ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ หารือเรื่องกฎหมายอาคารชุดและโรงแรมเกี่ยวกับการเช่าห้องให้ชาวต่างชาติผ่านแพลตฟอร์ม Airbnb และยืนยันการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน
ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย วันนี้ได้รับมอบหมายจากทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยให้ได้ตอบกระทู้ของท่านกรุณพล ที่มีความห่วงใยสำหรับผู้เช่าที่อยู่ใน อาคารชุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปรากฏเป็นข่าวอย่างที่ท่านได้นำเรียนว่าในขณะนี้มีการนำ ผู้เช่าที่เป็นต่างชาติให้มาอยู่ในอาคารชุดนั้น อาจจะส่อให้เกิดช่องทางในการกระทำผิดกฎหมายได้ แล้วก็อาจจะเป็นอันตรายรบกวน ความเป็นอยู่ในเรื่องความปลอดภัยของคนไทยที่อยู่ได้ ดิฉันได้มีการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องค่ะ แล้วก็ได้สืบสาวราวเรื่องทั้งหมดเพื่อที่จะได้นำมาตอบข้อซักถามของทางท่าน กรุณพลที่มีความกังวลใจในขณะนี้ อย่างที่ทราบกันดีว่ามีข่าวว่ามีชาวต่างชาติหลาย ๆ ชาติ ด้วยกันเข้ามาเช่าอาคารที่เป็นข่าว รวมถึงที่ไม่เป็นข่าวด้วยที่เรารับทราบกันดี เกิดมาตั้งแต่ สมัยที่เรามี Application Airbnb ค่ะท่านประธานคะ ที่มีความหลากหลายแล้วก็มีการ เปิดช่องให้มีการให้เช่าในราคาที่ถูกกว่าโรงแรมมาก เพราะฉะนั้นธุรกิจประเภทนี้ก็สามารถ เป็นได้ทั้งในส่วนที่สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ แล้วก็ให้มีการไหลเวียน ให้มีการกระจาย เงินอยู่ในระบบเศรษฐกิจของไทยได้มากมาย แล้วก็เป็นที่นิยมด้วย เพราะว่า Airbnb ที่เกิดขึ้นนั้นสามารถที่จะให้นักท่องเที่ยวที่มีค่าใช้จ่ายได้ถูกขึ้นกว่าไปเช่าตามโรงแรมโดย ทั่ว ๆ ไป แล้วก็นำมาซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น ดิฉันได้สอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ว่าในการนำห้องชุด ให้เช่ารายวันมันจะมี พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง ๒ ตัวด้วยกัน ก็คือ พ.ร.บ. อาคารชุด กับ พ.ร.บ. โรงแรม สำหรับอาคารชุดที่ให้เช่าเป็นรายวันถามว่าทำได้ไหม ทำไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมายแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะคุ้มกันได้ว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในอาคารชุดนั้น ๆ เป็นใครบ้าง เพราะใน แต่ละครั้งที่มีการเข้าอยู่จะต้องมีการรายงานนำชื่อข้อมูลรายละเอียดของผู้ที่มาซื้อห้องชุด ให้กับทางกรมการปกครองให้ได้รับทราบเพื่อที่จะทำเป็นบัญชีเอาไว้ว่าในห้องชุดนี้นี่ผู้เช่าเป็น ใครมาจากไหน เป็นคนไทย สัญชาติไทย หรือเป็นคนต่างชาติ เพราะว่าในระเบียบก็คือ ชาวต่างชาติไม่สามารถที่จะถือครองอาคารชุดได้เกินกว่าร้อยละ ๔๙ ของสัดส่วนพื้นที่ ทั้งหมด เพราะฉะนั้นในข้อนี้เราตัดไปได้เลยว่าทางเจ้าหน้าที่จะไม่ยินยอมให้เกิดการถือครอง พื้นที่โดยชาวต่างชาติมากเกินกว่าร้อยละ ๔๙ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็อาจจะมีในส่วนที่มีการมา จดขอซื้อขอเช่าในสัดส่วนที่ไม่เกินในตอนแรก แต่พอหลังจากนั้นอาจจะมีการไปปรับเปลี่ยน ในเรื่องของผู้ถือหุ้นต่าง ๆ ทำให้พอมาคิดดูแล้วนี่มันเกินร้อยละ ๔๙ ก็มี เจ้าหน้าที่ทราบ ในปัญหานี้ ดิฉันได้สอบถามไปว่าแล้วถ้าอย่างนั้นนี่ เราจะสามารถที่จะป้องกันปัญหานี้ได้ อย่างไร ก็ต้องเรียนว่าในขณะนี้มีการทำงานร่วมกันจากหลาย ๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงมหาดไทย ในส่วนของกรมการปกครอง กรมการที่ดิน รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ด้วย ที่เป็นส่วนของผู้ที่จะจด ผู้ที่ทำธุรกิจการค้าที่อาจจะมาในรูปแบบของนิติบุคคล ถ้าหากว่ามีการ มาจดทะเบียนนี่ขอให้ตรวจสอบว่าผู้ที่มาจดทะเบียนนั้นได้มีการถือครองที่ดินถือครองห้องเช่า อะไรอยู่แล้วหรือเปล่า แล้วก็ได้มีการประสานงานกับกรมที่ดินเพื่อที่จะไม่ให้เกิดความ ผิดพลาดที่เป็นอยู่ในอดีตที่ผ่านมา ในขณะนี้ดิฉันก็ให้ความมั่นใจกับทางพี่น้องประชาชน รวมถึงท่านกรุณพลว่าแนวทางในการทำงานเรามี แล้วก็เป็นกระบวนการที่มีบทลงโทษ อย่างชัดเจน เช่นถ้าหากว่าทำผิดในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม แล้วก็ทำโดยที่ไม่รับ อนุญาตจะมีการจำคุกไม่เกิน ๑ ปีหรือว่าปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาทหรือว่าทั้งจำทั้งปรับ แล้วก็ถ้าหากว่ายังฝ่าฝืนกระทำความผิดต่อโดยที่ไม่เชื่อฟังเจ้าหน้าที่ก็จะมีการปรับไม่เกิน วันละ ๑๐,๐๐๐ บาทตลอดระยะเวลาที่ทำการฝ่าฝืนด้วย ดิฉันคิดว่าในส่วนที่ผู้ที่จ้องจะ กระทำความผิดเราก็จะต้องร่วมมือกันตรวจสอบ อย่างเช่นที่เป็นข่าวในเมื่อคืนนี้มีเจ้าหน้าที่ ก็ได้ลงไปจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่ประกอบธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย ในเรื่องของ พ.ร.บ. อาคารชุดกับ พ.ร.บ. โรงแรม แล้ว ก็คือการนำอาคารชุดมาปล่อยให้เช่านี่มันไม่สามารถทำได้ ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ลงพื้นที่ไปดำเนินการ ดิฉันก็คิดว่าน่าที่จะเป็นแนวทางให้ผู้เช่ารายอื่น ๆ ที่เป็นคนไทยที่ไม่ได้กระทำผิดอยู่ในอาคาร ชุดนั้น ๆ ได้เป็นหูเป็นตาสอดส่องร่วมกับทางนิติบุคคลของอาคารชุด ถ้าหากเห็นใคร แปลกหน้ามาหรือห้องนี้มีการเปิดให้เช่าหมุนเวียนของคนมาเช่าแบบไม่ซ้ำหน้า ก็สันนิษฐาน ได้แล้วว่าอาจจะเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายหรือแม้แต่ตัวนิติบุคคลเองถ้าหากพบว่าค่าน้ำ ค่าไฟมันสูงขึ้นผิดปกติ แล้วก็ไม่สอดคล้องกับความเป็นอยู่จริงก็สามารถที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ ให้ได้เข้าไปตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่างที่ทางท่านกรุณพลได้สอบถามว่าเราได้ เคยมีการดำเนินการเอาผิดในเรื่องนี้ไหม เคยมีค่ะ เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้วก็พบว่ามีการ กระทำผิดจริง ๆ แล้วก็มีการจับปรับจริง ๆ แล้วก็ได้ขอความร่วมมือในส่วนของทั้งผู้อยู่อาศัย ทั้งนิติบุคคลได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ในเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ