แอนศิริ วลัยกนก หารือเรื่องการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศไทย โดยมี 3 ประเด็นหลัก คือ การป้องกันการเข้าถึงยาเสพติดของเยาวชน การปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด และการสร้างพลังชุมชนในการต่อสู้กับยาเสพติด และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคประชาชน ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนญัตติ การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดในประเทศไทย ท่านประธานคะ ดิฉันลงพื้นที่ทำกิจกรรม อาสาเพื่อรับเรื่องร้องเรียนของพี่น้องประชาชนอยู่เสมอและทุกครั้งที่รับฟังปัญหาของชาวบ้าน คำว่า ยาเสพติดทำลายชีวิตของผู้คน แล้วก็ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่าชาวบ้านจำนวนมากบอกว่า เยาวชนจำนวนมากเป็นเหยื่อของยาเสพติด บางคนติดยาเสพติด บางคนถูกจับกุม มีพ่อแม่ พี่น้องจำนวนมากต้องทนทุกข์ทรมานกับคนที่ใกล้ชิดยาเสพติด ผู้คนชาวบ้านก็อยู่กันอย่าง หวาดระแวงและขาดความปลอดภัย สถานการณ์ยิ่งน่ากลัวไปกว่านี้นะคะ เมื่อดิฉันได้อ่าน รายงานจากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ ภายใต้นโยบายแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี ๒๕๖๖ ผลสำรวจสะท้อนความจริงที่เจ็บปวดและเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจน เมื่อเราพิจารณาผลสำรวจล่าสุด ระบุว่าประชาชนถึงร้อยละ ๖๑.๘ เห็นว่าพบปัญหายาเสพติด ที่ไม่ดีขึ้น ๔๘.๕ เปอร์เซ็นต์ ทราบว่าติดยาเสพติดในชุมชน อันนี้มันไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่มันเกิด จากการที่ไม่ได้มีการทำแล้วก็ตรวจสอบ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้าและเป็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ทุกคนทราบไหมว่าช่วงอายุที่ติดยาเสพติดมากที่สุด นั่นคือช่วงอายุที่ ๒๐-๒๔ ปีเป็นช่วงวัยรุ่น และเป็นวัยหนุ่มสาว ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ยาเสพติดที่พบมากที่สุดใน ๕ อันดับแรกจากการ วิเคราะห์และวิจัยออกมา ได้แก่ ยาบ้า ยาแก้ไอผสม น้ำกระท่อม ไอซ์ สารระเหย และทรามาดอล สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของยาเสพติดและความง่ายในการเข้าถึง ตัวเลขและสถิติ เหล่านี้มันไม่ใช่ข้อมูลที่แห้ง ๆ แต่มันคือชีวิตจริงของคนไทย มันคือความทุกข์ ความสูญเสีย และความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นทุก ๆ วัน รัฐบาลมีความตั้งใจและแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง แต่ดิฉันขอย้ำว่าปัญหานี้ใหญ่เกินกว่าที่จะให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะแก้ไขโดยเพียงลำพัง เราต้องร่วมมือทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ต้องเร่งขับเคลื่อนปราบยาเสพติด ในทุกมิติ ต้องพัฒนางานอย่างมีคุณภาพ มุ่งสู่สังคมในทุกมิติ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้เรามีเวทีในการระดมความคิดเห็น หาแนวทางในการแก้ไขที่เป็น รูปธรรมและติดตามผลประเมินการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ดิฉันขอให้การตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้มุ่งเน้นไป ๓ โจทย์ใหญ่ ๆ ต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง
๑. ทำอย่างไรให้ยาเสพติดไม่สามารถเข้าถึงเยาวชนได้อีกต่อไป เราต้องสร้าง เกราะป้องกันที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่ต้องเชิงรุก สร้างความนิยม สร้างทัศนคติที่ถูกต้อง ให้เยาวชนเห็นโทษของยาเสพติดอย่างชัดเจนและเห็นทางเลือก ที่ดีกว่านี้
๒. ทำอย่างไรให้ขบวนการค้ายาเสพติดไม่กล้าเหิมเกริมในแผ่นดินไทยอีกต่อไป เราต้องปราบปรามยาเสพติดโดยเด็ดขาด ไม่ใช่แค่ปราบรายย่อย แต่ต้องสาวถึงรายใหญ่ ยึดทรัพย์ ตัดท่อน้ำเลี้ยง ทำลายเครือข่ายให้สิ้นซาก ใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและรวดเร็ว ถ้าเป็นแหล่งผลิตที่อยู่ต่างประเทศเราต้องไม่ยอม เราต้องหามาตรการทุกวิถีทางใช้ความกดดัน ระหว่างประเทศทุกรูปแบบ ทั้งทางการทูต เศรษฐกิจและความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อบีบให้ประเทศต้นทางจัดการแหล่งผลิตยาเสพติดอย่างใกล้ชิด และสิ่งสำคัญที่สุดนะคะ หากพบเจ้าหน้าที่รัฐคนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะระดับใดเข้าไปมีส่วนร่วมเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติด จะต้องลงโทษอย่างเด็ดขาดและรุนแรงถึงที่สุดตามกฎหมาย ท่านประธานคะ เราคงต้อง นำตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด คนที่ค้าความตายทำลายครอบครัวและ ปล้นอนาคตของเยาวชน จะต้องได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม
๓. ทำอย่างไรให้ทุกชุมชนในประเทศไทยลุกขึ้นสู้กับยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน เราต้องสร้างพลังชุมชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และป้องกันยาเสพติดในพื้นที่ของตนเอง สร้างตาข่ายชุมชนที่แข็งแรงและคอยสอดส่องดูแล ไม่ให้กลับไปติดยาเสพติดอีกครั้ง ถ้าปล่อยไว้ก็จะเป็นปัญหายาเสพติดที่ทำลายอนาคตของชาติ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือร่วมใจอย่างจริงจังเพื่อขจัดปัญหายาเสพติดเหล่านี้ให้หมดสิ้นซาก จากแผ่นดินไทย สร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่ให้กับลูกหลาน ดิฉันขอให้สภานี้เห็นชอบ กับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เพื่อก้าวแรกที่สำคัญการต่อสู้กับมหันตภัยยาเสพติดอย่างยั่งยืน ขอบคุณค่ะ