จิตติพจน์ นำเสนอข้อมูลการผลิตทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ชี้รายได้แก้ปัญหาความยากจน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ นำเสนอข้อมูลการผลิตทุเรียนภูเขาไฟในจังหวัดศรีสะเกษ โดยชี้ให้เห็นความสำคัญของรายได้จากการปลูกเพื่อแก้ปัญหาความยากจน และขอความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทั้งด้านการผลิตและการตลาด จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือปัญหาการใช้สารเคมีในการปลูกทุเรียนศรีสะเกษ และเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาวิธีลดการใช้สารเคมี เพิ่มผลผลิตต่อไร่ พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาการตลาดทุเรียนภูเขาไฟโดยการจัดระบบให้ผู้ผลิตเข้าถึงผู้ซื้อโดยตรง จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือปัญหาการส่งออกทุเรียนไปยังต่างประเทศที่ถูกกักกันหรือตีกลับ และเสนอให้รัฐบาลเจรจาประเทศจีนเพื่อตรวจสอบคุณภาพที่ต้นทางแทนปลายทาง เพื่อลดความเสียหายและแก้ปัญหาตลาดผลไม้

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ จังหวัดศรีสะเกษของกระผมนี่นะครับ ก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่ปลูกทุเรียนแล้วก็เป็นทุเรียนที่มีคุณภาพดีและชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ทุเรียนที่ปลูกที่จังหวัดศรีสะเกษนั้นมีชื่อเรียกเฉพาะไม่ใช่ทุเรียนทั่วไป แต่เรียกกันว่าทุเรียน ภูเขาไฟ ซึ่งทุเรียนภูเขาไฟนี้ในประเทศจีนทราบกันดีครับว่าเป็นทุเรียนที่มีรสชาติเหนือกว่า หรือว่าเป็นที่นิยมมาก ๆ ของคนในประเทศจีน แล้วก็แม้แต่ในประเทศไทยเองก็มีนักชิมทุเรียน ที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร ทางภาคเหนือ หรือทางภาคใต้ก็แห่กันมา ชิมทุเรียนที่จังหวัดศรีสะเกษในช่วงฤดูทุเรียน ทำให้การผลิตที่ผ่านมาไม่พอขายครับท่านประธาน ทำให้พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นตลอดครับ ปัจจุบันพื้นที่การเพาะปลูกทุเรียนภูเขาไฟของจังหวัด ศรีสะเกษนั้นอยู่ที่ ๓ อำเภอหลัก ๆ ก็มีกันทรลักษ์ ขุนหาญ แล้วก็ศรีรัตนะ ๓ อำเภอนี้มีพื้นที่ ปลูกทุเรียนปัจจุบันคร่าว ๆ ประมาณ ๑๘,๐๐๐ ไร่ครับ แต่ได้ผลผลิตจริง ๆ แค่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ไร่เท่านั้น แต่ผลผลิตที่ออกมายังไม่สูงมากได้แค่ประมาณ ๑.๑ ตันต่อไร่เท่านั้นเอง ก็เลยได้ผลผลิตประมาณ ๑๒,๐๐๐ ตันต่อปี ขายได้ราคาดีกว่าทั่วไปสักกิโลละ ๒๐ บาท ๓๐ บาท ปีหนึ่งก็มีรายได้เข้าจังหวัดประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งโดยเฉลี่ยครอบครัวที่ปลูกทุเรียนภูเขาไฟ ก็จะมีประมาณ ๒,๕๖๐ ครัวเรือน พอคิดกลับไปกลับมารายได้ครัวเรือนที่ได้จากการปลูกทุเรียน ภูเขาไฟจะได้ครัวเรือนหนึ่งประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อคน ซึ่งก็ถือว่าเป็นรายได้ที่ ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับผู้ที่ทำอาชีพอื่น ๆ เพราะคนในจังหวัดศรีสะเกษบางคนจำนวนมากเลย มีรายได้ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน แต่ถ้าปลูกทุเรียนภูเขาไฟรายได้ ๒๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป เพราะฉะนั้นก็เป็นทางหนึ่งที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายของชาวจังหวัด ศรีสะเกษได้ถ้าหากว่ามีการแก้ไขปัญหาทั้งเรื่องการผลิตและการตลาดให้อย่างเป็นระบบ ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ แล้วก็แก้ไขปัญหาเรื่องความยากจน ของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมีชื่อเสียงโด่งดังติด TOP 5 ติด TOP 10 จังหวัด ที่ยากจนที่สุดของประเทศไทยมาโดยตลอด จนในสมัยหนึ่งท่านประธานก็คงทันนะครับก็มีคน บอกว่าคนศรีสะเกษกินดินก็เป็นเรื่องที่อยากจะให้เกิดการแก้ไขครับ ซึ่งผมก็ขออนุญาต นำเรียนปัญหาและข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาเรื่องทุเรียนใน ๒ ประเด็น

ประเด็นแรกเป็นเรื่องของการผลิตครับ ทุเรียนที่ปลูกในจังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันนี้ยังมีปัญหาว่ายังต้องใช้สารเคมีอยู่ ถ้าหากว่าไม่ใช้สารเคมีเลยชาวบ้านยังไม่รู้วิธีที่จะ ปลูกทุเรียนโดยไม่ใช้สารเคมี ก็จะรบกวนทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวง เกษตรและสหกรณ์หรือหน่วยงานใด ๆ ก็ตามลองช่วยหาวิธีดูว่าทำอย่างไรจะลดการใช้ สารเคมีลง แล้วก็ให้ความรู้ประชาชนในการปลูกพืชทุเรียนโดยไม่ใช้สารเคมี แล้วก็ทำอย่างไร จะทำให้ผลผลิตต่อไร่ที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ ๑.๐๗ ตันต่อไร่ ทำอย่างไรจะให้เพิ่มเป็น ๑.๕ ตัน หรือ ๒ ตันต่อไร่อย่างที่ในหลาย ๆ ที่สามารถทำได้ ก็เป็นประเด็นที่จะขออนุญาตฝากให้ทาง รัฐบาลและคณะกรรมาธิการที่จะได้พิจารณาในเรื่องนี้ได้พิจารณาต่อไปครับ

ส่วนที่ ๒ เป็นเรื่องของการตลาดครับ การตลาดของทุเรียนภูเขาไฟในจังหวัด ศรีสะเกษนั้นถึงแม้ว่าจะมีคุณภาพสูง แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังเป็นชาวบ้านที่เป็นครัวเรือน ขนาดเล็กปลูกทุเรียนจำนวนน้อยมักจะไม่สามารถเข้าถึงผู้ซื้อโดยตรงได้ครับ เพราะฉะนั้น ก็จะต้องขายผ่านพ่อค้าคนกลางหรือล้งซึ่งก็จะถูกตัดในเรื่องของกำไรออกไปส่วนหนึ่ง แล้วยัง ไม่สามารถควบคุมปริมาณการซื้อขายได้ก็เป็นปัญหาอันหนึ่งที่มีความสำคัญ ถ้าหากจะได้ มีการพิจารณาหาวิธีจัดระบบการตลาดให้เป็นระบบทำให้ชาวไร่ที่อยากจะปลูกทุเรียนภูเขาไฟ สามารถที่จะปลูกได้อย่างเต็มที่ เพราะพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษครับท่านประธาน มีพื้นที่มากมาย มหาศาล ๕ ล้านกว่าไร่ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีการปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชที่ให้ผลผลิต แล้วได้ราคาต่ำมาเป็นพืชที่มีคุณภาพแล้วก็ให้รายได้ที่สูงกว่าก็จะเป็นการช่วยประชาชน เกษตรกรได้นะครับ

อีกประเด็นปัญหาหนึ่งที่เป็นปัญหาเรื่องการตลาดที่เราพบกันปัจจุบันก็คือว่า เวลาเราส่งสินค้าทุเรียนไปยังต่างประเทศจะมีปัญหาว่าพอส่งไปถึงปลายทางแล้วบางครั้ง ถูกกักกันที่ปลายทาง บางครั้งถูกตีกลับ ซึ่งทุเรียนเป็นสินค้าเกษตรที่เสียหายได้ง่ายเนื่องจาก เป็นของสดใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นพอถูกตีกลับหรือมีปัญหาถูกกักกันก็จะทำให้เกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าทางรัฐบาลจะได้พิจารณาเจรจากับประเทศผู้ซื้อปลายทางใหญ่ ๆ อย่างเช่น ประเทศจีนให้มีการพิจารณาว่าถ้าหากว่ามีการตรวจสอบคุณภาพที่ต้นทางแล้วคุณภาพผ่าน ก็ขอให้ทางปลายทางผ่านให้ด้วยนะครับ ลักษณะนี้ก็เป็นสิ่งที่ประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด อย่างไทยกับจีนนี่เราขาดดุลการค้ากับจีนค่อนข้างมาก ถ้าหากว่าจะได้เจรจากับจีนว่าเวลา ที่จะตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรของไทย ขอให้มาตรวจสอบที่ต้นทางจะได้ไม่มีปัญหาครับ ถ้าหากว่ามีอะไรต้องแก้ไขเราก็แก้ไขที่ต้นทาง ปัญหาในเรื่องของความเสียหายต่าง ๆ ก็จะน้อย แล้วไม่ต้องไปเกิดปัญหาว่าสินค้าไปถึงปลายทางแล้วถูกกักกันหรือถูกตีกลับก็จะช่วยให้ปัญหา ในเรื่องการตลาดของสินค้าเกษตร ปัญหาในเรื่องตลาดผลไม้ ปัญหาเรื่องตลาดทุเรียนของ ประเทศไทยดีขึ้นอีกมากครับ ก็ขออนุญาตฝากเป็นประเด็นทั้งการตลาดแล้วก็การผลิตไปยัง หน่วยงานของรัฐบาลและคณะกรรมาธิการที่จะได้พิจารณาได้โปรดพิจารณาให้เกิดความรอบคอบ และสมบูรณ์ด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน