ณกร ชารีพันธ์ อภิปรายสนับสนุนญัตติแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยชี้ให้เห็นความสูญเสียทั้งงบประมาณและทรัพยากร พร้อมยกตัวอย่างงบประมาณสาธารณสุขที่สูงถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี และเรียกร้องให้ตระหนักถึงผลกระทบที่รุนแรง
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพี่น้องชาวมุกดาหารตัวแทนจากภาคอีสาน พรรคประชาชน ขออภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง แนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ในประเทศไทย ท่านประธานครับ ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันเป็นปัญหาที่ใหญ่และทำให้สูญเสีย ทั้งงบประมาณและทรัพยากรมหาศาล ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ผมขอยก ๑ ตัวอย่าง เช่นงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขในการแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สูงถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี นี่แค่กระทรวงเดียวนะครับท่านประธานยังไม่รวมกระทรวงอื่น ที่ทุ่มงบประมาณแก้ไขปัญหายาเสพติดกว่าแสนล้านบาท ทั้งทางตรงและทางอ้อม และยังไม่รวม ผลกระทบที่ทำลายอนาคตลูกหลานเราที่เป็นทรัพยากรที่ไม่อาจประเมินค่าได้ครับท่านประธาน ขอสไสด์ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับเพื่อนสมาชิกก็พูดถึง ปัญหายาเสพติดในทุกด้านในทุกมิติแล้ว แต่ผมตัวแทนพรรคประชาชนจะพูดถึงต้นตอปัญหา ยาเสพติดที่แท้จริง เกิดจากประเทศไทยที่ไร้นิติรัฐที่เข้มแข็ง ยังขาดรัฐธรรมนูญที่ชอบธรรม เป็นต้นตอของปัญหายาเสพติดในปัจจุบัน ขอสไลด์ถัดไปครับ ท่านประธานครับก่อนอื่น ผมขอชื่นชมรัฐบาล ขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่บรรจุปัญหายาเสพติด ไว้ในนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อพี่น้องประชาชนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งใจจะแก้ปัญหายาเสพติด ท่านนายกรัฐมนตรีภูมิใจในตัวเลขที่จับ ยาเสพติดว่าจับได้เยอะจากข่าวที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวครับ ๒๕ จังหวัดนำร่องจับยาเสพติด ผู้ค้ารายใหญ่ทำให้รายเล็กถูกจับไปด้วย ทำให้ปัญหายาเสพติดลดลง ประชาชนรู้สึกปลอดภัย พึงพอใจมากขึ้น จึงอยากให้มีการขยายไปยังจังหวัดอื่นเร็วขึ้น เพื่อจะได้ครอบคลุมทั้งประเทศครับ ท่านนายกรัฐมนตรีภาคภูมิใจในตัวเลขของการจับยาเสพติด ท่านประธานครับอยากชวน ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูจังหวัดผมที่มุกดาหารและนครพนม ๒ จังหวัดตั้งแต่ตุลาคม ๒๕๖๗ ถึงมกราคม ๒๕๖๘ มีตัวเลขการจับกุมเพียงแค่ ๔ เดือน ยาเสพติดกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาท เฉลี่ยเม็ดละ ๕ บาทเป็นตัวเลขที่เจ้าหน้าที่หน่วย นรข. แจ้งต่อผมและท่านรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงที่เพิ่งไปลงพื้นที่มาสัปดาห์ที่แล้วครับท่านประธาน และมีข้าราชการมากระซิบผมบอกว่าท่านอย่าวัดที่ตัวเลขการจับกุมแต่ให้วัดที่คุณภาพชีวิต ของพี่น้องประชาชนที่แท้จริงครับท่านประธาน สไลด์ถัดไปครับ ท่านประธานครับผมและ พรรคประชาชนขอนำเสนอ Model ภูเขาน้ำแข็งแห่งปัญหายาเสพติด สไลด์ถัดไปครับ ปัจจุบันรัฐบาลแก้ไขปัญหายาเสพติดเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น เรามี ๕ นโยบายหลัก ๕ ด้านในการแก้ไขปัญหายาเสพติดนะครับ คือ ๑. ป้องกันและปราบปราม ๒. ป้องกันและ สร้างภูมิคุ้มกัน ๓. การบำบัดและฟื้นฟู ๔. การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ๕. การบูรณาการ ในระดับชาติ แต่ต่อให้ครบทั้ง ๕ ข้อนี้ประเทศนี้ก็ไม่สามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้ครับ เพราะอะไรเพราะมันไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ การแก้ไขปัญหายาเสพติดมันก็วน Loop อยู่อย่างนี้ครับท่านประธาน เสรีกัญชา เสรีกระท่อม ลูกหลานเราเสพกัญชา เสพกระท่อมเสร็จ ก็มาเสพยาบ้าตอนกลางคืน พอเสพยาบ้าเสร็จก็กลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชฆ่าพ่อฆ่าแม่ตัวเอง ตอนนี้ครับท่านประธานเตียงเต็มไม่พอใช้ไม่พอให้ผู้ป่วยปกติเพราะว่ารองรับผู้ป่วยจิตเวช มินิธัญญารักษ์ที่รัฐบาลภูมิใจกันนักกันหนาเอาไปบำบัด ๑ เดือนกลับมาเสพสูงถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน รัฐบาลบริหารต่อไปอย่างนี้เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ไม่มี ทางแก้ปัญหาได้ที่ต้นตอเพราะรัฐบาลไม่เคยแตะลงไปพื้นที่ภูเขาน้ำแข็งเลย ท่านประธานครับ ผมขอเวลาของท่านชุติมาไว้สักนิดหนึ่งนะครับว่าผมจะพูดให้จบนะครับ ข้อ ๕ สไลด์ถัดไป การแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องเปลี่ยน ต้องเปลี่ยนจากการไร้นิติรัฐในประเทศนี้ให้มีนิติรัฐ ที่เข้มแข็ง
๑. ต้องปฏิรูปตำรวจและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ลดอำนาจศูนย์กลาง ของหน่วยงานที่ทำเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมให้หน่วยงานอิสระเขาไปตรวจสอบ ปรับโครงสร้าง ค่าตอบแทนสวัสดิการตำรวจให้เหมาะสมเพื่อลดการจูงใจในการทุจริต ใช้เทคโนโลยีในการ ติดตามเส้นทางการเงินของตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
๒. ปฏิรูปกระทรวงยุติธรรม สร้างกลไกในการตรวจสอบภายในให้ภาคประชาชน มีส่วนร่วมปรับปรุงระบบคัดกรองคดีเพื่อไม่ให้กฎหมายเลือกปฏิบัติ เฉพาะผู้เสพรายย่อย ไม่จับรายใหญ่ เช่นคดีตู้ห่าว จับกันใหญ่โต สุดท้ายแล้วรอด เพิ่มความโปร่งใสในการพิจารณา การสืบสวนให้เปิดเผยข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐครับท่านประธาน สไลด์ถัดไปครับ การแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ต้องเปลี่ยนรัฐธรรมนูญที่ไร้ความชอบธรรมให้เป็นรัฐธรรมนูญของ ประชาชนเพื่อสร้างนิติรัฐที่เข้มแข็งเพื่อลดอำนาจองค์กรที่ขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยาก เช่น การปรับโครงสร้างองค์กรอิสระ ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ให้เป็นกลางและตรวจสอบได้ ป้องกันการแทรกแซงจากกลุ่มอำนาจเก่าและผลประโยชน์ของนักการเมือง
๓. ปฏิรูปกระบวนการการตรวจสอบที่มีหน่วยงานราชการตรวจสอบ อัยการ ตำรวจ ศาล ที่เป็นอิสระจากรัฐ เปิดเผยทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับเพื่อป้องกัน การทุจริต
๔. กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ปฏิรูประบบนิติบัญญัติและการเลือกตั้ง สร้างระบบกระบวนการ ยุติธรรมที่โปร่งใสให้คดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต เจ้าหน้าที่รัฐถูกตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ และมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน แก้กฎหมายที่เอื้อช่องโหว่ของกระบวนการยุติธรรม เช่น การยื้อคดีให้หมดอายุความครับท่านประธาน สไลด์ถัดไป