ทรงศักดิ์ ชี้แจงมาตรการเยียวยาอุทกภัยปทุมธานี ยืนยันวงเงิน ๙,๐๐๐ บาท

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบกระทู้ถามเรื่องมาตรการเยียวยาอุทกภัยในจังหวัดปทุมธานี โดยชี้แจงมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและยืนยันการเสนอมาตรการช่วยเหลือกรณีพิเศษ ทรงศักดิ์ ทองศรี อธิบายหลักเกณฑ์การเยียวยาภัยพิบัติตามมติ ครม. โดยระบุเงื่อนไขระยะเวลาและวงเงินช่วยเหลือที่ปรับเป็น ๙,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน พร้อมชี้แจงขั้นตอนการโอนเงินผ่านธนาคารออมสิน ทรงศักดิ์ ทองศรี สรุปยอดเงินเยียวยาจากธนาคารออมสินที่โอนจ่ายสำเร็จไปแล้ว ๓๐๑,๗๖๔ ครัวเรือน รวมกับรอบหลังอีก ๕๙๖,๓๐๗ ครัวเรือน และเพิ่มเติมตามมติ ครม. อีก ๓,๖๕๓.๙ ล้านบาท โดยชี้แจงว่ายังมีวงเงินตกค้างประมาณ ๑,๒๘๖ ล้านบาท ที่

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาทำหน้าที่ ในการตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ในนามของ พรรคประชาชน ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านด้วยนะครับ ที่ท่านให้ความห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องของการเยียวยาในกรณีที่มีภัยพิบัติในช่วงที่มีน้ำมาก โดยเฉพาะ ปทุมธานีก็เป็นจังหวัดซึ่งมีพื้นที่เขาเรียกว่าลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่ละปี ๆ ก็จะเห็นว่าช่วงที่มี น้ำมากก็จะเอ่อลงไปกระทบกับบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน ท่านก็คงจะห่วงใยเรื่องของ การเยียวยามาตรการในการช่วยเหลือเหมือนจังหวัดอื่น ๆ ที่เขาได้รับนะครับ สำหรับเรื่อง ดังกล่าวนี้คงสืบเนื่องมาจากที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เสนอมาตรการการจ่ายเงินช่วยเหลือ เขาเรียกว่าเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์ อุทกภัยในครั้งนี้มีความรุนแรง หมายถึงในภาพรวมนะครับ แล้วก็เกิดความเสียหายของ ประชาชน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพแล้วก็ก่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชน แล้วก็ ที่อยู่อาศัยน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง เราก็เลยมีมาตรการเสนอเข้า ครม. เพื่อความช่วยเหลือ ประสบภัยในช่วงฤดูฝน ปี ๒๕๖๗ ตามที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงเรื่องของมติ ครม. ในวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๗ อันนั้นก็เป็นเรื่อง ครม. หลังจากที่กระทรวงมหาดไทยได้มีการเสนอ ไปเบื้องต้นนะครับ ตามจริงก่อนหน้านี้ก็เป็นมติ ครม. ในวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๗ โดยมี การเสนอหลักเกณฑ์การช่วยเหลือดังนี้นะครับ

ในกรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังติดต่อกันตั้งแต่ ๑ วัน หมายถึง ๒๔ ชั่วโมง แต่ไม่เกิน ๗ วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือที่อยู่อาศัยประจำ ถูกน้ำท่วมขังเกินกว่า ๗ วัน แต่ไม่เกิน ๓๐ วัน อันนี้ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ส่วนกรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า ๓๐ วัน แต่ไม่เกิน ๖๐ วัน ให้ความช่วยเหลือ ๗,๐๐๐ บาท แล้วก็ในส่วนกรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังติดต่อกัน เกินกว่า ๖๐ วันขึ้นไป อันนี้ก็จะให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ ๙,๐๐๐ บาท อันนั้น เป็นหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่จะจ่ายเงินช่วยเหลือในมติ ครม. วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๗ ในเบื้องต้นนะครับ แล้วก็ทางกระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ได้มีการดำเนินการไปบางส่วนแล้วนะครับ แต่เนื่องจากว่าความเสียหายท่านนายกมีดำริว่า อยากให้มันมีหลักเกณฑ์อัตราที่มันเท่ากัน ก็เลยมีการทบทวนมติ ครม. ในวันที่ ๘ ตุลาคม โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ว่า ในกรณีที่อยู่อาศัยประจำที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินถล่ม น้ำท่วม ฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ไม่เกิน ๗ วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย อันนี้ คือหลักเกณฑ์ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า ๗ วัน อันนี้นับจำนวนวันนะครับ ถ้าเกิน ๗ วันไปอันนี้ก็ไม่มีคำว่า และ นะครับ อันนี้ก็จะให้ความ ช่วยเหลืออัตราเดียวกันเลย เป็นวงเงินจำนวนครัวเรือนละ ๙,๐๐๐ บาท อันนี้มีการทบทวน มติ ครม. เกิดขึ้นมานะครับ แล้วก็วิธีการจ่ายเงินนั้นตามมติ ครม. เมื่อทางกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยได้รับเงินโอนจากสำนักงบประมาณแล้ว คนที่ได้รับความเสียหาย เราก็จะโอนเงินผ่านไปที่ธนาคารออมสิน โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโอนให้ ออมสิน ออมสินก็จะจ่ายเงินออกไปให้คนที่ประสบภัยตามอัตราที่กำหนดตามมติ ครม. วันที่ ๘ ตุลาคม เราก็จ่ายเป็นครัวเรือน ครัวเรือนละ ๙,๐๐๐ บาท แล้วก็ในส่วนที่เคยจ่าย แล้วมันขาดจาก ๙,๐๐๐ บาทเท่าไรก็เติมเอาไปนะครับ ถ้าเคยได้ ๕,๐๐๐ บาท ก็เติมไป ๔,๐๐๐ บาท ถ้าเคยได้ ๗,๐๐๐ บาทก็เติมไปที่อีก ๒,๐๐๐ บาท อันนี้เป็นหลักเกณฑ์ในการที่ จะจ่ายเงินค่าเยียวยาดูแลในกรณีที่เกิดภัยพิบัติที่เกิดความเสียหายนะครับ

สรุปในภาพรวมก็คือว่าธนาคารออมสินโอนจ่ายเงินทั้งสิ้นที่ผ่านมา ใน ๔๗ จังหวัด ๔๙ ครั้ง ใน ๒๗๗ อำเภอ โอนสำเร็จไปทั้งสิ้น ๓๐๑,๗๖๔ ครัวเรือน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๒,๗๑๕.๘๖๔ ล้านบาท แล้วก็มีการจ่ายเงินในรอบหลังอีกเป็นการช่วยเหลือเพิ่มเติม ธนาคาร ออมสินจ่ายรวมทั้งสิ้น ๑๕ จังหวัด ๒๐ ครั้ง ๙๒ อำเภอ โอนอีก ๕๙๖,๓๐๗ ครัวเรือน จำนวนเงินทั้งสิ้น ๕,๓๖๖ ล้านบาทเศษ อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่ได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ยังมีมติ ครม. วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ เพิ่มเติมไปในกรอบวงเงินช่วยเหลืออีก ๔๐๕,๙๖๙ ครัวเรือน อันนี้ก็โอนสำเร็จไป ๓,๖๕๓.๙ ล้านบาท อันนี้เป็นมติเพิ่มเติมไปอีก อันนี้มตินี้ เพิ่งไปประชุม ครม. กันที่สงขลานะครับ ก็เป็นจังหวัดที่ตกค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบุรีรัมย์ ชัยนาท สมุทรสาคร สิงห์บุรี อันนี้ส่วนตกค้างนะครับ แล้วก็ส่วนที่เป็นภาคใต้ที่มีข่าวว่ากำลัง รอเงินเยียวยา ทางรัฐบาลก็ดำเนินการไปแล้วในส่วนอีก ๑๓ จังหวัด อันนี้ก็ดำเนินการ ด้วยความเรียบร้อย แต่ว่าในข้อมูลจริง ๆ วันนั้นกระทรวงมหาดไทยเองก็เสนอวงเงินไว้ว่า ตัวเลขโดยภาพรวมที่ต้องเยียวยาทั้งหมดน่าจะประมาณสัก ๕,๐๐๐ พันกว่าล้านบาทเศษ แต่ว่า ครม. โดยสำนักงบประมาณตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นว่าในส่วนที่มีข้อมูลเรียบร้อย อยู่ที่ประมาณสัก ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยังมีตกค้างอยู่อีกประมาณ ๑,๒๘๖ ล้านบาท เป็นตัวเลขที่วันนี้มีการสรุปส่งมาแล้วนะครับ ก็รอเดี๋ยวสำนักงบประมาณจัดสรร แล้วทางเรา ก็ไปขอ ครม. อีกครั้งหนึ่งในการที่จะให้ความเห็นชอบนำเงินส่วนที่เหลือเยียวยากับ ประชาชนต่อไป ในเบื้องต้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกเท่านี้ครับ