ภูริวรรธก์ ชี้ปัญหาชั่วโมงทำงานนอกระบบ เสนอแก้กฎหมายคุ้มครอง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ภูริวรรธก์ ใจสำราญ เสนอแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยโดยยกตัวอย่างความสำเร็จของเกาหลีใต้ และเสนอให้แก้ไขกฎหมายควบคุมอาคารเพื่อรองรับ Micro Cinema พร้อมทั้งชี้ให้เห็นปัญหาชั่วโมงการทำงานที่ไม่เป็นธรรมและขาดการคุ้มครองทางกฎหมายสำหรับแรงงานนอกระบบในวงการนี้ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการดูแลคุ้มครองตามกฎหมาย

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณคำตอบของ ท่านรัฐมนตรีครับ จริง ๆ แล้วในต่างประเทศที่ภาพยนตร์อุตสาหกรรมค่อนข้างสำเร็จ อย่างเช่น เกาหลี รัฐบาลตอนแรก ๆ ก็มีการกำหนดสัดส่วนของภาพยนตร์ภายในประเทศ จนกระทั่งมันเป็นการส่งเสริมจนกระทั่งทำให้ภาพยนตร์ในวงการในประเทศของเขาแข็งแรง หลังจากนั้นก็สามารถปล่อยได้ ไม่จำเป็นจะต้องกำหนดสัดส่วนของภาพยนตร์ระหว่าง ต่างประเทศกับในประเทศต่อไป อันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่จริง ๆ แล้วรัฐบาล แล้วก็ทาง THACCA สามารถมีนโยบายในการผลักดันตรงนั้นได้ ในขณะเดียวกันเรื่องของ Micro Cinema จริง ๆ แล้วมันจะมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นมาโดยเฉพาะในเรื่องของ พ.ร.บ. ควบคุม อาคาร ซึ่งมันค่อนข้างที่จะเป็น พ.ร.บ. ที่ใช้กันมานานแล้ว เพราะฉะนั้นพอเวลาที่เราจะ เอามาเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการกับโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก จริง ๆ แล้วมันมีหลายมาตรา ที่เราสามารถที่จะแก้ร่วมกันไปได้ เราทำงานในคณะกรรมาธิการแล้วก็มีคณะทำงานเฉพาะ ซึ่งจริง ๆ แล้ววันนี้เราได้อ่านรายงานในนั้นไปที่คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมด้วย ซึ่งเราก็คาดหวังว่าเราจะเอารายงานฉบับนี้ส่งไปให้ท่านดูแล้วก็ช่วยกัน ผลักดันต่อไป ต่อมาครับ ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านพูดมาเป็นนโยบายที่ดี เราจะทำให้รายได้ที่ดี เกิดขึ้นบน Box office เราจะทำให้คนไทยเราได้ชมภาพยนตร์ที่เราสร้างขึ้นเอง มากขึ้น มันจะเป็นรอยยิ้มที่ดีของผู้สร้างภาพยนตร์ แต่เราจะสามารถทำให้เขามีรอยยิ้ม มากขึ้นถ้าเราหันมาสนใจในคุณภาพชีวิตการทำงานของเขาด้วย ซึ่งชั่วโมงการทำงานหรือ การใช้ชีวิตในการทำงานของเขาเป็นประเด็นที่เราจำเป็นที่จะต้องพูดถึงต่อไป โดยเฉพาะ เรื่องของชั่วโมงการทำงานในบุคลากรของภาพยนตร์อุตสาหกรรมก็ดี หรือกองถ่ายก็ดี มันกำลังมีปัญหา เพราะเนื่องจากรูปแบบการทำงานของคนกลุ่มนี้มันจะเป็นแบบ Freelance แล้วก็เป็นโครงสร้างทางกฎหมายที่มันไม่ได้ช่วยคุ้มครองให้เกิดชั่วโมงการทำงาน ของแรงงานอย่างเป็นธรรม กลายเป็นแรงงานนอกระบบเป็นลูกจ้างที่ไม่ได้สัญญาจ้างแรงงาน ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทจึงไม่ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน ผมขอยกตัวอย่างบางกรณีให้เห็นภาพนะครับ เมื่อกลางปีที่แล้วมีบุคลากร ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ท่านหนึ่งออกมาพูดเกี่ยวกับรุ่นน้องในกองถ่าย Series ว่าต้อง เข้าคิวกองถ่ายตั้งแต่ ๑๑ โมงเช้า กว่าคิวจะไปครบ ๑๖ ชั่วโมงในวันนั้นจะต้องออกจริง ๆ คือตี ๒ แต่ว่าคิวกองถ่ายก็ลากยาวไปจนถึงตอนเช้า แล้วก็ต้องพร้อมในการทำงานในคิว ในวันรุ่งขึ้นต่อไป สุดท้ายกลับออกมาตอนสี่ทุ่ม กลับไปถึงบ้านเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง แล้วก็ต้องไปโรงพยาบาล แล้วก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมาด้วยอาการของเส้นเลือด ฝอยในสมองแตก ไม่ใช่รายแรกครับ บุคลากรท่านนี้บอกมาว่าปีที่แล้วนั้นมีผู้เสียชีวิตถึง ๓ ราย ซึ่งเป็นสถิติที่ค่อนข้างสูงสำหรับคนในวงการ นี่ยังไม่รวมถึงผู้ที่ไม่สบายที่เกิดจาก ชั่วโมงการทำงานที่มากเกินไป หรืออุบัติเหตุในกองถ่าย หรือในขณะเดียวกันนั้นก็มีบุคลากร ที่เสียชีวิตแต่ว่าไม่ได้ปรากฏตามหน้าสื่อให้เราได้อ่านหรือไม่ได้มีใครสนใจ หลายสัปดาห์ ที่ผ่านมาในสภาแห่งนี้เราพูดถึงร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พูดถึงมาตรการจ้างงาน อย่างเป็นธรรม พูดถึงการจ้างเหมาของลูกจ้างในภาครัฐ ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรม ของเรา อุตสาหกรรมในภาพยนตร์และกองถ่ายก็ต้องการมาตรฐานในการจ้างงานและชั่วโมง การทำงานเช่นเดียวกัน เราเปรียบเทียบเรารู้ว่าสัญญาการจ้างงานกับสัญญาจ้างทำของนี้ มันเป็นปัญหาสำคัญในวงการนี้ ความแตกต่างของการจ้างงาน สัญญาจ้างงานก็คือการผูกพัน ระหว่างผู้จ้างและผู้รับจ้าง แต่ว่ามีขอบเขตที่กำหนดชัดเจนในเรื่องของหน้าที่ ตำแหน่ง ความรับผิดชอบ รวมไปถึงขอบข่ายในเรื่องของระยะเวลาในการทำงาน แต่ในขณะที่จ้าง ทำของครับไม่ได้สนใจเหล่านั้น ไม่ได้สนใจเรื่องของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่ได้สนใจเรื่องของ เวลาในการทำงาน สนใจเพียงแค่ว่างานมันเสร็จแล้วแค่นั้นหรือเปล่าตรงนี้มันเคยทำให้เกิด ปัญหาตรงที่ว่าการได้อัตราค่าจ้างนั้นต่ำ ไม่เป็นธรรม ในขณะเดียวกันนั้นก็เกิดการเบี้ยวของ ผู้ประกอบการ เช่นการวางบิลช้าบ้างล่ะ สิ่งเหล่านี้ครับนอกเหนือจากนั้นแล้วยังกลายเป็น ปัญหาในเรื่องของอุบัติเหตุในกองถ่าย ความไม่ปลอดภัยในกองถ่าย แล้วก็ไม่มีประกันสังคม ไม่มีประกันภัยที่ว่าระบุอยู่ในสัญญาจ้างอย่างถูกต้อง สิ่งเหล่านี้ครับจึงกลับมาขอถาม ท่านรัฐมนตรีต่อไปนะครับว่า ท่านมีมาตรการในการดูแลคุ้มครองทางด้านกฎหมายให้กับ การทำงานของแรงงานสร้างสรรค์ในกองถ่ายเหล่านี้อย่างไรในขณะเดียวกันเราอยากจะถาม ท่านรัฐมนตรีอีกนิดหนึ่ง เราใกล้จะออสการ์แล้วครับ แต่ว่าประเทศของเรานั้นในการผลักดัน อุตสาหกรรมนี้เราก็ยังต้องพึ่งเอกชน ถ้าเอกชนท่านไหนทำหนังดีขึ้นมาเราก็พร้อมที่จะเข้าไป แต่ในจริง ๆ แล้วเราวางโครงสร้างที่ดีได้ พรรคประชาชนของเราครับเรามีร่างพระราชบัญญัติ ภาพยนตร์ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็หวังเอาไว้เพื่อที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ของอุตสาหกรรม ภาพยนตร์ แล้วก็รวมไปถึงปัญหาที่เราพูดถึงข้างต้นด้วย แต่ว่าร่างดังกล่าวถูกตีเป็นร่างทาง การเงิน ซึ่งก็ต้องรอท่านนายกรัฐมนตรีเซ็น ซึ่งตอนนี้เราไม่สามารถทราบสถานะได้เลยว่าอยู่ ที่ขั้นตอนใด แต่เราทราบว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมก็มีการยื่นร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์ ในแบบเดียวกัน ดังนั้นมันจะเป็นการดีเพราะว่าเนื้อหาเหมือนกัน ถ้าเราได้ประกบกันเข้าไป เพื่อพิจารณารับหลักการแล้วก็นำไปสู่วาระ ๒ และวาระ ๓ มันก็จะทำให้การแก้ไขในวงการ อุตสาหกรรมนั้นเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงขอฝากคำถาม เราอยากจะรู้สถานะในร่าง พระราชบัญญัติภาพยนตร์ของเราเช่นเดียวกันครับ ขอบคุณครับ