นพพล ยื่นข้อเสนอจัดตั้งกองทุนทุเรียน เพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

นพพล เหลืองทองนารา หารือเรื่องการศึกษาวิจัยและพัฒนาทุเรียนอย่างยั่งยืน พร้อมเสนอจัดตั้งกองทุนทุเรียนเพื่อพัฒนาระบบการผลิตและส่งเสริมการส่งออก โดยเน้นย้ำความสำคัญของพืชเศรษฐกิจนี้ต่อรายได้ประเทศ และเรียกร้องให้ศึกษาบทเรียนจากพืชเกษตรอื่น ๆ เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับวันนี้ผมเองขออนุญาตที่จะมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการศึกษา ส่งเสริมพัฒนาแล้วก็แก้ไขปัญหาทุเรียนอย่างยั่งยืนแล้วก็มีระบบนะครับ จริง ๆ แล้วทุเรียน ถือว่าเป็นพืชที่มีความสำคัญในปัจจุบันนี้ เพราะว่าเราดูได้จากทั้งปริมาณ พื้นที่ของการปลูก แล้วก็ผลผลิต ตลอดจนสิ่งที่สำคัญก็คือว่าในเรื่องของการส่งออก เพราะว่าทุเรียนถ้านับเรื่องตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ แล้วนี่นะครับ เราเริ่มมีการส่งออกทุเรียนอย่างปีนั้นปี ๒๕๖๐ มีการส่งออกทุเรียน ๒๐,๐๐๐ ตัน ๒๐,๐๐๐ กว่าตันที่ส่งออกนอกเป็นเงินทั้งสิ้นก็หลายแสนล้านบาทนะครับ ทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตันเป็นเงินประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็หลังจากนั้น ทุเรียนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันมูลค่าการส่งออกของทุเรียนมีมูลค่าขึ้นหลักแสนล้าน ร่วม ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านแล้วที่ส่งออกนะครับ ผมเองนี่เห็นด้วยกับทั้งท่าน สส. วิชัย แล้วก็ สส. ท่านอื่นที่ได้ยื่นในเรื่องของการที่จะให้ศึกษาวิจัยในเรื่องของทุเรียนให้มีความยั่งยืนแล้วก็ เป็นระบบ ผมเองไม่เคยปลูกทุเรียนครับ แต่ชอบทานทุเรียนมากนะครับ แล้วสิ่งหนึ่งที่ผม เห็นว่าทุเรียนไทยแตกต่างจากทุเรียนบนโลกใบนี้ เพราะว่าตั้งแต่ผมได้ชิมมาไม่ว่าจะเป็น ทุเรียนนนท์ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนที่อุตรดิตถ์ลับแลก็ตาม หรือทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ก็ตามนะครับ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติที่ประเทศอื่นไม่สามารถจะทำคุณภาพอย่างเราได้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นลักษณะเฉพาะของทุเรียนไทย เพราะฉะนั้นเราควร จะให้มีการส่งเสริมในเรื่องของ พ.ร.บ. ที่ได้มีการยื่นกันมาผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับ อยากจะให้มีการจัดตั้งกองทุนทุเรียน หนึ่งในนั้นคืออยากให้มีการจัดตั้งกองทุนทุเรียนให้มี การพัฒนาทุเรียนอย่างเป็นระบบ แล้วคณะกรรมการของกองทุนก็เป็นคณะกรรมการ ที่จะต้องมีความมั่นคง นั่นหมายความว่าเป็นผู้รู้จากทั้งฝั่งเกษตรกร แล้วก็ราชการได้มา ร่วมกันในการดำเนินการ เพราะว่าผมเองอยากที่จะให้บทเรียนของเกษตรในเรื่องพืชอื่น ๆ ที่ผ่าน ๆ มาไม่ว่าจะข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา หรือพืชอีกหลาย ๆ ชนิด ผมอยาก ให้นำบทเรียนจากพืชเหล่านั้นได้มาเป็นบทเรียนในการที่จะไม่ทำให้ทุเรียนนี่เป็นเหมือนพืช ชนิดที่ผมได้กล่าวนำไปแล้วนะครับ เพราะว่าเราเองเราเป็นเมืองเกษตรนะครับ ถ้าเราไม่สนใจในเรื่องของเกษตรแล้วผมคิดว่า มันก็ไม่ถูกต้องนักนะครับ เพราะว่าทั้งความรู้ความชำนาญตลอดจนสิ่งที่ฟ้าฝน สิ่งที่ผืนแผ่นดิน ได้เอื้ออำนวยให้กับเมืองไทยนั้นมีคุณลักษณะพิเศษในการที่จะปลูกพืชพรรณธัญญาหาร ทั้งหลายที่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่บอกตามตรงว่า ผมสนับสนุน อย่างไรจังหวัดพิษณุโลกตอนนี้มีพื้นที่ที่ปลูกทุเรียนประมาณ ๑๐,๐๐๐ ไร่ แล้วเชื่อไหมครับว่าทุเรียนที่พิษณุโลก พวกเราคนพิษณุโลกเพิ่งจะได้ทานทุเรียนของจังหวัด ตัวเองเมื่อ ๒ ๓ ปีที่แล้วนี้เอง แต่ว่าผลผลิตทุเรียนของจังหวัดพิษณุโลกมีมาแล้วประมาณ ๑๐ ปีได้ แต่ว่าพอผลผลิตออกมาแล้วพ่อค้าที่กรุงเทพมหานครก็มาเหมาไปหมดเลย พวกเรา คนพิษณุโลกเราไม่เคยได้ทาน เพิ่งจะได้ทานเมื่อนี่นะครับ นั่นก็คือมีการกันไว้ ไม่ใช่ว่าทุเรียนเรา คุณภาพแย่ลงถึงเหลือให้พวกเราในจังหวัดทาน ไม่ใช่นะครับ แต่ว่าเป็นเพราะคนปลูก เขาก็อยากจะให้คนจังหวัดเดียวกันได้ทานทุเรียนที่มีรสชาติดีนะครับ คุณภาพดีไม่แพ้กับ จังหวัดอื่นนะครับ ผมเองต้องขอบคุณทางสภาเกษตรกรแห่งชาติที่ได้มีการดำเนินการในเรื่อง ของการศึกษา ในเรื่องของ พ.ร.บ. ทุเรียนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยให้มีการจัดตั้งอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาศึกษา พ.ร.บ. ทุเรียน แล้วก็ให้อนุคณะนี้ได้ออกไปมีการจัดประชุมในภูมิภาค ต่าง ๆ ของประเทศไทย ๔ แห่ง มีทั้งที่ตราด มีทั้งที่ชุมพร ทั้งเชียงใหม่ แล้วก็ที่พิษณุโลก ที่พิษณุโลกได้มีการจัดประชุมร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร เพราะมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพนะครับ แล้วในเรื่องขององค์ความรู้เกี่ยวกับด้านเกษตร ทางมหาวิทยาลัยนเรศวร ผมเองต้องชื่นชมว่าทางผู้บริหารทั้งใหม่ ทั้งเก่าของมหาวิทยาลัย ได้ให้ความสำคัญ เพราะว่าในพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่างนั้นนะครับเป็นพื้นที่ที่เหมาะ แก่การทำเกษตรกรรมเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นข้าว ไม่ว่าจะเป็นอ้อย หรือแม้แต่ทุเรียนก็ตาม เพราะฉะนั้นแล้วผมเองก็ต้องขอบคุณทางสภาเกษตร โดยเฉพาะท่านประธานสภาเกษตร ที่พิษณุโลก คือท่านกำนันอุบล แล้วก็ท่านกำนันทวีศักดิ์ ๒ ท่านนี้นะครับ รวมทั้งท่านอดีต รองผู้ว่าฯ ประทีปด้วยนะครับ ท่านพยายามที่จะผลักดันเรื่องนี้ แล้วก็ได้มีการส่งเสริม ตลอดจนให้ความรู้ พยายามหาแหล่งความรู้ให้กับพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นแล้วผมเอง ก็อยากจะบอกเพื่อน ๆ สส. ทุกท่านนะครับ แล้วก็แจ้งไปยังรัฐบาลว่าขณะองค์กรที่อยู่ด้านนอก ที่เขาก็มีกำลังระดับหนึ่งซึ่งไม่มากนัก อย่างสภาเกษตรที่อยู่ในจังหวัดพิษณุโลกนี่นะครับ แต่ว่าเขาเองพยายามที่จะวางแผนถึงอนาคตของทุเรียนให้มีอนาคตแล้วมีความมั่นคง เพราะฉะนั้นแล้วคนที่มีอำนาจ คนที่สามารถที่จะออกกำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ได้อย่างพวกเรา เราก็ควรจะต้องส่งเสริมนะครับ แล้วรัฐบาลก็ควรจะต้องเอาใจใส่ เพราะว่าอย่างที่ผมบอกนะครับ ไม่อยากให้ทุเรียนได้เป็นเหมือนอย่างข้าวนะครับ ไม่อยากให้เป็นเหมือนอย่างมันสำปะหลัง เหมือนอย่างข้าวโพด เพราะฉะนั้นแล้ววิธีการมันมีครับ ทั้ง ๆ ที่วันนี้รัฐบาลก็ตั้งใจ แต่ว่าด้วย องค์ประกอบทั้งหลายที่ทำให้บางทีเกิดความโชคร้ายกับรัฐบาลที่ว่าดำเนินการไปแล้ว มันก็ไม่เห็นผล เพราะมีปัจจัยภายนอกเกี่ยวกับเรื่องต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็ถือเป็นภาระหน้าที่ของทางรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการในการสนับสนุน แล้วก็สร้างความเข้มแข็งให้กับพืชเกษตรของไทยทุก ๆ ตัวไม่ว่าจะเป็นพืชชนิดใด เพราะฉะนั้น ผมเองขอเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญในการพิจารณา พ.ร.บ. ทุเรียนในครั้งนี้ครับ กราบขอบพระคุณมากครับ