้จ่าย ในการจัดการขยะอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการจริง ๆ ทั้งนี้ในการออกแบบต้องมีการออกแบบการ จัดเก็บให้สอดคล้องกับการแยกขยะ ขยะพิเศษต่าง ๆ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ ขยะที่มี ขนาดใหญ่ หรือขยะจากการก่อสร้างต้องได้รับการพิจารณาร่วมกันไปด้วย
ข้อที่ ๑๒ ระบบในการจัดการขยะอันตรายและขยะติดเชื้อโดยเฉพาะ จากแหล่งโรงพยาบาลต่าง ๆ จะต้องได้รับการจัดการแยกออกมาและต้องมีการจัดเตรียมระบบ ในการติดตามควบคุมหรือว่า Tracking ตลอดเส้นทาง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจากแหล่งกำเนิดจะถูกส่ง ไปกำจัดที่ปลายทางอย่างถูกต้องครบถ้วนนะครับ
และข้อสุดท้ายหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับขยะติดเชื้อ รวมตั้งแต่การออกใบอนุญาต การควบคุมคุณภาพและการประเมินว่าประสิทธิภาพหรือว่า Capacity ของประเทศไทยควรจะต้องมีขยะติดเชื้อเท่าไร ควรจะต้องมีการพิจารณาแล้วก็ แต่งตั้งผู้ออกใบอนุญาตให้เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน มีหน้าที่กำกับชัดเจน ในระยะสั้น อาจจะให้ทางกรมอนามัยและกรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านคุณภาพของ เตาเผาขยะติดเชื้อ ซึ่งในวันนี้ก็มีทางผู้แทนราษฎร กทม. ที่พูดถึงปัญหาการเผาขยะติดเชื้อ ในเขต กทม. ในระยะสั้นหน่วยงานเหล่านี้คือกรมอนามัยและกรมควบคุมมลพิษต้องดำเนินการเป็น หน่วยควบคุมกำกับดูแลคุณภาพของเตาเผาขยะติดเชื้อ แต่ในระยะยาวแล้วหน่วยงานเฉพาะ ตามที่ผมเรียนไว้ในตอนต้นจะต้องมีเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบในระยะยาว ในภาพรวม ของประเทศทั้งหมด คณะกรรมาธิการจึงได้ขอเสนอรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องการแก้ไข ปัญหาการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการมาให้ สภาเพื่อโปรดพิจารณา ขอบคุณครับท่านประธาน