เขมชาติ เสนอรายงานกิจการประจำปี งบดุล และบัญชีกำไรขาดทุน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๘

เขมชาติ อภิรัชตานนท์ เสนอรายงานกิจการประจำปี งบดุล และบัญชีกำไรขาดทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีบัญชี ๒๕๖๗ เพื่อทราบต่อรัฐสภา โดยชี้แจงผลการดำเนินงานประจำปี ๒๕๖๖ ของธนาคารดังกล่าว รวมถึงรายละเอียดสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไรจากการดำเนินงาน และกำไรสุทธิ เขมชาติ อภิรัชตานนท์ นำเสนอข้อมูลสถิติสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ในปี ๒๕๖๖ โดยระบุยอดเงินเบิกจ่าย ผู้ประกอบการที่ได้รับประโยชน์ และโครงการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล รวมถึงการลดเอ็นพีแอลและการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs

นายเขมชาติ อภิรัชตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายเขมชาติ อภิรัชตานนท์ รองกรรมการ ผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเรียกโดยย่อว่า ธพว. หรือ SME D Bank ขอเรียนเสนอรายงานกิจการประจำปี งบดุล และบัญชีกำไรขาดทุน ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีบัญชี ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๔๕ ในมาตรา ๔๕ ซึ่งในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี ๒๕๖๗ ของธนาคาร ธพว. เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๗ ก็มีมติรับทราบรายงานกิจการประจำปี ๒๕๖๖ และอนุมัติงบดุล งบกำไรบัญชีขาดทุนสำหรับสิ้นปีบัญชี ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ โดยผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเห็นชอบแล้ว ต่อมาที่ ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ มีมติรับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุล และบัญชีกำไรขาดทุนของธนาคาร สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ แล้วก็ให้นำเสนอต่อ รัฐสภาเพื่อทราบ

ในการนี้ ขอรายงานกิจการประจำปี งบดุล และบัญชีกำไรขาดทุนของ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ ธพว. เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๔๕ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังและกระทรวง อุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจอันเป็นการพัฒนา ส่งเสริม ช่วยเหลือ และสนับสนุนการจัดตั้งการดำเนินงาน การขยาย หรือการปรับปรุงวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมโดยการให้สินเชื่อ การค้ำประกันร่วมลงทุน ให้คำปรึกษาแนะนำ หรือให้บริการที่ จำเป็นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ โดยมีผลการดำเนินงาน ณ สิ้นปี ๒๕๖๖ ที่สรุป เป็นสาระสำคัญ ดังนี้ ณ สิ้นปี ๒๕๖๖ ธนาคารมีสินทรัพย์รวม ๑๒๐,๑๘๗.๘๓ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๕ ร้อยละ ๓.๔๔ ธนาคารมีหนี้สินรวม ๑๐๘,๑๐๖.๑๑ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓.๔๑ ส่วนของเจ้าของ ๑๒,๐๘๑.๗๒ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓.๖๕ รายได้รวม ๕,๙๖๙.๖๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๖.๒ ค่าใช้จ่ายรวม ๔,๐๘๘.๕๒ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๗.๘๒ กำไรจากการดำเนินงาน ๑,๘๘๑.๑๒ ล้านบาท ลดลงร้อยละ ๑๒.๕๕ กำไรสุทธิ ณ สิ้นปี ๒๕๖๖ อยู่ที่ ๖๑๓.๔๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐.๖๑

ผลการดำเนินงานที่สำคัญในปี ๒๕๖๖ ขออนุญาตสรุป ดังนี้

ทางด้านสินเชื่อในปี ๒๕๖๖ ธพว. มียอดเบิกจ่ายสินเชื่อรวมทั้งสิ้น ๗๐,๖๙๕.๓๑ ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับสินเชื่อจำนวน ๕,๘๙๘ ราย ประกอบด้วยเป็นผู้ได้รับสินเชื่อจาก ธพว. จำนวน ๗๐,๔๘๒.๔๔ ล้านบาท และเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับสินเชื่อจากกองทุนหน่วยร่วมพันธมิตรของธนาคาร จำนวน ๒๑๒.๘๗ ล้านบาท สินเชื่อส่วนใหญ่เป็นโครงการสินเชื่อตามมติคณะรัฐมนตรี และโครงการ สินเชื่อที่สนับสนุนนโยบายของรัฐบาล รวมถึงให้ความสำคัญกับการยกระดับธุรกิจที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดรับกับนโยบายภาครัฐภายใต้ยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว หรือที่เรียกว่า BCG Model เพื่อให้ เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยรวมของ ประเทศ นอกเหนือจากสินเชื่อตามมติคณะรัฐมนตรี และโครงการที่สนับสนุนนโยบายของ รัฐบาลแล้ว เรายังมีสินเชื่อกองทุนพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ และโครงการสินเชื่อ ลดโลกร้อนตามนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น การปล่อยสินเชื่อของ ธพว. ในปี ๒๕๖๖ ทำให้ธนาคารมีสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นปี ๒๕๖๖ เท่ากับ ๑๐๓,๗๓๘.๓๐ ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการได้รับสินเชื่อจำนวน ๗๗,๕๕๖ ราย สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ได้จำนวน ๓๓,๖๕๐.๕๖ ล้านบาท และสามารถดูแลการจ้างงานในระบบเศรษฐกิจเพิ่มในปี ๒๕๖๖ ได้อีกจำนวน ๑๒๓,๒๓๔ ราย ทางด้านการบริหารจัดการสินเชื่อด้อยคุณภาพหรือเอ็นพีแอล ในปี ๒๕๖๖ ธพว. กำหนดเป้าหมายการบริหารจัดการสินเชื่อเอ็นพีแอล และการลด การกันสำรองเพื่อรักษาระดับ BIS Ratio ให้เป็นไปตามเกณฑ์การกำกับดูแลของธนาคาร แห่งประเทศไทย รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเอ็นพีแอล รวมทั้งมีระบบ การติดตามลูกหนี้ที่ปล่อยใหม่ให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ส่งผลให้เอ็นพีแอลลดลง โดย ณ สิ้นปี ๒๕๖๖ ธพว. มีเอ็นพีแอลสุทธิ จำนวน ๘,๖๙๓.๗๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๘.๓๘ ของเงินให้สินเชื่อ คงค้าง โดยเอ็นพีแอลลดลงจากปี ๒๕๖๕ จำนวน ๑,๙๓๐.๓๘ ล้านบาท ทางด้านพัฒนา ผู้ประกอบการในปี ๒๕๖๖ ธพว. ได้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในมิติต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับบริบทตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของธนาคาร โดยธนาคารได้จัดทำโครงการยกระดับความเข้มแข็ง ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการ โดยการบริหารจัดการธุรกิจที่ครอบคลุมวงจรธุรกิจ อาทิ ด้านการเงิน การบัญชี ภาษี ด้านการตลาด ด้านการผลิต ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยสามารถเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการได้ทั้งสิ้น จำนวน ๑๘,๒๘๙ ราย

จึงขอเรียนสรุปรายงานผลประกอบการโดยย่อให้กับสภารับทราบรายงาน กิจการประจำปี งบดุล และบัญชีกำไรขาดทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ขอบพระคุณครับ