ธีรรัตน์ เสนอประชุมหาความร่วมมือควบคุมปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้นชาวต่างชาติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๘

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ หารือปัญหาอาชญากรรมในอาคารชุดและคอนโดมิเนียม โดยเสนอให้บูรณาการการบังคับใช้กฎหมายระหว่างกระทรวงมหาดไทยและพาณิชย์ เพื่อตรวจสอบสัดส่วนผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ และแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมทั้งหารือแนวทางแก้ไขกฎหมายเพื่อควบคุมการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมระยะสั้นโดยชาวต่างชาติ เสนอการประชุมหาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในเดือนมีนาคม เพื่อสร้างความยั่งยืนในการกำกับดูแล

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ดิฉันคิดว่าตรงนี้เป็นปัญหาที่เราจะต้องร่วมมือกันกับทุก ๆ ภาคส่วนจริง ๆ เพราะว่าโดยที่ดิฉันได้ทราบมาจากทางเจ้าหน้าที่อย่างที่คดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นถ้าเทียบกันแล้ว กับสัดส่วนผู้กระทำผิดเราคิดว่าอาจจะยังน้อยเกินไป แต่นั่นมันมีสาเหตุที่มาค่ะ บางครั้งนี้เรา รู้นะคะว่าจุดนี้ทำความผิดแน่นอน มีการประกอบกิจการที่อาจจะเป็นภัยหรือว่าอาจจะสร้าง ผลกระทบ สร้างความไม่ปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัยที่เป็นคนไทยเราก็พยายามที่จะเข้าไป ตรวจสอบ แต่สุดท้ายแล้วมันมีกันที่เรียกว่าสมรู้ร่วมกันระหว่างผู้เช่ารายอื่น ๆ แล้วก็ผู้ที่อยู่ในอาคาร นั้นเองด้วย ทำให้เมื่อพอเราเข้าไปตรวจสอบแล้วไม่พบการกระทำความผิด แต่แน่นอนว่าเรา ไม่นิ่งนอนใจนะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าปัญหานี้เราสามารถที่จะจัดระเบียบได้ในการแก้ไขปัญหา ระยะสั้นอย่างที่ท่านได้ถาม นั่นก็คือในเรื่องของการบูรณาการการบังคับใช้กฎหมาย ในที่ผ่านมาเราได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบกับหลาย ๆ หน่วยงานและที่ดิฉันได้กล่าวถึงไปเมื่อ ตอนต้นว่าเราจะต้องมีการร่วมมือกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ด้วยที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของ กรมการพัฒนาธุรกิจการค้าที่จะต้องตรวจสอบว่าผู้ที่จะเข้ามาประกอบธุรกิจหรือการจด ทะเบียนต่าง ๆ ในรูปแบบบริษัทที่เป็นนิติบุคคลจะต้องไม่สร้างผลกระทบในเรื่องของสัดส่วน ผู้ที่จะมาถือครอง ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมหรือที่ดินด้วย อันนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหา ที่ต้นทางที่ดิฉันคิดว่าสามารถที่จะลดปัญหาในเรื่องที่จะมีผู้ที่เป็นผู้เช่าจากชาวต่างชาติที่มี จำนวนมากเกินไป จนเกิดปัญหาตามมาในเรื่องของการออกเสียง หรือว่าการจัดตั้งกรรมการ หรือว่าการจัดตั้งผู้ที่จะมาบริหารผู้จัดการคอนโดมิเนียมต่าง ๆ ดิฉันคิดว่าเราไปแก้ไขปัญหาที่ ต้นเหตุน่าที่จะทำให้เกิดการรับรู้อย่างยั่งยืนของพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ด้วย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งที่ท่านได้กล่าวถึงว่าที่เชียงใหม่ก็กำลังเป็นพื้นที่ที่จับตาอีกที่หนึ่งที่จะต้องให้ความรู้ กับผู้ที่ประกอบการมาก ๆ ว่าคุณคือส่วนที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้พี่น้องที่เข้ามาเป็นผู้ซื้อ ผู้เช่า อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ได้รับความปลอดภัยอย่างที่วัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ร.บ. โรงแรม ได้ตั้งเอาไว้

ในแนวทางที่ ๒ ที่เราคิดว่าจะต้องเริ่มดำเนินการ นั่นก็คือการประชุมหา แนวทางในเรื่องของการที่จะทำให้ปัญหานี้ลดน้อยลงให้ได้อย่างยั่งยืน อย่างเช่น ในปัจจุบันนี้ เราอนุญาตให้ชาวต่างชาติถือครองได้สัดส่วนร้อยละ ๔๙ เราก็จะต้องมาปรับดูว่าเป็นไปได้ หรือไม่ถ้าหากว่าจะทำให้น้อยลงกว่านี้ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในยุคสมัยที่มันมีการเปลี่ยนไป ด้วยนะคะ ในเรื่องที่มี Application ต่าง ๆ เข้ามาให้คนได้ซื้อสินค้า หรือว่าใช้บริการ ในค่าบริการที่ถูกลง แต่ว่ามันสร้างปัญหาอื่นตามมา เราก็จะต้องไปดูกฎหมายให้มีความ ครอบคลุมทันต่อเหตุการณ์ได้มากที่สุด อย่างที่ดิฉันได้บอกไปเราจะมีการประชุมชี้แจง ในเรื่องของข้อปฏิบัติให้แก่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่าง ๆ ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างเช่น Airbnb Agoda หรือว่า Application Booking ที่ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบ เมื่อมี กฎหมายรองรับสามารถที่เราให้ขอความร่วมมือจากแพลตฟอร์มเหล่านั้นได้ว่าถ้าหากว่า เป็นผู้ที่ให้บริการที่อาจจะส่อว่าผิดกฎหมาย เช่น เอาอาคารชุดต่าง ๆ มาทำเป็นห้องเช่า รายวันอันนั้นผิดกฎหมายอยู่แล้วไม่สามารถทำได้ เราก็อาจจะต้องไปแก้ไขที่ต้นตอ เพราะบางครั้งเราจะพบเลยว่าผู้เช่าส่วนมากไม่ได้เป็นคนไทย แต่ว่ามาจากต่างประเทศ ฉะนั้นแล้วบางครั้งก็มีคนที่เป็นนักท่องเที่ยวจริง ๆ ด้วย มาระยะสั้นด้วย เราก็จะต้องให้ความ คุ้มครองเขาทั้งส่วนของผู้เช่าแล้วก็ผู้ประกอบการ ฉะนั้นอย่างที่ดิฉันได้นำเรียนไว้ว่า ถ้าหากว่าแก้ไขที่ต้นตอน่าที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนอย่างสูงสุด ซึ่งในเรื่องนี้เราจะมี ปฏิบัติการในการประชุมหาความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงาน ในวันศุกร์ที่ ๑๔ มีนาคมนี้ ด้วย ดิฉันก็จะได้นำรายละเอียดเพิ่มเติมมาแจ้งให้กับทางท่านกรุณพลที่ติดตามในเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด รวมถึงท่านผู้แทนที่มีคอนโดมิเนียม มีห้องชุด อาคารต่าง ๆ อยู่ในพื้นที่ก็จะได้ ร่วมกันทำงานต่อไปด้วย แล้วก็ในอีกมาตรการหนึ่งเราก็จะมีการแจ้งนิติบุคคลอาคารชุดให้ได้ ประสานกับทางกรมที่ดินเองก็ตามเพื่อที่จะทำให้มีการกำกับดูแลความเรียบร้อยภายใน อาคารชุดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดค่ะ และจุดที่สำคัญที่ดิฉันคิดว่าจะทำให้ทุกคนได้มี ส่วนร่วมร่วมกัน นั่นก็คือการสร้างความรับรู้ให้กับบุคคลทั่ว ๆ ไปผ่านสื่อช่องทางต่าง ๆ แล้ว ก็การให้รู้ถึงกฎหมาย อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เพราะดิฉันขอนำเรียนน่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์อีกเรื่องหนึ่งนะคะ ความจริงแล้ว คอนโดมิเนียมหรืออาคารชุดผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สามารถที่จะปล่อยให้เช่าได้ แต่จะต้อง มีระยะเวลามากกว่า ๑ เดือน อันนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๗ มาตรา ๕๓๘ ที่ผู้ที่ถือกรรมสิทธิ์นั้นสามารถที่จะดำเนินการได้โดยที่ไม่ผิดกับกฎหมาย นั่นเป็นเพราะว่าเขาสามารถที่จะดำเนินการได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วยที่จะให้สิทธิ เสรีภาพในเรื่องของการประกอบอาชีพต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้กฎหมายก็ได้ให้ช่องไว้ แต่ว่าถ้าเป็น ผู้เช่าที่มีการเช่าระยะเกินมากกว่า ๑ เดือนแล้ว ส่วนมากถ้าหากว่าเป็นไปตามปกติ เป็นชาวต่างชาติมาทำงานก็จะไม่ได้เกิดปัญหาใด ๆ เพราะว่าเขาก็รู้จักกับห้องข้าง ๆ รู้จักกับ เพื่อนบ้านคุ้นเคยกัน ไม่ได้เกิดความกังวลกับผู้เช่ารายอื่นว่าทำไมแปลกหน้ามาทุกวันเลย อันนี้ไม่ซ้ำเดิมอีกแล้วปัญหาตรงนั้นก็จะลดน้อยลงไป ดิฉันก็คิดว่าน่าที่จะให้ความรู้กับพี่น้อง ประชาชนในข้อกฎหมายเหล่านี้ก็จะทำให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนด้วยอย่างดีที่สุด อย่างที่ดิฉันบอกไปที่สำคัญก็คือนิติบุคคล ถ้าหากว่านิติบุคคลนั้นได้ให้ความร่วมมือ ให้ความสำคัญ แล้วก็บวกกับลูกบ้านเองที่คอยสอดส่องดูแลแล้วการแก้ไขปัญหานี้ก็จะ ประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่าต้องนำเรียนว่าปัจจุบันที่ไม่ประสบ ความสำเร็จเพราะว่ามีส่วนของนิติบุคคลที่อาจจะขาดความรู้ความเข้าใจ หรือแม้แต่ลูกบ้านที่ ไม่เข้าใจในสิทธิของตนเองจนทำให้เกิดการเพิกเฉย แต่เมื่อทางการได้รับทราบแล้วเราก็จะ เข้าไปดูแลเคร่งครัดแล้วก็ให้ความรู้ในเรื่องนี้ให้ได้เกิดการทำงานที่แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนได้ในระยะยาวด้วย ดิฉันขออนุญาตนำเรียนว่าในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายที่เรา ได้มีการปรึกษาหารือแล้วก็ได้มีการพูดคุยร่วมกัน ก็อาจจะต้องนำให้เจ้าหน้าที่จากทุกภาค ส่วนได้เข้ามาพูดคุยกันแล้วก็มีการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันมากขึ้น ขอบคุณท่านประธานค่ะ