สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

สรพัช ศรีปราชญ์ หารือเรื่องราคาข้าวตกต่ำที่เป็นปัญหาสำคัญ และขอให้รัฐบาลพิจารณาเร่งด่วนและแนวทางนโยบายในการแก้ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอ แก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้ง จากพรรคประชาชนครับ วันนี้ขอร่วมอภิปรายในญัตติขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและแนวทางนโยบายในระยะกลาง และระยะยาวในการแก้ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในปัจจุบัน ท่านประธานครับ ปัญหาราคา ข้าวตกต่ำเป็นปัญหาเดือดร้อนอย่างยิ่ง เพราะว่าข้าวคือสินค้าทางการเกษตรหลักของ ประเทศ ซึ่งจริง ๆ แล้วเกษตรกรที่ปลูกข้าวที่เป็นสินค้าทางการเกษตรหลักความเป็นอยู่ต้อง ดีกว่านี้ แต่ปัจจุบันมันเกิดอะไรขึ้นกับชาวนาไทย อาชีพเกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกร ที่ทำนากลายเป็นอาชีพต้องคำสาปอย่างนั้นหรือครับ ถ้าทำนาแล้วต้องห้ามรวย ห้ามมีชีวิต ที่ดีขึ้น ต้องทำนากลางแดดร้อน ๆ อยู่ตามยถากรรม คุณภาพชีวิตตามสภาพแบบนั้น หรือครับ ถ้าเป็นเช่นนั้นประเทศของเราจะมีเกษตรกรหน้าใหม่ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมได้อ่านสถิติที่สุดแห่งปี การส่งออกสินค้าเกษตรไทยปี ๒๕๖๗ ที่กระทรวงพาณิชย์เผยแพร่ พบว่า ข้าวเป็นสินค้าส่งออกสูงสุดใน ๕ อันดับแรก มีสัดส่วนอยู่ที่ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วยัง ติดอันดับสินค้าทางการเกษตรที่มีมูลค่าขยายตัวสูงสุด ๕ อันดับแรกเช่นกัน จากข้อมูลก็พบ แล้วว่าข้าวยังคงเป็นสินค้าสำคัญของประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นสินค้าที่ต้องใช้บริโภค กันในทุกวันแล้วยังส่งออกสร้างรายได้ให้ประเทศได้อีก จึงเป็นอาชีพที่ต้องสนับสนุนและ ส่งเสริมไม่ใช่เป็นอาชีพต้องคำสาปแบบนี้ ท่านประธานที่เคารพ หากรัฐยังไม่สามารถดูแล เกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ได้แล้วจะมีใครคนไหนอยากเข้ามาประกอบอาชีพนี้ เพื่อขับเคลื่อนประเทศ คนที่เป็นลูกเห็นพ่อแม่ทำงานหนักยากลำบากแต่สุดท้ายแล้วไม่เหลือ อะไรแล้วเขาก็จะมุ่งหน้าไปประกอบอาชีพอื่น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็คือมุ่งหน้าเข้าโรงงาน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ท่านประธานครับ ผมได้ดูผังเมืองรวมในหลาย ๆ จังหวัดก็พบว่ามีพื้นที่ สีม่วงที่เป็นพื้นที่อนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด และพื้นที่เกษตรกรรมก็ถูกเบียดบังลดลงไปเช่นกัน ในขณะที่ตอนนี้มีปัญหาเรื่องการเผาตอ ซังข้าวของเกษตรกรทำให้รัฐออกมาตรการห้ามเผาซึ่งก็ลดไปได้ระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้รัฐก็ต้อง หาวิธีการอื่นหรือมาตรการลดต้นทุนให้แก่พี่น้องเกษตรกรด้วย แต่ในขณะเดียวกันเรากลับ ลืมไปในเรื่องของมลพิษต่าง ๆ จากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีปัญหากับพี่น้องโดยรอบอยู่ตลอด ทั้งมลพิษทางอากาศ การลักลอบปล่อยน้ำเสีย การแอบทิ้งกากอุตสาหกรรม การแอบใช้ สารเคมีต้องห้าม และปัญหาอื่น ๆ ที่ยังมีอีกมากมาย ผมขอตั้งคำถามว่า ณ วันนี้อุตสาหกรรมจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงกรมควบคุมมลพิษควบคุมได้ดี หรือยัง แค่มาตรฐานที่ท่านใช้ในการตรวจสอบควบคุมท่านก็ใช้คนละตัวกันแล้ว ถ้าวันนี้เกิด โรงงานขึ้นมากมายการจัดการมลพิษจะเป็นอย่างไร ผมขอพูดตรง ๆ ว่า จริง ๆ แล้วปัญหา มลพิษทางอากาศ เช่น PM10 หรือ PM2.5 เกิดขึ้นอยู่ทุกวันในเขตอุตสาหกรรมมาโดยตลอด การประกาศเขตควบคุมมลพิษในประเทศไทยประกาศใช้มากี่พื้นที่ แต่ละพื้นที่กินเวลามากี่ปีแล้ว มีแผนที่จะเดินหน้าสู่การยกเลิกเขตควบคุมมลพิษหรือไม่ แต่รัฐบาลมาจริงจังกับการ แก้ปัญหาก็ต่อเมื่ออะไรครับ ต่อเมื่อกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบเท่านั้น บางที คนต่างจังหวัดแบบพวกผมนี้ได้แต่มองแล้วก็ทำใจในความเหลื่อมล้ำที่รัฐบาลพยายาม ยัดเยียดให้คนต่างจังหวัด ท่านประธานครับ ที่ผมต้องพูดถึงมลพิษของอุตสาหกรรมที่มี ปัจจุบันเรายังมีปัญหาในเรื่องการจัดการอยู่ก็เพราะต้องนำมาเปรียบเทียบกัน เพราะหาก วันนี้รัฐบาลคุยกันชัดแล้วว่าประเทศเราจะลอยแพเกษตรกร ประเทศเราจะไม่เป็นประเทศ เกษตรกรรมแล้ว เราจะเดินหน้าสู่ประเทศที่เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรม ก็เอาครับ เราก็จะได้เตรียมแผนรองรับกันว่าจะอยู่ร่วมกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างไร ให้มีความ ปลอดภัยและมีผลกระทบต่อสุขภาพ แต่หากวันนี้เรายังยืนยันว่าการเกษตรกรรมยังคงต้อง เป็นสินค้าหลักของประเทศโดยเฉพาะข้าวที่เราต้องใช้อุปโภคบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้ เราก็ต้อง ดูแลพี่น้องชาวนาให้ดีกว่านี้ ให้คนรุ่นหลังอยากเข้ามาทำ ให้เข้ามาพัฒนายกระดับให้ข้าวไทย มีราคาที่ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ต้องเป็นผู้นำและเป็น ที่พึ่งให้แก่พี่น้องเกษตรกร สุดท้ายนี้ไม่มีใครยากลำบากตลอดชีวิต คนทุกคนมีทางเลือก ในชีวิตของตัวเอง อย่าเห็นชาวนาเป็นของตายจนถึงวันที่ประเทศไทยไร้ชาวนา ขอบคุณครับ