แรมรุ้ง วรวัธ รายงานข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๕ โดยแบ่งเป็น 4 ส่วน แรมรุ้ง วรวัธ นำเสนอข้อมูลสถิติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ปี ๒๕๖๕ จากหน่วยงานรัฐและเอกชน โดยชี้ให้เห็นว่าผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงและอยู่ในช่วงอายุ 10-20 ปี พร้อมยกตัวอย่างสาเหตุหลักคือความสัมพันธ์ในครอบครัวและการใช้สารเสพติด รวมถึงอธิบายกระบวนการคุ้มครองตามกฎหมาย แรมรุ้ง วรวัธ นำเสนอรายงานสถิติความรุนแรงในครอบครัวตาม พ.ร.บ. ป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว มาตรา ๑๗ โดยสรุปข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานศาลยุติธรรม แรมรุ้ง วรวัธ นำเสนอ
กราบเรียน ท่านประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ขอรายงานข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรง ในครอบครัวสำหรับการรายงานตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วย ความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๕ ซึ่งได้จัดทำรายงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการรายงานจะมีทั้งหมด ๔ ส่วน
ส่วนแรก เป็นข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรง ในครอบครัว ปี ๒๕๖๕ ซึ่งรวบรวมมาจากหน่วยงานต่าง ๆ ๑๕ หน่วยงาน อาทิเช่น สำนักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรือศูนย์พึ่งได้ กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ๑๓๐๐ มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก มูลนิธิเพื่อนหญิงสภาทนายความเป็นต้น ขออนุญาตยกตัวอย่างข้อมูลที่จะนำเสนอจาก ๒ หน่วยงาน หน่วยงานแรก คือข้อมูลจากกระทรวง สาธารณสุข ในปี ๒๕๖๕ มีผู้เข้ารับบริการที่ศูนย์พึ่งได้ในโรงพยาบาล ๕๓๕ แห่ง ๑๖,๘๙๐ ราย หรือเฉลี่ย ๔๖ รายต่อวัน เพศที่ถูกกระทำความรุนแรงมากที่สุดคือ เพศหญิงคิดเป็นร้อยละ ๘๙.๔๕ รองลงมาคือ เพศชาย และเพศทางเลือก และอื่น ๆ ตามลำดับ ผู้ที่ถูกกระทำมากที่สุดจะอยู่ ในช่วงอายุ ๑๐ ปี และไม่เกิน ๒๐ ปีคิดเป็นร้อยละ ๓๖.๔๘ สำหรับปัจจัยของการกระทำ ความรุนแรงมากที่สุด ก็คือเรื่องของสัมพันธภาพระหว่างสมาชิก ในครอบครัว และประเภท ของการกระทำความรุนแรงมากที่สุด ก็คือด้านร่างกาย จากข้อมูลของกรมกิจการสตรี และสถาบันครอบครัว ตามฐานข้อมูล Violence ในปี ๒๕๖๕ ได้รับการส่งต่อมาจาก หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความ รุนแรงในครอบครัว ๒,๐๒๕ เหตุการณ์ ผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ ๗๗.๙๑ รองลงมาเป็นเพศชาย และผู้แสดงออกแตกต่างจากเพศโดยกำเนิด และอื่น ๆ ตามลำดับ สำหรับปัจจัยที่เกิดขึ้นมากที่สุด ก็คือเรื่องของสาเหตุการเมาสุราและยาเสพติด คิดเป็นร้อยละ ๔๕.๓๒ มีประเด็นเรื่องเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำและ ผู้ถูกกระทำมากที่สุด ก็คือเรื่องของคู่สมรส ทั้งหมด ๘๗๘ เหตุการณ์ คิดเป็นร้อยละ ๔๘.๕๓ เมื่อรับแจ้งเหตุการณ์ด้วยความรุนแรงในครอบครัวแล้วจะดำเนินการตามกระบวนการในการ คุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ตั้งแต่เริ่มรับ แจ้งเหตุ การสอบข้อเท็จจริง การส่งต่อ การช่วยเหลือคุ้มครอง การร้องทุกข์ การติดตามผล จนกระทั่งผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติ
ในส่วนที่ ๒ เป็นรายงานข้อมูลความรุนแรงในครอบครัวตามมาตรา ๑๗ ซึ่งข้อมูลที่รวบรวมจะประกอบด้วยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่ามีคดีที่เข้าสู่ กระบวนการในการดำเนินคดีทั้งหมด ๑๗๖ คดี แบ่งเป็นการร้องทุกข์ ๑๕๘ คดี ไม่ร้องทุกข์ ๙ คดี มีการออกคำสั่ง กำหนดมาตรการ หรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์ ๙ คำสั่ง และมีการยอมความในชั้นสอบสวน ๑๔ คดีค่ะ ในส่วนของสำนักงานอัยการสูงสุดเรามี รายงานเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ทั้งหมด ๙ คดี เป็นคดีที่สั่งฟ้อง ๘ คดี ไม่สั่งฟ้อง ๑ คดี และมีการยอมความในชั้นสอบสวน ๑ คดี สำหรับสถิติในระดับสำนักงานศาลยุติธรรม พบว่ามีคดีความรุนแรงในครอบครัว ๒๐๗ คดี และมีการออกคำสั่งกำหนดมาตรการวิธีการ เพื่อบรรเทาทุกข์ ๒ คำสั่ง
ในส่วนที่ ๓ เป็นบทวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่รวบรวมมา ๑๕ หน่วยงาน จำนวนรวมทั้งสิ้น ๒๔,๒๒๘ เหตุการณ์ เป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัว ๑๕,๗๐๗ เหตุการณ์ คิดเป็นร้อยละ ๖๔.๘๓ จากข้อมูลทั้งหมดประมวลแล้วพบว่า ผู้ที่ถูกกระทำมากที่สุดคือเพศหญิง ส่วนเพศชายจะเป็นผู้ที่กระทำความรุนแรง ผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงวัยเด็กเยาวชน คืออายุ ๑๐-๒๐ ปี และผู้กระทำส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในช่วง ๑๘-๕๐ ปี ผู้ถูกกระทำด้วยความ รุนแรงส่วนใหญ่จะถูกกระทำทางด้านร่างกาย รองลงมาก็คือทางด้านเพศและด้านจิตใจ แต่อย่างไรก็ตามการกระทำด้วยความรุนแรงนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของด้านร่างกายแต่ก็จะ ส่งผลต่อเรื่องของจิตใจและสมาชิกในครอบครัวด้วยเช่นกัน จากสถิติศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อป้องกันการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ๗๖ จังหวัด และกรุงเทพมหานคร พบว่าในปี ๒๕๖๕ มีผู้ที่เสียชีวิตจากการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ๓๓ ราย และในปี ๒๕๖๖ มีผู้ที่เสียชีวิตถึง ๔๐ รายด้วยกัน ซึ่งปัญหาสัมพันธภาพในครอบครัวเป็น สาเหตุและปัจจัยที่ก่อให้เกิดความรุนแรงมากที่สุด ส่งผลให้เกิดการสื่อสารเชิงลบ ในครอบครัว อีกสาเหตุหนึ่งก็คือเรื่องของสุรายาเสพติด ส่งผลให้เกิดการทำร้ายกันภายใน ครอบครัว และกรณีการเสพยาเสพติดนั้นจะส่งผลต่อสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ในระยะยาวด้วย สถานที่ที่ถูกทำร้ายมากที่สุดก็คืออยู่ในบ้านของตัวเอง
สำหรับส่วนที่ ๔ เป็นเรื่องของข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในเรื่องของการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็น ๖ ด้านด้วยกัน
ด้านแรก ก็คือเรื่องของระบบฐานข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่ายังไม่มี การเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหน่วยงานสู่หน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านที่ ๒ ก็คือกลไกด้านการดำเนินการด้านกฎหมาย ซึ่งจะหมายรวมถึงเรื่อง ของการปรับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวซึ่งกำลัง จะเข้า ครม. คาดว่าในเดือนนี้นะคะ
ด้านที่ ๓ เรื่องของการผลักดันให้มีพนักงานสอบสวนหญิงที่ทำงานด้วยความ รุนแรงในครอบครัวเป็นการเฉพาะให้เพิ่มขึ้น ในเรื่องของเครือข่ายคือการส่งเสริมให้ทุกพื้นที่ ทำงานร่วมกันกับทีมสหวิชาชีพ ส่งเสริมให้มีอาสาสมัครไม่ว่าจะเป็น อพม. หรืออาสาสมัคร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อสม. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ให้ได้มี ความรู้ในเรื่องของการจัดการกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในระดับเบื้องต้น
ด้านที่ ๔ คือด้านสถานการณ์ปัญหาสังคมซึ่งจะต้องมุ่งเน้นในเรื่องของการ รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้สังคมได้ตระหนักเรื่องความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องของ ชาวบ้านแต่เป็นเรื่องของทุกคนในสังคมที่จะต้องช่วยกัน
มิติที่ ๕ คือด้านการจัดสวัสดิการ จะต้องมีการผลักดันให้มีสวัสดิการที่ เหมาะสมสำหรับผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย รวมทั้งผลักดันให้มี เรื่องของที่พัก สถานที่ที่เพียงพอสำหรับผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว
ด้านที่ ๖ ก็คือเรื่องของการศึกษาและวิจัย ซึ่งจะต้องผลักดันให้เกิดหลักสูตร การศึกษาในมิติเรื่องความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงในทุกรูปแบบในทุกระดับ การศึกษาด้วย
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวพร้อมน้อมรับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ