ธีรรัตน์ รับปากแก้กลิ่นเหม็นศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๘

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ระบุปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นจากศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชว่าเป็นปัญหาระยะยาวที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และชี้แจงข้อมูลปริมาณขยะในกรุงเทพฯ พร้อมยืนยันแผนการปรับปรุงระบบและสัญญาใหม่เพื่อลดผลกระทบ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ได้ตอบคำถาม กระทู้ถามทั่วไปของท่าน สส. ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ นะคะ ในเรื่องของปัญหา กลิ่นเหม็นจากศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ดิฉันก็ต้องเรียนว่าต้องขอขอบคุณทาง ท่าน สส. ณัฐพงศ์มาก ๆ เลยที่นำเรื่องนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าเกี่ยวข้องกับชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ก็พูดได้ค่ะท่านประธานว่าเป็นปัญหาที่เรื้อรังมาเป็น เวลานานหลายปีมากแล้ว เพราะว่าความจริงโรงกำจัดขยะมูลฝอยเหล่านี้เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อน พวกเราเกิดกันอีกนะคะ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ เศษ ๆ เท่านั้นเอง ในช่วงที่ดิฉันเป็นวัยรุ่นอยู่นะคะ ต้องนั่งรถผ่านเส้นนี้เพราะว่าศึกษาอยู่ในพื้นที่ลาดกระบังแล้วก็ผ่านมาทางประเวศ เพื่อที่จะ เข้าเมืองไปทางจุดอื่น ๆ ต่อ ทุกครั้งที่ต้องผ่านตรงอ่อนนุชตรงนี้ก็ต้องปิดจมูกทุก ๆ ครั้งเลย เพราะว่าส่งกลิ่นเหม็นเป็นอย่างมาก แล้วก็ยังคิดถึงคนที่อยู่พื้นที่รอบ ๆ นี้ว่าแล้วเขาจะอยู่กัน อย่างไร ขนาดเราผ่านมาแป๊บเดียวยังเหม็นขนาดนี้เลย อันนั้นน่าจะเป็นเรื่องเมื่อ ๓๐ กว่าปี ที่แล้วที่ดิฉันได้มีประสบการณ์โดยตรงมาก ๆ แล้วก็คิดว่าอย่างไรเราก็ต้องช่วยกันแก้ไข ปัญหานี้ให้หมดไปในโอกาสที่เราได้มาทำงานตรงนี้แล้วนะคะ แต่หลังจากนั้นทางโรงกำจัด ขยะมูลฝอยอ่อนนุชนี้ก็ได้มีการปรับปรุงมาโดยสม่ำเสมอไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการก่อสร้าง โรงงานกำจัดขยะ การทำระบบปิด การใส่สารเคมีต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ลดกลิ่นไป แต่ก็อย่างที่ ทางท่าน สส. บอกว่าเป็นไปตามฤดูกาลจริง ๆ เวลาที่ลมพัดไปทางไหนก็ยังมีกลิ่นที่เล็ดลอด ออกไปบ้าง ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบมาโดยตลอด แล้วก็อาจจะมากบ้างน้อย บ้างก็ตามแต่แรงลม จะกลิ่นแรงบ้างน้อยบ้างก็คืออยู่ที่เครื่องมือของเราด้วยว่ามี ประสิทธิภาพในการที่จะกำจัดกลิ่นแค่ไหน ดิฉันก็คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่พี่น้องประชาชนที่อยู่ ในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นลาดกระบัง ประเวศ สวนหลวง แล้วก็สะพานสูงอย่างที่อาจจะไปถึงได้ ได้รับทราบในเรื่องนี้ด้วยนะคะ ก็ขออนุญาตได้กล่าวข้อมูลพื้นฐานนะคะว่าใน กรุงเทพมหานครเรามีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนที่ต้อง กำจัดเฉลี่ยวันละประมาณ ๙,๕๐๐ ตันต่อวันนะคะ ก็ถือว่าเป็นปริมาณที่เยอะ โดยมีมูลฝอยที่จะถูกรวบรวมแล้วก็ส่งไปยังศูนย์ กำจัดมูลฝอย ๓ แห่งด้วยกัน นั่นก็คือได้แก่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ประมาณ ๔,๐๐๐ ตัน ต่อวัน ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมประมาณ ๓,๕๐๐ ตันต่อวัน แล้วก็ศูนย์กำจัดมูลฝอย สายไหม ประมาณ ๒,๐๐๐ ตันต่อวันด้วยมีวิธีฝังกลบเพื่อที่จะให้เป็นไปตามหลักสุขาภิบาล แล้วก็มีการทำปุ๋ยแล้วก็เป็นวิธีผสมผสาน ซึ่งตรงนี้ดิฉันคิดว่าเป็นข้อมูลที่ทางท่าน สส. เองก็ได้ไปหามาแล้วก็ได้รับทราบเป็นอย่างดีใน เรื่องของรายละเอียด แต่ว่าที่อยากจะถามแล้วก็ได้รับความชัดเจน นั่นก็คือในเรื่องของ สัญญา จากที่ดิฉันได้ทราบจากทางเจ้าหน้าที่ ในขณะนี้เรามี ๑๐ สัญญาด้วยกัน ก็ขออนุญาต ท่านประธานว่าเรามีในบริษัทซึ่งท่าน สส. มีรายละเอียดอยู่แล้วใช่ไหมรายชื่อทั้งหมดนี้ โอเค ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะไม่ได้กล่าวถึงเพื่อที่จะประหยัดเวลา ๑๐ สัญญาที่กำลังที่จะหมดไปนี้จะมี อยู่ ๒ สัญญาที่เป็นจุดสำคัญ ๆ นั่นก็คือในส่วนของโรงงานที่จะทำปุ๋ยหมักที่เป็นขนาด ๑,๐๐๐ ตันต่อวัน อันนี้จะหมดสัญญาประมาณปี ๒๕๗๐ อันนี้ก่อสร้างมาแล้ว ๘ ปี ประกอบการมาแล้ว ๘ ปีด้วยกันกับอีกส่วนหนึ่งก็คือโรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการทำปุ๋ย ขนาด ๖๐๐ ตันต่อวัน อันนี้ก็จะประกอบการมาแล้ว ๑๐ ปีจะหมดสัญญาประมาณเดือน ธันวาคม ปี ๒๕๖๙ นี้ ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็น ๒ จุดนี้ที่ท่าน สส. มีความกังวลว่าเสร็จแล้วจะทำ อย่างไรกับมันต่อ ก็ได้ทราบว่ากลิ่นที่เราได้รับมาในปัจจุบันส่วนมากแล้วเกิดจากโรงกำจัด ขยะที่จะไปทำเป็นปุ๋ยต่อ เพราะว่ามันจะมีกระบวนการในเรื่องของการพลิกขยะ การพลิกมูล ฝอยต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ได้ตรงตามสูตรด้วย จึงทำให้บางครั้งมีกลิ่นเล็ดลอดออกมา แล้วก็ปลิว ไปตามลมเป็นสาเหตุที่ทำไมยังมีกลิ่นรอบ ๆ โรงขยะเหล่านั้น ซึ่งถ้าหากว่าโรงขยะ ๒ โรงนี้ ได้หมดสัญญาไปแล้ว มันก็มีแนวโน้มว่าเราเองนั้นจะมีการก่อสร้างโรงกำจัดมูลฝอยโดยใช้ เทคโนโลยีแบบใหม่ขึ้นมาที่อาจจะเป็นในเรื่องของการที่จะต้องเพิ่มสารต่าง ๆ จุลินทรีย์ เพื่อที่จะลดกลิ่นเหล่านั้น แล้วก็การทำห้องที่มีความกดอากาศไม่ให้อากาศออกไปข้างนอก ไม่ให้กลิ่นจากภายในออกไปข้างนอก ฉะนั้นก็ต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งในขณะนี้เอง เราได้มีโครงการที่มีเอกชนเข้ามา มีระบบเตาเผามูลฝอยที่จะรับได้อย่างต่ำ ๑,๐๐๐ ตัน แล้วก็สูงสุดอยู่ที่ประมาณ ๑,๖๐๐ ตันต่อวัน ถ้าหากว่าในช่วงนี้ที่จะมีการหมดสัญญาของ ๒ โรงที่ดิฉันได้กล่าวไปนี้เราจะสามารถใช้โรงนี้ในการมารองรับได้ แล้วก็ยังมีแนวคิด ในการศึกษาร่วมกัน ในการที่จะขนขยะจากภายในที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยที่อ่อนนุชนี้ไปที่ ต่างจังหวัดเพื่อที่จะไปให้ผ่านกรรมวิธีในการที่กำจัดขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่จะไม่ ทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหายต่อไปด้วย อันนี้ก็เป็นแนวทางเบื้องต้นที่ดิฉันคิดว่าน่าที่จะสามารถ คลายความกังวลของทางท่าน สส. ไปได้ เพราะว่าจากที่เราได้คุยกับทางเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ใน ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชนี่เราก็รู้ว่าเขาได้ติดตามในเรื่องของปัญหามาโดยตลอด แล้วก็ พยายามที่จะหาวิธีในการแก้ไขแล้วก็ด้วยนโยบายจากทางภาครัฐเองที่เราจะต้องดูแล คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ดิฉันเองที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลกรุงเทพมหานครก็จะ ทำงานใกล้ชิดในเรื่องนี้กับทางทีมของกรุงเทพมหานครไม่ว่าจะเป็นทางท่านผู้ว่าชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เราได้โทรคุยกันว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้อย่างยั่งยืน มากที่สุด เดี๋ยวอาจจะเป็นในส่วนของคำถามต่อไปที่ทางท่าน สส. จะได้ถามด้วย ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ