อามินทร์ มะยูโซ๊ะ อภิปรายเรื่องทุเรียนอย่างยั่งยืน โดยเสนอให้เปิดคลิปภาพประกอบเพื่อแสดงข้อมูล หารือเรื่องทุเรียนพืชเศรษฐกิจและเสนอแนวทางยกระดับคุณภาพเพื่อรักษาตลาดส่งออก โดยเฉพาะจีน โดยเน้นการปลอดสารปนเปื้อนและการตรวจสอบมาตรฐานอย่างเข้มงวด
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๒ อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอตากใบ พรรคกล้าธรรม วันนี้กระผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเพื่อให้ความเห็นต่อ ญัตติของเพื่อนสมาชิกว่าด้วยเรื่องของทุเรียน การแก้ไขปัญหาทุเรียนอย่างยั่งยืนครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยโดยปีที่แล้วการส่งออกทุเรียนมีมูลค่าสูงถึง ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ในปัจจุบันทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เนื่องจากมีความต้องการในการบริโภค ทุเรียนทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้บริโภคจากจีนซึ่งชื่นชอบในรสชาติ คุณภาพ และความเชื่อมั่นที่ปลูกโดยฝีมือเกษตรกรชาวไทย แน่นอนว่าเมื่อมีความต้องการ ของผู้บริโภคทุเรียนที่มากขึ้นก็เป็นโอกาสในการทำมาหากินของพี่น้องเกษตรกร การลงทุน ปลูกทุเรียนก็มากขึ้นเช่นกัน จากภาคตะวันออกทุกวันนี้ทุเรียนไทยปลูกกันทั่วทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และบ้านของผมภาคใต้ หรือแม้แต่ต่างประเทศก็เช่นกันมีปริมาณการปลูกทุเรียนที่มากขึ้นโดยเฉพาะประเทศ มาเลเซีย การส่งเสริม การสนับสนุนในเรื่องของนโยบายและองค์ความรู้รวมไปถึงการอำนวย ความสะดวกให้ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนจึงเป็นภารกิจหลักของรัฐบาลและกระทรวง เกษตรและสหกรณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ หนึ่งในมิติที่กระผม สส. พรรคกล้าธรรมที่มีพี่น้องเกษตรกรชาวทุเรียนภาคใต้เป็นจำนวนมากอยากเห็นการขับเคลื่อน ของรัฐบาลในเรื่องของการรักษาคุณภาพทุเรียนไทยในตลาดสากล ทำอย่างไรให้ทุเรียนไทย อยู่ในจุดสูงสุดของเรื่องคุณภาพ ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคนึกถึงทุเรียนไทยเวลาที่อยากจะกิน ทุเรียน ทำอย่างไรให้ชาวสวนทุเรียนภาคใต้แน่ใจว่าจะมีตลาดรองรับทุเรียนไทยเพียงพอ ตลอดฤดูทุเรียน นี่คือสิ่งที่ผมและเพื่อน สส. พรรคกล้าธรรมอยากเห็นการขับเคลื่อน จากรัฐบาล ท่านประธานครับ กระผมได้เรียกร้องถึงคุณภาพเราก็คงหลีกเลี่ยงเรื่องของ ทุเรียนปลอดสาร อาทิเช่น ทุเรียนปลอดสารแคดเมียมหรือทุเรียนปลอดสีย้อมผ้าหรือ BY2 กระผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลและแน่นอนก็ต้องขอขอบคุณและให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนทุเรียนภาคใต้ที่ร่วมมือกันทำให้การส่งออกทุเรียนผ่านพ้นวิกฤติและกลับเข้าสู่ สภาวะปกติ จากที่ผมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อการส่งออกทุเรียน ผมทราบว่า ทางการจีนได้ยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบทุเรียนสดและทุเรียนแกะเปลือกแช่แข็ง โดยทางการจีนได้ออกมาตรการบังคับให้ทุเรียนทุกตู้ที่จะส่งไปยังประเทศจีนต้องมีใบรับรอง ทุเรียนว่าที่ส่งไปนั้นปลอดสารแคดเมียมและปลอดสาร BY2 ทราบมาว่าตั้งแต่การยกระดับ ของทางการจีน ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยการนำของศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ก็ได้มอบให้กรมวิชาการเกษตรเร่งเจรจากับ GACC หรือ General Administration of Customs of China หรือศุลกากรจีนนั่นเอง ให้หาแนวทางร่วมกันเพื่อให้ส่งออกทุเรียนไทย ไปจีนนั้นสามารถทำได้ ซึ่งผลจากการพูดคุยก็คือต้องมีการตรวจสารต้องห้ามจากห้องปฏิบัติการ หรือห้องแล็บที่ได้รับมาตรฐานสากลและทางจีนยอมรับ กระผมขอนำเรียน Timeline ที่เกิดขึ้นต่อที่ประชุมดังนี้ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ ทางการจีนส่งหนังสือเรื่องการให้ ความสำคัญด้านความปลอดภัยของอาหารด้านทุเรียนที่ส่งออกไปยังประเทศจีนนะครับ ต่อมาวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘ กรมวิชาการเกษตรหารือ GACC และมีมาตรการร่วมกัน ในการตรวจสอบและกำหนดการส่งออกทุเรียนเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคมเป็นต้นไป ต่อมาวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๘ กรมวิชาการก็ส่งรายชื่อห้องปฏิบัติการหรือห้องแล็บที่ได้รับ มาตรฐานสามารถตรวจสอบสารปนเปื้อนของสาร BY2 จำนวน ๖ แห่ง และต่อมาได้เพิ่มอีก ๒ แห่งในเวลาต่อมา วันที่ ๑๗ มกราคมห้องปฏิบัติการหรือห้องแล็บสามารถเปิดให้บริการ ตรวจรับรองผลได้นะครับ แล้ววันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๘ เกษตรกรไทยสามารถส่งทุเรียน ออกไปจีนได้เป็นตู้แรกหลังจากที่มีการระงับ โดยในวันดังกล่าวก็จะมีรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินทางไปตรวจสอบความเรียบร้อยที่ด่านด้วยตนเอง ท่านประธานครับ จากที่กระผมได้อธิบายไปนั้นจะเห็นได้ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งแก้ไขปัญหาที่ติดขัดในการส่งออกทุเรียนไปจีนโดยใช้เวลาไม่นานเราก็ผ่านพ้นช่วงวิกฤติมาได้ ทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียนไม่เสียโอกาส นอกจากการยกระดับด้านความปลอดภัยของทุเรียนแล้วกระผมต้องการเห็นการเตรียมความพร้อม ระหว่างภาคเกษตรกรและภาครัฐโดยการเตรียมห้องปฏิบัติการหรือห้องแล็บให้เพียงพอ ต่อการตรวจสอบสารปนเปื้อนทุเรียนที่กำลังจะออกดอกออกผลในภาคอื่น ๆ และการรณรงค์ Set Zero เพื่อย้ำและให้แน่ใจว่าทุเรียนของบ้านเรานั้นปลอดภัยโดยวิธีการ Big Cleaning โดยไม่ใช่สี ไม่ใช่สาร เปลี่ยนอุปกรณ์ ทำความสะอาดอุปกรณ์ ทำความสะอาดสถานที่นะครับ กระบวนการผลิตที่ปลอดสารและการสุ่มเก็บตัวอย่างตามมาตรฐานสากล อยากเห็นกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ยึดมั่นในนโยบาย การยกระดับคุณภาพทุเรียนไม่เอาทุเรียนอ่อน ไม่มีหนอน ไม่สวมสิทธิและไม่มีสารปนเปื้อน กระผมขอสรุปว่าอยากเห็นความร่วมมือระหว่างเกษตรกร และรัฐบาลช่วยกันรักษามาตรฐานของทุเรียนเพื่อความเชื่อมั่นของทุเรียนไทยต้องส่งทุเรียน ปลอดสาร ใจเขาใจเรานะครับทางจีนเขาก็ต้องปกป้องผู้บริโภคของเขาอยากให้ได้รับประทาน ทุเรียนที่มีคุณภาพปลอดภัยเช่นเดียวกับผู้บริโภคทุเรียนในประเทศไทยเองก็เช่นกันก็ต้องได้ บริโภคทุเรียนที่มีคุณภาพเช่นกัน นอกจากประเด็นการช่วยเหลือส่งเสริมผู้ปลูกทุเรียน เป็นภารกิจของรัฐบาลทำควบคู่กันไปนั้น สุดท้ายผมเชื่อว่าทุกความเห็นจากเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ขอให้ผู้ที่มีภารกิจรับไปเพื่อประกอบการ ปฏิบัติต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ