ทรงศักดิ์ ยืนยันปทุมธานีไม่ได้รับเงินเยียวยาเพราะไม่ประกาศเขตภัยพิบัติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ทรงศักดิ์ ทองศรี ระบุปัญหาการเยียวยาที่ล่าช้าในจังหวัดปทุมธานี เนื่องจากไม่มีการประกาศเขตภัยพิบัติ จึงไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ และเสนอมาตรการระยะสั้นและระยะยาวในการบริหารจัดการน้ำ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ความจริงผมตั้งใจจะตอบยาว ๆ แต่ว่าเดี๋ยวกลัวประเด็นมันจะปนกันนะครับ ท่านเป็น ผู้แทนราษฎรของจังหวัดปทุมธานี ก็เป็นเรื่องปกติครับท่านก็ต้องห่วงใยในกรณีที่ได้เห็นว่า น้ำมันขึ้น น้ำมันลงประมาณนี้นะครับ แล้วก็อาจจะกระทบกับพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องที่ ต้องน่าชื่นชมยินดีกับท่านแทนพี่น้องชาวปทุมธานีด้วยนะครับ สำหรับที่จังหวัดปทุมธานี คือต้องเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่าการที่จะจ่ายเงินอะไรไปมันเป็นเงินที่มาจาก ภาษีอากรพี่น้องประชาชนนะครับ มันก็ต้องมีกฎหมาย ต้องมีระเบียบ ต้องมีเรื่องอะไร ซึ่งสามารถที่จะจ่ายเงินได้นะครับ อันนี้เป็นเรื่องหลักเกณฑ์ทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะเรื่องของ ภัยพิบัติ ถ้ามันไม่มีภัยพิบัติ อยู่ ๆ ราชการโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเอาเงินไป จ่ายเยียวยา อันนี้ผมว่าข้าราชการจะโดน ๑๕๗ นะครับ แล้วก็ได้เห็นหลาย ๆ จังหวัด ที่มีข้อมูลในการที่จะเยียวยาช้าก็เพราะอย่างนี้ล่ะครับ กว่าจะรวบรวมข้อมูลหลักฐานความ เสียหาย ผู้คนคนไหนจะเป็นคนรับเงิน แล้วก็จังหวัดมีการประกาศภัยหรือไม่ อย่างไร อันนี้ เป็นหลักเกณฑ์ที่ต้องดำเนินการ เลยทำให้คนที่ได้รับผลกระทบก็จะมองว่า เอ๊ะ ทำไมรัฐบาล ถึงจ่ายเงินล่าช้า อันนี้ก็คือเกิดความรอบคอบถูกต้องตามกฎหมายนะครับ สำหรับปทุมธานี ผมเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกนะครับ เอาเบื้องต้นก่อนว่าทางจังหวัดเองแล้วก็ ท้องถิ่น อำเภอ ทั้งหลายซึ่งมีหน้าที่ในการสำรวจเรื่องความเสียหายที่จะมีขึ้นตามระเบียบ ว่าด้วยภัยพิบัติ อันนี้ยืนยันเลยว่าไม่มีการรายงานมาเลยนะครับ เมื่อไม่มีการรายงานขึ้นมา แน่นอนเราจะไปจ่ายเงินเยียวยาไปตามมติ ครม. ก็ไม่ได้ หรือจะไปจ่ายเงินตามระเบียบ ว่าด้วยกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการมันก็ไม่ได้นะครับ แต่ว่าจังหวัดไหนที่เขา มีรายงานมาก็จ่ายทุกจังหวัด เขามีคณะกรรมการขึ้นมาเป็นลำดับ ๆ แต่ว่าที่ปทุมธานี ผมก็ชื่นชมท่าน แต่ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติก็ได้ มีการน้ำขึ้น น้ำลงก็อาจจะไปท่วมขังท่วมอะไร แต่ว่ามันไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะประกาศเป็นประกาศ เขตภัยพิบัติเลยนำไปสู่การไม่สามารถนำการเยียวยาตามมติ ครม. ทั้ง ๒ มติได้ หรือจะไป จ่ายเงินเยียวยาไปตามระเบียบว่าด้วยเงินของกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินสำรองราชการ อันนี้ผมเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกนะครับ แต่ทราบว่าท้องถิ่นเองก็มีการไปบรรเทา บ้างบางส่วนเป็นหน้าที่ของท้องถิ่นเอง แต่ว่าเราไม่สามารถจ่ายเงินไปตามระเบียบดังกล่าวได้ อันนี้ผมเรียนท่านประธานนะครับ ส่วนเรื่องของหลักเกณฑ์ในอนาคตข้างหน้านี้ในเรื่องของ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำหลากในระยะสั้น ระยะยาว อันนี้ผมเรียนก็อาจจะยาวหน่อยหนึ่ง นะครับ แต่ว่ามันมีเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะสั้น อันนี้เป็นเรื่องของ กนช. ใช่ไหมครับ ใน กนช. วันนี้มีผู้แทนมาด้วยในการวางแผน ในการบูรณาการกันเกี่ยวกับเรื่อง การรับมือฤดูฝนโดยมีการประชุมหลายครั้ง แต่ผมเรียนแบบคร่าว ๆ ว่ามันก็มมาตรการ เรื่องของระยะสั้นอยู่ประมาณสัก ๑๐ ประการ เช่น คาดการณ์การชี้เป้าการแจ้งเตือนพื้นที่ น้ำท่วม พื้นที่เสี่ยงภัย ฝนทิ้งช่วง หรือการทบทวนปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดการบริหาร จัดการน้ำ อาคารการควบคุมน้ำอย่างบูรณาการในลุ่มน้ำ แล้วก็กลุ่มลุ่มน้ำ เตรียมความพร้อม เรื่องเครื่องจักรเครื่องมือ อันนี้ก็เป็นการป้องกันทางชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ โทรมาตร เตรียมบุคลากร เตรียมศูนย์อพยพ อันนี้เป็นเรื่องของระยะสั้นนะครับ เพิ่มประสิทธิภาพ การระบายน้ำของทางน้ำจากระบบน้ำ ก็มีการไปขุดลอก มีการไปเก็บสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เร่งพัฒนาการเก็บน้ำและแหล่งน้ำทุกประเภทในช่วงฤดูฝน สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายภาคประชาชนให้รู้ว่าวิธีการป้องกันทำอย่างไรนะครับ การสร้าง การรับรู้ ศูนย์การบริการ ศูนย์ข้อมูล อันนี้ก็เรื่องการประชาสัมพันธ์นะครับ ติดตาม ประเมินผล ปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเป็นอยู่ในปัจจุบันและอนาคต ต่อไป อันนี้เป็นเรื่องของระยะสั้นนะครับ ส่วนระยะยาวก็เป็นเรื่องที่ต้องมีการขับเคลื่อน ไปตามแผนแม่บทในการบริหารจัดการน้ำ ๒๐ ปี ช่วงปรับปรุงครั้งที่ ๑ ก็ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๘๐ แล้วก็มีมาตรการในการบริหารพัฒนากรอบพัฒนา ๕ ด้านด้วยกันนะครับ ๑. เรื่องการ จัดการอุปโภคบริโภค ๒. การมั่นคงทางน้ำภาคการผลิต ๓. การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย ๔. การอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้เกิดความสมดุล แล้วก็ ๕. การบริหารจัดการน้ำโดยมิติของการแก้ไขปัญหา อันนี้ก็เป็นเรื่องของการวางแผนในระยะยาว แล้วก็มีเป้าหมายกำหนดว่าจะมีการปรับปรุงลำน้ำสายหลัก ๑,๙๗๘ กิโลเมตร มีการแก้ไข ปัญหาน้ำท่วมสายหลักอีก ๙๑๗ แห่ง มีการป้องกันน้ำท่วมระบบรายชุมชน ๓๘๐ แห่ง ในพื้นที่ระดับการป้องกัน ๐.๗๘ ล้านไร่ มีการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง หมายถึงว่าป้องกัน ที่ให้น้ำมันเอ่อขึ้นมาอีกประมาณ ๑,๙๐๐ กิโลเมตร มีการพัฒนาพื้นที่รับน้ำนอง น้ำหลาก อีก ๑,๗๐๔ ล้านลูกบาศก์เมตร มีการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพอาคารบังคับน้ำ สถานี บังคับน้ำเพื่อป้องกันพื้นที่ ๓ ล้านไร่ แล้วก็มีการสนับสนุนปรับตัวการเผชิญเหตุอีก ๓๗ ลุ่มน้ำสาขา แล้วก็มีโครงการที่เตรียมการดำเนินการป้องกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง เขื่อน ค.ส.ล. คลองหนองบอน ในช่วงคลองประสิทธิ์เวศบุรีรมย์ถึงบึงหนองบอน อันนี้อยู่ใน กรุงเทพมหานคร อันนี้ก็เป็นการตั้งงบประมาณในปี ๒๕๖๗ นี้ได้งบประมาณไปแล้วนะครับ ๒. เป็นโครงการระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก โดยกรมโยธา ซึ่งปัจจุบันก็มีการศึกษา ออกแบบ ซึ่งดำเนินการก่อสร้างได้เมื่อมีการศึกษาระบบกระทบสิ่งแวดล้อมอีไอเอเรียบร้อย อันนี้ถ้าทำเรียบร้อยก็จะมีการตั้งงบประมาณต่อไปนะครับ แล้วก็โครงการคลองระบาย น้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย อันนี้กรมชลประทานก็ได้มีการศึกษาอีไอเอ อันนี้ก็อยู่ในแผนงาน ของปี ๒๕๗๐ ที่จะดำเนินการต่อไป อันนี้เป็นเรื่องของการป้องกันเรื่องของน้ำในระยะยาว ซึ่งเราก็เรียกว่าต้องมีแผนในการทำเรื่องที่เก็บน้ำนะครับ ความจริงในแต่ละปีมันก็จะมีมวล น้ำอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ก็มีการวางแผนเรื่องของการทำแก้มลิงที่จะเอามวลน้ำทั้งหลาย ที่จะมีผลกระทบจากการเรื่องของน้ำหลากเกิดอุทกภัยเอาไปเก็บ ดีกว่าปล่อยน้ำออกไป แล้วก็ลงไปแม่น้ำสายหลัก แล้วบางทีก็อาจจะลงแม่น้ำเจ้าพระยา ลงไปอ่าวไทยหรือจะเป็น แม่น้ำโขงก็ออกแม่น้ำโขงไปหมด ถึงเวลาหน้าแล้งก็ยังแล้งเหมือนเก่า นั่นก็เป็นเรื่องที่ต้อง มาบูรณาการกันนะครับ ขอบคุณครับ