ธีระชัย อภิปรายรับทราบรายงาน กอช. ชื่นชมผลดำเนินงาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนการออมแห่งชาติ โดยชื่นชมผลการดำเนินงานและการเพิ่มจำนวนสมาชิก แต่ชี้ให้เห็นความท้าทายของสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและประชากรวัยแรงงานลดลง ธีระชัย แสนแก้ว เสนอแนวทางปลูกฝังวินัยการออมโดยอ้างอิงกรณีศึกษาของคนญี่ปุ่น และเรียกร้องให้ขยายการคุ้มครองไปยังกลุ่มอาชีพที่ไม่มีสวัสดิการ เช่น เกษตรกรและอาชีพอิสระ พร้อมทั้งเรียกร้องให้กองทุนออมแห่งชาติร่วมกับทุกกระทรวงหาวิธีใหม่ในการสอนลูกหลานให้เห็นคุณค่าของเงิน

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนการออมแห่งชาติ ดังนี้ครับท่านประธานครับ ประการแรกการรายงานฉบับนี้เป็นผลการดำเนินงานของกองทุน การออมแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๖ ซึ่งผลการดำเนินการนั้นก็มีทั้งปรับเงินสะสมและเงิน สมทบจากภาครัฐ มีความพยายามที่จะเพิ่มจำนวนสมาชิกในการเข้าสู่กองทุน มีโครงการ เสริมให้เกิดการออมในเด็กรุ่นใหม่ และใช้เทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในการออมมากขึ้น สิ่งเหล่านี้กระผมขอชื่นชมทางคณะกรรมการกองทุนนะครับ โดยเฉพาะจำนวนผู้เข้าร่วม กองทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๖ มีสมาชิกกองทุนประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ คน แล้วครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ แต่อย่างไรก็ดีครับท่านประธาน ประเทศไทย เรากำลังเผชิญและท้าทายที่สำคัญก็คือสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะว่าคนเรา ทุกวันนี้แก่ช้าและตายยากด้วยนะครับ เพราะว่าเรามีนวัตกรรมอะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องการดูแลรักษา เพราะฉะนั้นสังคมเราจะมีประชากรอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ ๖๐ ของประชากรทั้งหมดนะครับ หรือตีคิดง่าย ๆ นะครับว่ามีคนสูงอายุมากกว่า ๑๔ ล้านคน แล้วครับท่านประธานครับ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นคาดว่าจำนวนเด็กและวัยแรงงานจะลดลง เรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง มันสวนทางกับประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่ละครับ มันเกิดผลเสียต่อสภาพเศรษฐกิจในอนาคตได้นะครับ แต่ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือคนสูงอายุ ส่วนใหญ่ไม่มีเงินแล้วล่ะครับตอนนี้ นอกจากเศรษฐีนะครับ แล้วก็ไม่พอใช้จ่ายหลังจาก เกษียณจากการทำงานและใช้จ่ายไม่เพียงพอในช่วงบั้นปลายชีวิต นี่คือความทุกข์กรรม ลำบากของผู้สูงอายุในอนาคต และกองทุนการออมแห่งชาตินี้จะต้องเข้ามาดูแลการออม ให้กับพี่น้องประชาชนกลุ่มที่ยังไม่มีสวัสดิการให้มากยิ่งขึ้น ให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น พี่น้อง เกษตรกร พี่น้องกลุ่มอาชีพค้าขาย พี่น้องอาชีพอิสระ เพราะพี่น้องเหล่านี้พอเกษียณ การทำงานหรือหยุดการทำงานพวกเขาก็ไม่มีเงินช่วยเหลือ ไม่มีกองทุนใดเข้ามาดูแลได้เลย ครับท่านประธาน

ประการที่ ๒ อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเกี่ยวกับเรื่อง เงินออม กระผมได้มีโอกาสได้ดูไทยพีบีเอส ดูสารคดี พูดเรื่องการออมของคนญี่ปุ่นครับ ท่านประธาน ซึ่งกระผมคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนของเราถ้าหากเราลอง นำแนวความคิดของคนญี่ปุ่นมาใช้กับการดำรงชีวิตประจำวันของประชากรของประเทศเรา ท่านประธานครับ จากผลการวิจัยของธนาคารกลางของประเทศญี่ปุ่นบอกว่าลักษณะนิสัย ของคนญี่ปุ่นเป็นชาติที่ประหยัด มัธยัสถ์ และใช้เหตุผลในการใช้เงินมากกว่าการใช้อารมณ์ อยากมีอยากได้ มันต้องมีนี่คือรางวัลชีวิตหรือสิ่งที่มันจำเป็นต้องมี ท่านประธานครับ ท่านรู้ หรือไม่ครับว่าคนญี่ปุ่นมีเงินออมรวมกัน ๑,๐๐๐ ล้านล้านเยน หรือตีเป็นเงินบาทของไทย ก็คือ ๒๕๐ ล้านล้านบาท ถ้าท่านยังมองไม่เห็นภาพนะครับว่ามันจะมากมายขนาดไหน ใส่รถบรรทุกยาวจากอุดรธานีถึงกรุงเทพฯ ครับ ๒๕๐ ล้านล้านบาทนี้ก็เท่ากับงบประมาณ แผ่นดินของบ้านเราที่มีอยู่ ๓.๕ ล้านล้านบาทต่อปี เท่ากับเงินออมของประเทศญี่ปุ่นมีค่า เท่ากับงบประมาณแผ่นดินของไทย ๗๐ ปีเลยทีเดียวครับท่านประธาน แล้วคำถามก็เกิดขึ้น ว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงมีเงินออมมากมายขนาดนี้ คำตอบก็คือว่าเกิดจากการปลูกฝังเงินออมกัน ตั้งแต่เด็ก ๆ ตั้งแต่เยาวชน แล้วเงินออมของคนญี่ปุ่นก็ปลูกฝังยาวนานมาตั้งแต่ญี่ปุ่นมีการ ปฏิวัติ ปฏิรูป Megi หรือยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมนั่นก็คือ ๑๑๗ ปีมาแล้วครับท่านประธาน แล้วท่านประธานครับอีกเหตุผลหนึ่งที่คนญี่ปุ่นใส่ใจเงินออมก็คือ เขามีแนวความคิดใช้เงิน ครับว่าก่อนจะใช้เงินจะต้องมีการออมก่อน ออมแล้วเหลือเท่าไรค่อยใช้เงินครับ นี่เป็นเหตุผล ที่ดีที่สมควรจะนำมาเป็นตัวอย่างในการใช้ปลูกฝังให้การใช้จ่ายเงินและการออมให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ของพวกเรา มีรุ่นใหม่ ๆ ออกมาทุกเดือนครับ โทรศัพท์มือถือเครื่องใช้ที่มันเป็น ฟุ่มเฟือยนี่มีมาตลอด มันก็เป็นสิ่งเร้าใจเร้าอารมณ์อยากได้อยากมีเหมือนคนอื่นเขานะครับ แล้วพ่อแม่ก็เลี้ยงดูตามใจลูก อยากได้อะไรก็ซื้อให้หมด สุดท้ายพ่อแม่จะจนตายครับ ดังนั้น ครับท่านประธานนอกจากกองทุนออมแห่งชาติจะเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องเงินออมของ คนไทยแล้วนะครับ กระผมอยากจะขอฝากคิดหาวิธีปลูกฝังแนวคิดใหม่ ๆ เกี่ยวกับเงินออม ให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ของเรา สมัยเราเป็นเด็กออมสินวันละบาทอะไรต่าง ๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ไม่รู้ ว่าอะไรเป็นอะไรก็ล้มหายไปแล้ว การตั้งคำถามก่อนนะครับว่าเวลาลูกหลานเราจะซื้ออะไร ต้องตั้งคำถามก่อนว่า อยู่ได้ไหมถ้าเราไม่ซื้อของชิ้นนั้น หรือซื้อแล้วใช้ได้จริงหรือเปล่า เรามี เงินซื้อของชิ้นนั้นจริง ๆ หรือเปล่า หรือแม้แต่สอนให้ตั้งคำถามก่อนซื้อครับว่า ถ้าเรา ซื้อมาแล้วจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นอย่างไรครับ ถ้าไม่ได้ใช้แล้วมันจะตายวัน ตายห่า ตายพรุ่งไหมครับ อะไรลักษณะอย่างนี้แต่เราก็พูดเพราะ ๆ กับลูกกับหลานกับเด็กของเรา นะครับ สุดท้ายครับท่านประธาน กระผมเชื่อนะครับว่าหากพวกเราทุกคนรวมถึงกองทุน ออมแห่งชาติและทุกกระทรวงที่มีคณะกรรมการเยอะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิระดับรองปลัด ระดับผู้ทรงคุณวุฒิทุกกระทรวงที่มาเป็นคณะกรรมการถือว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒินะครับ ว่าเราจะต้องดำเนินการในการหาวิธีหลักในการปลูกฝังลักษณะนิสัยของลูกๆ หลาน ๆ ให้เห็นคุณค่าของเงิน ให้เห็นประโยชน์การออม และคิดว่ามันไม่สายนะครับว่าที่จะทำให้ ลูก ๆ หลาน ๆ ของเราจะรักการออมและจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมขอขอบคุณท่านเลขาธิการครับ ที่มาเป็นหัวหน้าคณะ วันนี้ถึงแม้ว่าท่านสมาชิกจะพูดไม่เยอะนะครับ แต่ก็คลายเหงาไปได้ บ้างครับ ขอขอบคุณครับ