ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ชี้ปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นจากศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชที่ส่งผลกระทบต่อหลายเขตในกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับสัญญาจัดการขยะมูลฝอย ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เพื่อเน้นย้ำความสำคัญในการหลีกเลี่ยงการปิดถาวรหรือต่อสัญญาเดิม พร้อมทั้งสอบถามแนวทางแก้ไขเมื่อสัญญาระยะยาวหลายฉบับจะหมดอายุในช่วงปี ๒๕๖๘-๒๕๗๐ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชน ก่อนอื่นก็คงจะต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ในวันนี้ท่านเองได้มาตอบกระทู้ในเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งเห็นว่าท่านวิ่ง อยู่หลายกระทู้ ก็ต้องขอขอบคุณครับ แต่ประเด็นนี้ผมคิดว่าก็เป็นประเด็นที่มีความสำคัญก็เป็น เรื่องของกลิ่นเหม็นจากโรงขยะอ่อนนุชซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรุงเทพมหานคร แล้วผมคิดว่ามี ความเกี่ยวข้องโดยตรงกับทางตัวของท่านรัฐมนตรีเองด้วย เนื่องจากว่าตัวท่านเองก็เป็น ผู้แทนราษฎรในพื้นที่เขตลาดกระบัง ก็อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีความติดต่อกันกับเขตประเวศกับเขต สะพานสูงที่ผมนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ แล้วก็น่าจะได้รับผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น ก่อนอื่นผมเองคงจะต้องบอกถึงเรื่องของเหตุผลในการตั้งกระทู้ถามในวันนี้ก่อน เนื่องจากว่า ที่ผ่านมาหลายท่านอาจจะสงสัยว่าเหตุใดเรื่องของศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชที่เป็นความ รับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร เหตุใดเราต้องมานั่งใช้พื้นที่ตรงนี้ในการที่จะมาตั้งกระทู้ถาม มาถึงท่านรัฐมนตรี ความจริงแล้วที่ผ่านมาพวกเราเอง ไม่ว่าจะเป็นผมหรือว่าเพื่อน สส. พรรคประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายท่านก็ได้มีการใช้หลายช่องทางในการที่จะ แก้ปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าไปหารือเข้าไปพูดคุยกับทางสำนัก สิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานครเอง หรือว่าการที่ใช้ช่องทางในเรื่องของสภากรุงเทพมหานครผ่าน สก. ของพรรคประชาชนในการที่จะพิจารณาในระดับกรรมการในกรุงเทพมหานครก็ยังไม่ได้มีการ แก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมเท่าไรนักเช่นเดียวกับการใช้ในเรื่องของกระบวนการปรึกษาหารือ ในสภาผู้แทนราษฎรก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นวันนี้ผมเองจึงต้องมาใช้พื้นที่ตรงนี้ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อสะท้อนปัญหานี้ถึงท่านรัฐมนตรีเพื่อให้ได้รับทราบถึงแนวทางการดำเนินการต่อไปที่จะ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงขยะอ่อนนุชเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่ใช่เพียงแค่ ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตประเวศ สะพานสูงที่ผมดูอยู่เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของกลิ่นที่มัน ข้ามไปยังเขตพื้นที่ข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นเขตลาดกระบังของทางท่านรัฐมนตรีเองหรือว่าเขต เกี่ยวข้อง อย่างเช่น เรื่องของเขตสวนหลวงหรือว่าเขตบางนา เขตพระโขนง หรือว่า เช่นเดียวกันถ้าหากว่าไม่ใช่เพียงแค่ศูนย์อ่อนนุชก็ยังมีศูนย์สายไหมที่มีท่าน สส. ศศินันท์ที่นั่ง อยู่ข้าง ๆ ผมก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าก็น่าจะไปพร้อม ๆ กัน ครับท่านประธานในเรื่องของปัญหานี้ ซึ่งพี่น้องประชาชนหลายท่านที่ร้องเรียนผมมาในช่วง หน้าหนาว หน้าฝน ใน Inbox ผมแทบระเบิดครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนโอ้โฮเต็มไปหมด เลยครับ ท่านประธานท่านลอง Log In เข้ามาในตัวเฟซบุ๊กของผมท่านก็จะทราบแล้วเข้าไป พี่น้องประชาชนก็สะท้อนเต็มที่ว่ากลิ่นมันไปอย่างไร ซึ่งกลิ่นต้องบอกว่ามันไปหลายกิโลเมตร มากครับท่านประธาน ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เราทนกันมานานแล้ว หลายปีแต่ไม่มีการแก้ไข
ดังนั้นในการตั้งกระทู้ในวันนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญคงเป็นเรื่องของการที่เราจะ ได้เห็นรูปธรรมในการที่จะแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่เพียงแค่การรับรู้ปัญหาเพราะผมเชื่อว่าทุกฝ่าย มีการรับรู้ปัญหากันมาแล้วเป็นอย่างดี แน่นอนท่านประธานครับในเรื่องของการแก้ปัญหา ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือการที่จะต้องหลีกเลี่ยงที่จะพูดไม่ได้คือเรื่องของสัญญาครับ เรื่องของ สัญญาของการจัดการขยะอ่อนนุช ด้านในของศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชต้องบอกว่าเป็นศูนย์ กำจัดขยะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์ขยะที่มีขนาด ๕๘๐ ไร่ ภายในนี้ มีอยู่หลายโครงการด้วยกัน ซึ่งแต่ละโครงการก็ต้องบอกว่ามีสัญญาที่แยกแล้วก็ทำร่วมกับ ทางเอกชนที่มีความเกี่ยวข้องอยู่หลายโครงการ ซึ่งเท่าที่ผมได้รับข้อมูลมาจากการเข้าไป พิจารณาในสภากรุงเทพมหานครในระดับคณะกรรมการ ผมเองก็มีโอกาสได้เข้าไปแล้วก็ได้ ข้อมูลหลายอย่างในเรื่องของสัญญาซึ่งก็จะมีความเกี่ยวข้องกับคำถามที่ผมจะถามต่อไป อย่างเรื่องของคำถามที่ผมจะถามต่อไป เรื่องของรายละเอียดสัญญาซึ่งตัวของสัญญาเท่าที่ผม ได้รับทราบข้อมูลด้านในของศูนย์อ่อนนุชก็จะมีอยู่ทั้งหมด ๘ สัญญา ซึ่งเป็น ๘ สัญญาที่อยู่ ภายในก็อาจจะมีความแยกย้ายแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย ติดเชื้อหรือว่าเรื่องของโรงในการที่จะหมักปุ๋ยมี ๑,๐๐๐ ตัน มี ๖๐๐ ตัน หรือว่าตัวโรง ๘๐๐ ตันก็เช่นเดียวกัน แต่ที่น่าสนใจก็คือว่าในส่วนของหลาย ๆ โครงการ หลาย ๆ สัญญากำลังจะ เป็นช่วงที่จะมีการหมดสัญญาพอดี เนื่องจากว่าในหลายสัญญานี้จะมีการหมดสัญญาในช่วงปี ๒๕๖๙ และปี ๒๕๗๐ ดังนั้นผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่เราจะต้องมาพูดคุยกันในวันนี้คือการที่ จะต้องรับทราบว่าแนวทางหลังจากที่มีการหมดสัญญาไปแล้ว ในส่วนของหลาย ๆ โรงที่จะหมดในช่วงปี ๒๕๖๙ ๒๕๗๐ หรือแม้แต่บางโรงที่จะหมด ในปี ๒๕๖๘ นี้ด้วยเช่นเดียวกันนะครับว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป เนื่องจากว่า ตอนนี้พี่น้องประชาชนเองก็มีความสงสัยครับว่าถ้าหากว่าหมดสัญญาไปแล้วผู้หลักผู้ใหญ่ ในกรุงเทพมหานครหลายท่านก็ได้มีการรับปากกับผมไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า ในบางโครงการ อาจจะมีการปิดหรือว่าปิดถาวรต่อไป หรือว่าจะไม่ต่อสัญญา อันนี้ผมเองก็อยากจะทราบ เช่นเดียวกันว่าแนวทางของกระทรวงมหาดไทยที่รับทราบมาจากกรุงเทพมหานครเป็น แนวทางเช่นเดียวกันนั้นหรือไม่ ก็อยากจะทราบว่าถ้าหากว่าในเรื่องของการที่จะแก้ปัญหานี้ ในเรื่องของการที่จะดำเนินการหลังจากหมดสัญญาจะดำเนินการอย่างไรต่อ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการยกเลิกสัญญาไปเลย สัญญาไหนบ้างนะครับหรือว่าเรื่องของบางโครงการที่ อาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องต่อสัญญาจะมีการพิจารณาในเรื่องของเงื่อนไขในการที่จะ เจรจากับเอกชนอย่างไร ให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องของปัญหามลพิษ อย่างที่ผ่าน ๆ มานะครับ เพราะว่าที่ผ่านมาในเรื่องของสัญญาพี่น้องประชาชนเองนี่ก็ได้รับรู้ รับทราบนะครับว่าที่ผ่านมาสัญญาในการทำกันมายาวนานซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่พื้นที่บริเวณ นี้ยังไม่ได้เป็นเมืองอย่างทุกวันนี้แต่ว่ายังเป็นทุ่งนาอยู่ซึ่งก็ยังไม่ได้มีเรื่องของการกำจัดมลพิษ เท่าใดนัก ดังนั้นสำหรับส่วนของคำถามแรก ก็เลยอยากจะทราบว่าสัญญาที่จะหมดในช่วงปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ หลาย ๆ สัญญานี่จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ก็อยากฟังจากท่านรัฐมนตรีครับ