ธีระชัย แสนแก้ว เสนอรายงานความรุนแรงในครอบครัวปี 2565 โดยชี้ว่าปัญหาเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมไทยละเลยไม่ได้ และเสนอแนวทางแก้ไขโดยเน้นการสร้างความรัก ความอบอุ่น และการเปิดโอกาสให้ทุกเพศทุกวัยได้มีส่วนร่วมในการกำหนดกติกาภายในบ้าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผมขอ อนุญาตในการที่จะรับทราบรายงานเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวนะครับ จากการที่ท่าน ได้รายงานเมื่อสักครู่นี้ซึ่งก็มีหลายหน่วยงาน ซึ่งตามที่ท่านรายงานนั้นกระผมอยากจะขอ กราบเรียนกับท่านประธานดังนี้นะครับว่า ข้อมูลแต่ละหน่วยงานนั้นจะมีรูปแบบที่แตกต่าง กันไปเพราะขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลาที่จัดเก็บ และปัจจัยอื่น ๆ ด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่มี แนวโน้มจะเหมือนกันก็คือจากข้อมูลรายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มสถานการณ์ด้าน ความรุนแรงในครอบครัวที่เห็นได้ชัดเจนและทราบได้ว่าปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็น ปัญหาใหญ่ที่อยู่กับสังคมไทยเป็นเวลาช้านานแล้ว และเราก็จะละเลยเพิกเฉยไม่ได้ครับ ท่านประธาน แต่ท่านประธานครับรายงานฉบับนี้ข้อมูลสถานการณ์ต่าง ๆ ความรุนแรง ในครอบครัวนั้น ประจำปี ๒๕๖๕ ซึ่งได้รวบรวมมาจาก ๑๕ หน่วยงาน ความรุนแรง ๒๔,๐๐๐ เหตุการณ์ ซึ่งเป็นความรุนแรงในครอบครัวมากถึงหมื่นห้าพันเหตุการณ์คิดเป็น ร้อยละ ๖๔ แล้วยังพบว่าเพศที่ถูกกระทำความรุนแรงมากที่สุดก็คือเพศหญิง และเพศที่เป็น ผู้กระทำมากที่สุดก็คือเพศชาย แต่บางครั้งเพศหญิงก็ทำเพศชายเหมือนกัน แต่อาจจะไม่มาก ตามสถิติเพราะว่าเพศชายเป็นเพศที่มีความแข็งแรงมากกว่าเพศหญิง แต่บางทีอยู่ใน ครอบครัวที่เป็นข่าวจะเห็นได้ว่า จะเห็นมีดอีโต้ฟันคอผัวตายไหมที่ผัวนอกใจ ก็มีมา แล้วที่น่าสมเพชที่สุดก็คือว่าความรุนแรง ในครอบครัว แล้วไม่กี่วันมานี้บิดาแท้ ๆ ข่มขืนลูกนะครับ มันเลวทรามขนาดนี้ ไม่อยากจะพูดถึง ข่าวคราวที่ออกมา ข่าวนี้ชอบ ช่องต่าง ๆ ที่ออกดีเหลือเกินเรื่องความรุนแรงในครอบครัว และเรื่องส่วนตัวของมนุษย์ชอบเหลือเกิน อันนี้คือเป็นอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะขอกราบเรียนว่า จากที่ท่านรายงานก็จะเห็นว่า ๑๐-๒๐ ปี นั่นก็หมายความว่าเด็ก เยาวชนเพศหญิงเป็น ผู้ถูกกระทำ ทำร้ายร่างกาย ละเมิดทางเพศและกระทำด้วยความรุนแรงมากที่สุดครับ ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับว่าคำพูดเรื่องผัวเมียอย่ามายุ่งเคยได้ยินมาตลอด ผัวเมียตีกัน เรื่องกูผัวกับเมียมึงอย่ายุ่ง ออกตามถนน นี่ก็คือสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้เห็น สะท้อนถึงทัศนคติ และบ่งบอกถึงความเชื่อที่ผิด ๆ นะครับท่านประธานซึ่งสังคมไทยเรานี่ การทำร้าย ในครอบครัวและปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นเพียงเรื่องส่วนตัวที่ใคร ๆ ไม่อยากจะ มายุ่ง ซึ่งตอนนี้โลกมันเปลี่ยนแปลงไปแล้วหญิงและชาย ชายและหญิง LGBTQ ไม่ว่าคุณจะเป็น เพศอะไรตั้งแต่กำเนิดหรือจะเป็นเพศตามสภาพบนโลกไม่สมควรที่จะถูกทำร้ายร่างกาย ทั้งนั้นนะครับ และไม่ควรที่จะกระทำด้วยความรุนแรง นอกจากอาชีพ คืออาชีพนักมวย ตอนนั้นเขาชกกันบนเวทีมีครอบครัวหนึ่งมีลูก ๑๖ คนเป็นนักมวยหมดครับทั้งผู้หญิงผู้ชาย เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ต้องยกเว้นล่ะครับมันเป็นอาชีพของเขาที่เขาซัดกันครับ กระผมอยากจะ ขอเสนอแนะอย่างนี้ว่าการแก้ปัญหาความรุนแรงนี่จะต้องเริ่มบรรยากาศสร้างความสัมพันธ์ ที่ดี มีความรักความอบอุ่น มีความปลอดภัยในครอบครัวเดียวกันอันนี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ว่าเราต้องเริ่มการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ใหญ่ละครับว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงมาเป็นผู้ฟังบ้าง มากกว่าผู้พูด มากกว่าสั่งการก็คือผู้ใหญ่นั่นล่ะหัวหน้าครอบครัวที่จะต้องรับฟังคน ในครอบครัวให้มากขึ้น ไถ่ถามความเป็นอยู่สารทุกข์สุขดิบอะไรอย่างนี้เพราะว่าโลกมัน เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว เพราะฉะนั้นนอกจากนี้นะครับท่านประธาน ครอบครัวต้องเปิด โอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกาในบ้านด้วย และบางทีลูกก็ควรตั้งกติกาเองก็ได้ เพราะฉะนั้นพ่อแม่สมควรที่จะต้องรับฟังภายในบ้านและลดข้อจำกัดคำว่า อาวุโส ออกเสียบ้าง ก็จะดี เด็ก ๆ คิดว่าอาวุโสนั้นคือตัวปัญหา นี่คือเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ผมจะขอกราบเรียน ดังนั้น ท่านประธานที่เคารพครับการลดความรุนแรงในครอบครัวนั้นจะต้องเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ภายใต้ครอบครัวเราก่อน เปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนโอกาสให้ครอบครัวมีโอกาส ได้มีเวลาคิด ให้แสดงออกและสามารถพูดในสิ่งที่เขาต้องการ อยากจะสื่อกับเราได้ตลอดเวลา และที่สำคัญที่สุดยุคนี้สมัยนี้เราก็ไม่ละเลยแต่ระดับขั้นของความรุนแรงในครอบครัวมันก็มี หลายระดับ โดยเฉพาะถ้าหากว่าแยกแยะออกไปอีกมันก็เป็นระดับชนชั้น ถ้าพูดถึงแล้ว ก็คือในระดับล่างที่สุดในระดับที่ไม่ได้มีความรู้ ในระดับที่อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะมีในระดับ พวกกรรมกร แรงงานอะไรลักษณะอย่างนี้ตามที่เป็นข่าวมา ถ้าหากไม่มีการแยกแยะในระดับ พวกนี้เกิดขึ้นในครอบครัวมันมากที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นกระผมเชื่อว่าการเปิดโอกาส ให้คนในครอบครัวซึ่งไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไร กระผมอยากจะขออนุญาตในการที่จะขอ แนะนำกันแค่นี้ละครับ เพื่อให้คนในครอบครัวมีความเป็นปกติสุข ในบ้านเมืองถ้าครอบครัว มีปกติสุขแล้วในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอ ในจังหวัด หรือแม้แต่ในประเทศไทย ถ้าหากว่า ทุกคนอยู่ด้วยการเป็นปกติสุขไม่ได้มีความคิดในการสร้างความรุนแรงเกิดขึ้นผมเชื่อว่า ประเทศไทยก็จะอยู่รอดครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน