รำพูล ตันติวณิชชานนท์ หารือเรื่องปัญหายาเสพติดที่ระบาดหนักในประเทศไทย โดยขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้ และเสนอวิธีการแก้ไข เช่น การสร้างคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาและศึกษาการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังแถลงข้อมูลผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวช และเรียกร้องให้มีการสร้างอาชีพหลังการฟื้นฟูให้ผู้ป่วยยาเสพติด
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ ซึ่งประกอบด้วยอำเภอนาจะหลวย อําเภอบุณฑริก อำเภอสิรินธร เฉพาะตำบลโนนก่อ พรรคไทยสร้างไทยค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขอขอบคุณท่านประธานสภาที่ได้เห็นความสำคัญของ ปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาดหนักในขณะนี้ทุกพื้นที่ของประเทศไทยของเรา และได้กรุณา บรรจุญัตติของดิฉันในการประชุมครั้งนี้ จากการที่ดิฉันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนได้รับ เสียงบ่นทุกหัวระแหง ทุกที่ ร้องเรียนเรื่องยาเสพติดจากผู้ปกครอง คุณครู ผู้นำหมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้านเลยค่ะ ไม่ว่าจะทุกพื้นที่ไหนก็มีเสียงเดียวกันค่ะว่าช่วยเหลือ ลูกหลานด้วยเพราะว่าเดี๋ยวนี้ลูกหลานติดยาเสพติดกันมาก เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ สส. ทุก คนหนักใจมากเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดซึ่งระบาดหนักและเอาไม่อยู่ค่ะท่านประธาน อยากให้ ทางรัฐบาลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องรีบหาวิธีแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน ท่านประธานคะ ดิฉันขอ อนุญาตแถลงญัตติของดิฉันพอสังเขปนะคะเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้ทราบถึงความสำคัญของ ญัตตินี้ และที่สำคัญหลังจากที่ท่านสมาชิกทุกคนได้แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง แล้วพวกเราทุกคนช่วยกันลงมติสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศไทยอย่างยั่งยืนและ จริงจัง เพราะว่าปัญหายาเสพติดนับว่าเป็นปัญหาระดับชาติที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี ยังแก้ไม่ตกนะคะ และยังเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบทำให้ปัญหาต่าง ๆ มากมายตามมารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านอาชญากรรม ปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาด้านสังคม ที่ผ่านมารัฐบาลทุกรัฐบาลก็พยายามต่างมีนโยบายที่จะแก้ปัญหาในจุดนี้ แต่ก็ยังไม่หมด ทำอย่างไรถึงจะบรรเทาได้อย่างชัดเจน โดยจะเห็นได้จากสถิติในปี ๒๕๖๖ นะคะท่านประธาน มีจำนวนผู้ป่วยยาเสพติดสะสมจำนวน ๑๙๕,๖๐๔ คน โดยแบ่งเป็น
๑. ผู้ป่วยสีแดง คือผู้ป่วยยาเสพติดที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงทางจิตเวช จำนวน ๑๒,๖๑๔ คน
๒. ผู้ป่วยสีส้มเป็นผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วยอยู่ในระยะ อาการกำเริบ จำนวน ๕,๐๘๙ คน
๓. ผู้ป่วยสีเหลืองเป็นผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชระยะอาการสงบ จำนวน ๓,๒๖๙ คน
๔. ผู้ป่วยสีเขียว ผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย จำนวน ๑๗๔,๖๓๒ คน
ส่วนผู้ป่วยรายใหม่นะคะท่านประธานช่วง ๒๖ กุมภาพันธ์ถึง ๓ มีนาคม ๒๕๖๗ มีจำนวน ๕๓๒ คน จึงทำให้ผู้ป่วยยาเสพติดที่สะสมในปี ๒๕๖๗ มีจำนวน ๔๖,๕๖๖ คน ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม ๒๕๖๗ โดยกลุ่มผู้ป่วยส่วนใหญ่นั้นเป็นกลุ่มผู้ป่วยสีเขียวจำนวน ๓๖,๘๒๕ คน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ป่วยยาเสพติดในประเทศไทยนั้นยังมีจำนวนมาก และคาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากปัจจุบันนี้การเข้าถึงยาเสพติดเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ง่ายยิ่งขึ้น ไปที่ไหนก็มีขายค่ะ และราคาก็ถูกลงเรื่อย ๆ เดี๋ยวนี้เม็ดละ ๒๐ บาท แต่ก่อนนี้ เม็ดละ ๑๐๐-๒๐๐ บาท ราคาก็จะปรับลดลงเรื่อย ๆ ซื้อหาง่ายตามท้องตลาดก็มีขาย ข้างโรงเรียน ก็มีขายนะคะ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบยังไม่ปราบปรามอย่างจริงจังเลย เจ้าหน้าที่บางรายมีส่วนได้เสียกับกระบวนการค้ายาเสพติดจนทำให้ยาเสพติดแพร่ระบาด อย่างหนักค่ะท่านประธาน แทรกซึมเข้าไปสู่เด็กนักเรียนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนที่อยู่โรงเรียนตามตะเข็บแนวชายแดนของประเทศไทยนะคะ ซึ่งเด็กและเยาวชนเหล่านี้จะเป็นอนาคตของประเทศไทยในอนาคตและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องเจอปัญหายาเสพติด จากปัญหาดังกล่าวข้างต้นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการมี ส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการดำเนินการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังและยั่งยืน ต้องมีบทลงโทษ ที่ชัดเจนต่อผู้กระทำความผิดในเรื่องยาเสพติดรวมถึงต้องมีแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยา แก่ผู้ป่วยยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นพร้อมทั้งต้องมีการสร้างอาชีพหลังการฟื้นฟู ให้ผู้ป่วยยาเสพติดอีกด้วยนะคะ กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ เป็นเรื่องที่สร้างความสูญเสียต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมากอีกทั้งยังเป็นภัยร้ายแรง ต่อสังคมด้วยนะคะ ดังนั้นดิฉันจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ขอขอบคุณท่านประธานสภาค่ะ