จุลพงศ์ อยู่เกษ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับลำดับศักดิ์ของกฎหมาย โดยเฉพาะการขัดกันระหว่างข้อกำหนดของศาลกับพระราชบัญญัติและรัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของข้อบังคับประธานศาลฎีกาที่อาจละเมิดหลักนิติธรรมและสิทธิประชาชน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในนามของ กรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้นะครับ ผมขอเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ขอย้อนกลับไป ตั้งแต่เรียนป้ ๑ คณะนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัย กฎหมายพื้นฐานเลยนะครับ ลำดับชั้นของ กฎหมาย ถ้าเราไล่มาจากสูงสุดก็คือรัฐธรรมนูญ ถัดมาก็คือพระราชบัญญัติ ถัดลงมา อีกหน่อยก็คือพระราชกฤษฎีกา หรือพระราชกำหนด ลงมาอีกชั้นอันดับ ๔ ก็เปึน กฎกระทรวงหลังจากนั้นก็ตามไปด้วยคำสั่ง เข้าสอนกันมาตั้งแต่ป้ ๑ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการ ที่นั่งอยู่ที่เรียนกฎหมายก็ต้องรู้ว่าศักดิ์ของกฎหมายนั้นมันต้องเรียงระดับชั้นหมายความว่า อะไรครับ หมายความว่ากฎกระทรวงที่อยู่อันดับ ๔ จะไปใหญ่กว่าพระราชบัญญัติที่อยู่อันดับ ๒ ได้อย่างไร ผมขออนุญาตเจ้าหน้าที่ช่วยขยายสไลด์นิดได้ไหมครับ ในมาตรา ๑๗ ถ้าเพื่อน สมาชิกลองอ่าน โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกที่เรียนกฎหมายมาด้วยกันลองอ่านดู มาตรา ๑๗ ผมขออนุญาตนะครับ กระบวนพิจารณาคดีในศาลภาษีอากรให้เปึนไปตามบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้ และข้อกำหนดตามมาตรา ๒๐ ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติและข้อกำหนด ดังกล่าวให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา หรือกฎหมายอื่นมาใช้บังคับโดยอนุโลม ท่านอ่านแล้วท่านเข้าใจอย่างไร ถ้าอย่างนี้คนทั่วไปหรือนักกฎหมายก็ต้องเข้าใจว่าถ้ากรณีกระบวนพิจารณาของศาลภาษี ที่เกี่ยวกับคดีอาญาก็ตามจะต้องดูตัวพระราชบัญญัตินี้และดูข้อกำหนดก่อนใช่ไหมครับ ถึงจะ ไปดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่คนจำนวนมากไม่ทราบเพราะว่าเราติดปาก ว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่จริง ๆ แล้วประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ คือมีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาป้ ๒๔๗๗ เพราะฉะนั้นตัวพระราชบัญญัติประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาจึงมีศักดิ์สูงกว่าข้อกำหนด ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้น ผมขอยกมาตรา ๕ วรรคสอง ของพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาป้ ๒๔๗๗ ที่แก้เมื่อ ป้ ๒๕๔๘ เขียนไว้ว่าให้ประธานศาลฎีกามีอำนาจออกข้อบังคับและนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีอำนาจออก กฎกระทรวง ก็แสดงว่าข้อบังคับของประธานศาลฎีกาก็ตาม ข้อกำหนดของศาลต่าง ๆ ก็ตาม มีศักดิ์เท่ากฎกระทรวง แล้วทำไมท่านจะต้องมาวางไว้เหนือพระราชบัญญัติ อันนี้ท่านต้อง ตอบให้ชัด ๆ นะครับ เมื่อเช้าในตอนประชุมสรุปผมก็เฉลยคำถามให้ท่าน ๑ คำถาม ผมถาม ว่าถ้าข้อกำหนดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาขัดกันท่านทำอย่างไรครับ อะไรใหญ่กว่าครับ ท่านอย่าบอกว่าไม่มีทางที่จะผิดนะครับ คนเรามันผิดกันได้ ถามว่ากรณีนี้ ข้อกำหนดนี้ออกให้อำนาจกับอธิบดีศาลภาษีอากรกลางเปึนคนออกไม่ต้องห่วงรับรองว่าไม่ผิด ผมจะยกตัวอย่างสิ่งที่ไม่ถูกด้วย คือข้อบังคับประธานศาลฎีกาออกตามวิธีประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา คือเดิมโดยเฉพาะเรื่องการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยในป้ ๒๕๔๘ มีข้อบังคับประธานศาลฎีกาที่ให้สิทธิกับจำเลยและผู้ต้องหาอย่างกว้างขวางในการหาบุคคล ผู้มาประกันตัว แต่ต่อมามีการแก้ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาป้ ๒๕๖๕ กลับไปจำกัดสิทธิ ในการประกันตัวหาผู้ประกันตัวของผู้ต้องหาหรือจำเลย ผมถามว่าแล้วอย่างนี้เราจะปล่อย ให้เปึนฝ์ายบริหารหรือทางด้านศาลไปออกข้อกำหนดตามชอบหรือครับ มีกรรมาธิการถาม ในที่ประชุมนะครับว่าขอดูข้อกำหนดนี้หน่อยได้ไหม กรรมาธิการที่สนับสนุนท่านบอกดูไม่ได้ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าดูไม่ได้เพราะไม่มีหรือดูไม่ได้ หรือเปึนความลับของทางศาล ขออ้างถึง ข้อบังคับประธานศาลฎีกาอีกเรื่อง เรื่องปล่อยตัวชั่วคราวครับ ในข้อบังคับป้ ๒๕๖๕ ที่ออกมา ใหม่ก็มีความไม่เท่าเทียมกัน ท่านประธานทราบไหมครับว่าบางอาชีพสามารถประกันตัวโดย วงเงินได้ เช่น หมอ ผู้สอบบัญชี แล้วทำไมประชาชนยกเว้นไว้ครับทำไมระบุเจาะจง อันนี้เปึน การไม่เท่าเทียมกันเรื่องฐานะและอาชีพหรือเปล่าครับ มันขัดรัฐธรรมนูญมาตรา ผมจำไม่ได้ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๖๐ นะครับ แต่แน่นอนคงไม่ใช่วิถี่ของพรรคประชาชนที่จะไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ข้อบังคับของ ประธานศาลฎีกานี้ขัดกับรัฐธรรมนูญ เมื่อเช้านี้มีกรรมาธิการท่านหนึ่งได้พูดในที่ประชุม ไว้อย่างน่าคิด คือในมาตรา ๒๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ บอกว่าเพื่อให้การดำเนินกระบวน พิจารณาเปึนไปได้โดยสะดวกรวดเร็วและเปึนธรรมให้อธิบดีศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจออก ข้อกำหนดใด ๆ เกี่ยวกับการพิจารณาและรับฟังพยานหลักฐานใช้บังคับในศาลภาษีอากรได้ ก็ในเมื่อมาตรา ๒๐ มันบอกไว้แล้วทำไมจะต้องมาเขียนมาตรา ๑๗ ให้ข้อกำหนดนี้ใหญ่กว่า กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งเทียบกับพระราชบัญญัติ เพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ อำนาจในการออกกฎหมายเปึนอำนาจเดียวในการออกกฎหมายอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร เราเปึนตัวแทนของสภาผู้แทนราษฎร ผมเรียนตรง ๆ นะครับท่านประธาน ถ้าไม่กระทบสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนผมคงไม่สงวนความเห็นและไม่ลุกขึ้นยืนพูด เราจะปล่อยให้อธิบดี ศาลภาษีอากรกลางไปออกข้อกำหนดโดยลำพังโดยปราศจากการตรวจสอบของสภาแห่งนี้ หรือครับ อย่างไรก็ตามนะครับเนื่องจากวันนี้ยังมีร่างพระราชบัญญัติอีกหลายเรื่องนะครับ ที่จะต้องอภิปรายกัน ผมขอสงวนแรงไว้อภิปรายตัวพระราชบัญญัติอื่นนะครับ แล้วก็ต้อง ขออนุญาตท่านประธานขอแสดงความยินดีกับท่านประธานคณะกรรมาธิการด้วยนะครับ พอดีเมื่อเช้านี้ผมเพิ่งได้การ์ดต้องขอแสดงความยินดีกับท่านด้วยนะครับ ผมไม่ติดใจ ในประเด็นนี้นะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน