ประสิทธิ์ ชี้เป้ากองทุนออมฯ เสนอเปิดบริษัทนอกบริหารแทน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนการออมแห่งชาติ โดยชื่นชมความคืบหน้าและเสนอให้เร่งส่งเข้ารัฐสภา พร้อมยกย่องจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ นำเสนอข้อมูลการเติบโตของสมาชิกกองทุนและวิเคราะห์โอกาสขยายตัว โดยชี้ให้เห็นว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก พร้อมแนะนำข้อดีของการออมที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ชี้ว่าผลตอบแทนการลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่ำมากจนขาดทุน และเสนอให้เปิดโอกาสให้บริษัทภายนอกมาบริหารแทนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ชี้แจงเรื่องเงินบำนาญสำหรับผู้สูงอายุที่อายุครบ ๖๐ ปี และเสนอให้เพิ่มจำนวนเงินเพื่อแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ชี้ว่าเป้าหมายและตัวชี้วัดในรายงานไม่ชัดเจน ขาดตัวเลขที่วัดผลได้ และเสนอให้เพิ่มข้อมูลเปรียบเทียบย้อนหลัง

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ พรรคประชาชน ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของกองทุนการออมแห่งชาติ เป็นรายงานประจำปี ๒๕๖๖ อย่างแรกเลยก็คือว่ารายงานฉบับนี้ท่านรายงาน ปี ๒๕๖๖ ก็น่าจะทำเสร็จสิ้น ประมาณเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๗ ก็น่าจะส่งเข้ารัฐสภาได้เลยเราจะได้รายงานที่แบบเรียกว่า Update มากที่สุด เพราะถ้าเกิดความล่าช้าก็จะทำให้ผู้แทนของเราขาดความสนใจ อันนี้เป็นเรื่องที่ ๑ แต่ก็ถ้าพูดถึงแล้วท่านก็ปรับปรุงได้ดีกว่า ๔ ๕ ปีที่แล้วที่ท่านส่งรายงาน ล่าช้าถึง ๒ ปี แล้วก็อาจจะดีกว่าหลาย ๆ รายงานที่ก็ยังส่งล่าช้าถึง ๒ ปี ๓ ปี อันนี้ก็ติติง พร้อมกับชมเชยไปด้วย

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของจำนวนสมาชิก ถ้าถึงสิ้นเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๖ ท่านมีสมาชิกอยู่ ๒,๕๗๕,๐๐๐ กว่าคน ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เราจะเห็นว่าปี ๒๕๖๒ ท่านมีการ เติบโตสูงมากจาก ปี ๒๕๖๑ ลองดู ปี ๒๕๖๒ ท่านมีสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง ๑.๗ ล้านคน ๑.๗ ล้านคนนี่คือปีที่เติบโตมหาศาลเลยนะครับ หลังจากนั้นท่านเติบโตแค่ประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน ต่อปีเท่านั้นเอง อันนี้ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมมองว่าในปี ๒๕๖๒ ท่านต้องทำอะไรที่มัน พิเศษแน่ ๆ แล้วก็ท่านน่าจะสามารถทำอะไรต่อเนื่องได้อีก สไลด์ถัดไปครับ อันนี้เราจะมาดู โพรไฟล์ของอาชีพของสมาชิกที่เข้ากองทุน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ๔๖ เปอร์เซ็นต์ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่า เกษตรกรกับอาชีพอิสระเป็นหลักของกองทุนนี้เลยนะครับ ต่อไปครับ ถ้าไปดูภูมิภาคก็จะ เห็นว่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเราเป็นสมาชิกของท่านเยอะพอสมควร แสดงว่า ท่านน่าจะไปโฟกัสทางตรงนั้นหรือว่าทางภาคกลาง หลังจากนั้นทางภาคใต้ ภาคเหนือก็จะ น้อยลง ตะวันออก ตะวันตกก็น้อยลง เพราะฉะนั้นท่านยังมีโอกาสที่จะเพิ่มสมาชิกได้มากเลย ถ้าดูจากโพรไฟล์ตรงนี้ เราก็สามารถที่จะโฟกัสได้ว่าเราควรจะไปจุดไหน แล้วแรงงานนอก ระบบก็มีมากกว่า ๒๐ ล้านคนที่สามารถที่จะเข้ากองทุนนี้ได้ แต่ถึงปีนี้ประมาณ ๒.๗ คน ใช่ไหมครับ ก็ประมาณ ๑๓ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก ก็อยากจะบอกว่า กองทุนนี้มีข้อดีให้กับพี่น้องประชาชน ก็อยากจะนำเสนอให้ประชาชนได้รับฟังรับทราบ ผ่านทางสภาแห่งนี้ด้วยนะครับ ข้อดีก็คือมันมีการยืดหยุ่นในการออม สามารถออมได้ตั้งแต่ ๕๐ บาทขึ้นไป แล้วก็รัฐสมทบทุนให้ด้วยอันนี้คือข้อดีนะครับ สมทบให้ไม่เกิน ๑,๘๐๐ บาท ต่อปี ความปลอดภัยของการลงทุน เงินของท่านนี่ปลอดภัยแน่นอนเพราะรัฐบาลค้ำประกัน แล้วก็ค้ำประกันดอกเบี้ยด้วยว่าไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน แล้วก็ยังมีสิทธิ ประโยชน์ทางภาษี หักภาษีได้เต็มจำนวนไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท อันนี้คือข้อดี ก็อยากให้ พี่น้องประชาชนลองพิจารณาดูนะครับ

ส่วนข้อสังเกตที่ผมอยากจะพูดถึงนะครับ ตรงนี้ที่บอกไปแล้วคือจำนวน สมาชิก เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งในรายงานฉบับนี้ปีล่าสุด ปี ๒๕๖๖ ในรายงานฉบับนี้ผลตอบแทนก็ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๐.๓-๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายประจำก็ทำให้ติดลบ ด้วยซ้ำ ก็คือเกิดการขาดทุนเกิดขึ้น ก็ไม่ทราบว่าทำไมการลงทุนนี้ถึงลงทุนโดยเฉพาะกับพวก สินทรัพย์ ตราสารหนี้ พันธบัตร เราสามารถที่จะไปลงทุนในสิ่งอื่นได้ไหม มีกฎหมายห้ามไว้ หรือเปล่า ถ้ามีกฎหมายห้ามไว้อาจจะต้องแก้ไขกฎหมาย เพราะว่าเงินฝากเหล่านี้หรือว่า พันธบัตรเหล่านี้ค่าผลตอบแทนน้อยมาก ๆ เลยอย่างที่ท่านสิทธิพลได้พูดไป ผลตอบแทน ท่านน้อยกว่า กบข. น้อยกว่าประกันสังคม เรียกได้ว่าอาจจะน้อยที่สุดด้วยซ้ำ ผมก็อาจจะ เสนอถ้าเป็นไปได้อาจจะจ้างผู้จัดการกองทุนไหม จ้างสัก ๒ ๓ บริษัทมาบริหารเงินให้ท่าน ดูว่าใครบริหารได้ดีกว่ากัน ๒ ๓ บริษัทนี้ก็มาแข่งกันเอง อันนี้อาจจะช่วยให้การบริหารเงิน ทำได้ดีขึ้น แล้วท่านจะมองเห็นภาพกว้าง ๆ ด้วยว่าเงินจริง ๆ แล้วควรจะไปลงที่ไหนนะครับ

ส่วนต่อไปก็เรื่องของเงินฝากประจำ ที่ท่านบอกว่าผลตอบแทนการลงทุน เฉลี่ย ๑.๗๗ เปอร์เซ็นต์ที่ผ่านมา แล้วก็สูงกว่าเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน แต่ท่านอย่าลืมว่า อันนี้เป็นเงินฝากระยะยาวของผู้ออม เขาฝากตลอดชีวิตจนถึงอายุ ๖๐ ปี เพราะฉะนั้น เฉลี่ย ๆ แล้วเหมือนกับฝากประจำ ๑๕ ปี ๒๐ ปีเลย ไม่ใช่แค่ ๑๒ เดือน และอัตรา ผลตอบแทน อย่างเช่นผมดูจากเว็บไซต์ของธนาคารกรุงไทย ผลตอบแทนเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ก็จริง แต่ผลตอบแทน ๔๘ เดือนนี่ ๒.๙ เปอร์เซ็นต์เลยนะครับ ก็คือ ๒ เท่าของเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน ซึ่งถ้าเกิดท่านไปเทียบกับ ๒.๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านแพ้เขาหลุดลุ่ยเลยนะครับ แล้วนี่แค่ ๔๘ เดือนเท่านั้น ไม่ใช่ ๑๐ ปี ๑๕ ปีอย่างที่ทุกคน โดยเฉลี่ยเขาฝากกันกับกองทุนเหล่านี้ อันนี้ผมถึงได้เสนอว่าอาจจะให้บริษัทอื่นมาบริหาร จัดการกองทุนไหมนะครับ

แล้วอีกประเด็นหนึ่งก็คือเงินบำนาญ เมื่อสมาชิกสะสมครบ ๖๐ ปี ก็ได้ ผลตอบแทนประมาณ ๖๐๐ บาทขึ้นไปใช่ไหมครับ ๖๐๐ บาทนี้อาจจะน้อยไปนิดหนึ่ง ถ้าเกิดเพิ่มตรงนี้ได้ก็น่าจะดีขึ้น เพราะว่าตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าข้าวของสินค้ามันแพงขนาดไหน

ส่วนต่อไปคือส่วนตัวชี้วัดของท่านเลยนะครับ เป้าหมายของท่านในหนังสือ ฉบับนี้ เป้าหมายของท่าน ข้อ ๑ คือจำนวนสมาชิกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ข้อ ๒ ก็คืออัตรา ผลตอบแทนที่ส่งเสริมและจูงใจให้เกิดการออม ข้อ ๓ คือสร้างสังคมการออม ผลักดันให้เกิด การเปลี่ยนแปลงในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ข้อ ๔ การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ อันนี้ มันเป็นเป้าหมายชี้วัดไม่ได้เลย ท่านไม่ต้องทำอะไรเลยอันนี้ก็สำเร็จนะครับ จำนวนสมาชิก เติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่านอยู่เฉย ๆ ก็เติบโตนะครับ คนก็มาสมัครเข้ามาเรื่อย ๆ อยู่แล้ว หรือท่านออก Booth แค่ปีละครั้งคนก็มาสมัครเรื่อย ๆ อยู่แล้วนะครับ อันนี้คือผมอยากให้เป้าหมายมันเป็นตัวเลขที่ชี้วัดได้นะครับ อย่างเช่น เป้าหมายระยะสั้น ปีหน้าสมาชิกเติบโตขึ้น ๑๐๐,๐๐๐ คน อีก ๕ ปีข้างหน้า ๑ ล้านคน ควรจะเป็นจำนวนตัวเลขนะครับ และผลตอบแทนท่านก็เช่นกัน ถึงแม้ท่านจะมีผลตอบแทน ว่าจริง ๆ ท่านไม่มีเป้าหมายเลยแต่ว่ามันเป็นการค้ำประกันของรัฐที่ว่าจะต้องได้เงินตอบแทน ไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน แต่ไม่ใช่เป้าหมายของท่านเลยนะครับ เป้าหมาย ของท่านควรจะระบุไปเลยนะครับว่าผลตอบแทนอย่างน้อย ๒ เปอร์เซ็นต์ ๓ เปอร์เซ็นต์อะไร ก็ว่าไป อันนี้คือแทบไม่มีเป้าหมายเลย แล้วเป้าหมายระยะยาวท่านก็เหมือนกันนะครับ ระยะ ๕ ปีนี้ก็ไม่ต่างกันเลย ข้อ ๑ มุ่งเน้นการสื่อสารคุณค่าของการออมนะครับ เป้าหมาย ของท่านก็คือมุ่งเน้นสร้างภาพลักษณ์ให้ กอช. ท่านออก Booth ปีละครั้งก็เหมือนกันนะครับ สร้างภาพลักษณ์เหมือนกัน มันแทบวัดอะไรไม่ได้เลยนะครับ ๕ ข้อที่เหลือก็คล้าย ๆ กัน ผมไม่อยากเสียเวลาทางสภานะครับ ท่านควรจะมีตัวชี้วัดที่ดีกว่านี้ แล้วก็ท่านควรจะมีข้อมูล ของเรียกว่าเปรียบเทียบของปีที่ผ่าน ๆ มาด้วย อันนี้รายงานฉบับนี้มีแค่ของปีนี้นะครับ ถ้าเกิดจะไปหาปีที่แล้วเราก็ต้องไปหาเว็บไซต์ของท่านต่ออีก จริง ๆ ถ้ามีข้อมูลเปรียบเทียบ เข้ามาสักนิดหนึ่ง สัก ๓-๔ ปีก่อนหน้านี้ก็จะดีมาก ๆ เลยครับ ก็ขอตั้งข้อสังเกตไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณครับ