พิชัย ชี้แจงแผนแก้ราคาข้าว ขยายตลาดจีน-อินเดีย-แอฟริกา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๘

พิชัย นริพทะพันธุ์ รายงานความคืบหน้าโครงการรับจำนำข้าว ๑,๐๐๐ บาท ๑๐ ไร่ ที่ชาวนาพอใจแล้วจะเสนอเข้า ครม. ภายในสัปดาห์หน้า พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาราคาข้าวโดยเร่งขยายตลาดใหม่ทั้งจีน อินเดีย และแอฟริกา โดยเน้นการขายข้าว GI เพื่อแก้ปัญหาอุปทานส่วนเกิน พิชัย นริพทะพันธุ์ หารือเรื่องการเจรจาเพื่อลดการแข่งขันด้านราคาข้าวกับอินเดียและเวียดนาม เสนอให้พาณิชย์จังหวัดกลางเขาดูแลเรื่องความชื้น และวางแผนการตลาดร่วมกันผ่าน Modern Trade เพื่อควบคุมปริมาณข้าวนาปรังที่กำลังจะออกสู่ตลาด พิชัย นริพทะพันธุ์ ชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรระยะสั้นและระยะยาว โดยเสนอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งหาตลาดส่งออกกล้วยเพื่อสร้างรายได้สูง และเชิญชวนชาวนาปลูกพืชอื่นทดแทนนาปรังก่อนวันที่ ๓๐ เมษายน เพื่อปรับโครงสร้าง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่าน สส. ผู้ทรงเกียรตินะครับ ผมเองขออนุญาตรายงานว่าเราได้ทำ อะไรไปบ้างนะครับ ๑. เรื่อง ๑,๐๐๐ บาท ๑๐ ไร่ เราได้สรุปกันเรียบร้อยแล้ว แล้วตอนหลัง ก็มีชาวนามาประท้วงเหมือนที่ท่านทราบเราก็ให้ความเข้าใจเขาว่าจริง ๆ แล้วตอนนี้ราคา ตลาดมันประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าบาท ๘,๕๐๐ บาท ๘,๘๐๐ บาท รวมกับรายได้ที่เขาจะได้อีก ไร่ละ๑,๐๐๐ บาท ก็เท่ากับอีก ๑,๐๐๐ กว่าบาทก็ประมาณหมื่นหนึ่งแล้วที่เขาจะได้รายได้ เขาก็พอใจกัน ตอนนี้รายละเอียดกำลังจะทำเพื่อส่งเข้า ครม. น่าจะเข้าได้ภายในอาทิตย์หน้า อาทิตย์โน้น เพราะว่าอาจจะต้องเวียนขอความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ก่อนนะครับ อันนี้ก็เรียนให้ฟังว่าได้ดำเนินการแล้ว ได้สรุปแล้วเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ อันนี้คือสิ่งที่อยากให้ ทราบว่าเราต้องฟังความคิดเห็นของคนทุกฝ่าย แล้วเราก็หาทางมาช่วยแก้ไขอย่างไรเหมือนที่ ผมบอกครับ ความทุกข์ของชาวนาคือความทุกข์ของแผ่นดิน เราต้องแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้นะครับ

ต่อมาคือการที่จะต้องเร่งหาตลาดใหม่ เหมือนที่ผมบอก เรื่องทั้งที่จีนเองก็มี สัญญาณที่ดี อาทิตย์หน้าผมก็เจอเอกอัครราชทูตจีนนัดเหมือนกันว่าจะเร่งเรื่องนี้อย่างไร เขาเองก็บอกว่าเรื่องนี้มันเป็นการเจรจาระหว่างรถไฟความเร็วสูงสมัยโน้นนะครับ แต่ถ้าเกิด วันนี้เราก็จะเริ่มทำรถไฟความเร็วสูงสมัยนี้แล้ว เดี๋ยวรวมเข้าไปในนี้เดี๋ยวเขาจะจัดการให้ อันนี้ขออนุญาตให้ข้อมูลเบื้องลึกเลยนะครับ

ต่อมาก็คือเรื่องของเรื่องแอฟริกา ๓๗๐,๐๐๐ นี่คือเริ่มต้นเรายังจะขยายต่อ นะครับ ตอนนี้เชื่อว่าอินโดนีเซียที่สุดแล้วก็ต้องกลับมาซื้อ อาจจะบอกว่าตอนนี้ไม่ซื้อแต่เดี๋ยว อินเดียก็ต้องซื้อ เรามีการทำการตลาดแล้ว ตอนนี้ให้ทางทูตพาณิชย์เร่งขายกันค่อนข้างเยอะ ก็เชื่อว่าได้รับผลตอบรับมาค่อนข้างดี แต่ราคาเหมือนที่บอกนะครับ พออินเดียขายเราก็จะมี ปัญหานิดหนึ่ง แต่ถ้าเป็นข้าวเป็นอะไรที่เป็น อย่าง GI เป็นข้าวหอมมะลิเราไม่มีปัญหาการ ขายเลยเราสามารถขายได้ถ้าเป็นข้าวที่เป็นเฉพาะพิเศษนะครับ

อันที่ ๓ ผมเองก็ได้เร่งเจรจากับอินเดียนะครับ แล้วก็กับเวียดนามว่าทำ อย่างไรที่จะไม่ต้องแข่งขันกันมากนัก ทำได้ไหม เพื่อจะได้ไม่ให้ราคาสิทธิข้าวมันต่ำมากนัก เกษตรกรของทั้ง ๓ ประเทศก็จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีการคุยกันแล้วนะครับ แต่ว่ารอที่จะ นัดหมายคุยกันอีกทีว่าจะทำเรื่องนี้ได้ขนาดไหน อันนี้คือสิ่งที่เราทำนะครับ

ต่อมาก็คือให้พาณิชย์จังหวัดกลางเขาดูด้วย อยากให้ชาวนามีการตรวจเรื่อง ความชื้นเรื่องอะไรให้มันชัดเจน และนอกจากนี้เรายังจะทำข้าวถุงร่วมมือกับพวก Modern Trade ทำข้าวถุงเพื่อจะดึงนัก Supply ออกตลาดเพื่อที่จะสามารถลด Supply ของตลาด ออกไปได้ ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ เดี๋ยวถ้ามีมาตรการ คือตอนนี้ข้าวนาปรังจริง ๆ ยังไม่ออกมา ตอนนี้ออกมาประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เอง เดือนนี้ประมาณกลาง ๆ เดือนน่าจะมีข้าวนาปรัง ออกมาเยอะ เดี๋ยวเราจะมีมาตรการในการทำการตลาดให้มากขึ้นแล้วก็จะมาชี้แจงท่าน ที่เคารพนะครับ

ผมเองก็อยากสรุปคร่าว ๆ ว่าจริง ๆ แล้วพี่น้องเกษตรกรเป็นพี่น้องในกลุ่ม ประชาชนที่สำคัญที่เราอยากจะต้องดูแลนะครับ ขอให้มั่นใจว่าเราอย่างไรต้องทำให้สิทธิ เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตอนช่วงระยะสั้นมีราคาที่ไม่ดีเราก็ เข้าใจแก้ไขนะครับ ระยะยาวทำอย่างไร โจทย์ก็คือทำอย่างไรที่เขามีรายได้ที่มากขึ้น อย่างกระทรวงพาณิชย์เองเราก็พยายามจะหาพืชอื่นเพื่อที่เขาจะสามารถสร้างรายได้ได้ เรามี การนำ อย่างผมไปญี่ปุ่น เราก็ได้รู้ว่าญี่ปุ่นต้องการกล้วย ๑ ล้านตันต่อปี เรามี ๘,๐๐๐ ตัน เราส่งแค่ ๒,๐๐๐ ตันเอง โควตาแบบต่าง ๆ เราเองจะทำอย่างไร ถ้าเกิดเรามาเร่งให้กับ ชาวนาหรือเกษตรกรไทยปลูกกล้วยส่งญี่ปุ่นดีไหม เพราะผมคำนวณแล้วให้ทางกระทรวง พาณิชย์คำนวณว่าผลตอบแทนต่อไร่ของกล้วย ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อไร่เลย เราก็ได้มีการ ให้นำทูตพาณิชย์จากญี่ปุ่นมาเลย ของไทยประเทศญี่ปุ่น แล้วก็นำผู้นำเข้าจากญี่ปุ่นมาเลยมา ทดลองปลูกในแปลงที่จังหวัดนครราชสีมานะครับ ตอนนี้ลงไปแล้ว ๑๕๐,๐๐๐ ต้น เพื่อที่จะ ทดสอบให้ประชาชนได้เห็นว่าเขาได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าจริง ๆ เพื่อจะปรับเปลี่ยนให้เขา มาปลูกพืชที่มีรายได้สูงขึ้นเพื่อเขาจะได้มีรายได้ที่ยั่งยืน อันนี้คือสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์เราทำ แล้วเราก็พยายามจะหาสินค้าเหล่านี้ พวกผลผลิตเกษตรเหล่านี้ที่จะสร้างรายได้ให้กับ เกษตรกรและชาวนามากขึ้น จะทำอย่างไรให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อันนี้ขอยืนยันว่า ถ้าอันนี้สำเร็จ จริง ๆ แล้วมีการปลูกกล้วยในพื้นที่ภาคเหนือ เชียงรายเองเขาก็มีการส่งออก แล้วรายได้ก็เป็นแสน ๆ ต่อไร่แล้วนะครับ ไม่ใช่ว่าอันนี้เป็นการทดลอง แต่ว่าอันนี้เป็นการ ดึงดูดให้เกษตรกรเข้ามาปลูกเพิ่มขึ้น อันนี้คือสิ่งที่เราอยากจะชี้แจงให้เห็น ก็ขอเชิญชวนให้ เกษตรกรเฉพาะชาวนาให้มาลงเรื่องพื้นที่นาปรังก่อนวันที่ ๓๐ เมษายน จะได้รับเงินอันนี้ แล้วก็ขอให้มั่นใจว่าเราเองเป็นห่วงชาวนาตลอด แล้วก็ขอบคุณท่าน สส. อย่างยิ่งที่ให้ผมได้มี โอกาสมาชี้แจง ผมก็เชื่อว่าปัญหาต่าง ๆ ก็ต้องเร่งแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หวังว่า ในที่สุดแล้วเกษตรกรและชาวนาไทยจะมีรายได้ที่สูงขึ้น ขอบคุณครับ