เทอดชาติ ชัยพงษ์ พูดถึงปัญหาความไม่มั่นคงของค่าข้าวและเสนอแนวทางแก้ไขโดยการวางแผนระยะยาวและมาตรการช่วยเหลือชาวนา รวมถึงการควบคุมการผลิตข้าว การเพิ่มช่องทางการตลาด และการสนับสนุนการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรื่องปัญหาราคาข้าวผมต้องพูดเพราะพี่น้องชาวนาที่บ้านผมบอกว่า เข้าสภานี่ขอให้พูดถึงราคาข้าวให้หน่อย เพราะว่าไม่เสถียร และไม่ยั่งยืน และไม่มั่นคง แกว่งตลอดเวลา หลังจากที่ผลผลิตข้าวแต่ละครั้งออกมาในแต่ละยุคแต่ละสมัยจะเป็น อย่างนี้ตลอด สมัยหนึ่งถึงบอกว่าให้ไปขายดาวอังคาร นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ก็ยังไม่มีใคร ที่จะทำดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมถือว่า ผิดปกติ อย่างไรก็ตามวันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนนั้นต่างมีความเห็นตรงกันว่าอันนี้ คือปัญหาใหญ่ ปัญหาของชาติ เพราะว่าชาวนาของเรานั้นถือว่าเป็นประชากรส่วนใหญ่ของ ประเทศ เกษตรกรเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ บ้านเราเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ เป็นเมือง สุวรรณภูมิ เรามีจุดแข็งคือเราสามารถทำนาได้หลายครั้ง เราสามารถที่จะทำอาหารเลี้ยงโลกได้ นี่คือจุดแข็ง เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดการพัฒนาเรื่องของการสร้างกลไกราคา ข้าวให้ยั่งยืนและมั่นคงได้ ผมเองนั้นตั้งแต่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คิดตลอดเวลาว่า เรื่องราคาข้าวนี้เป็นเรื่องใหญ่และเป็นกลไกสำคัญที่จะต้องมาช่วยพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานครับ แม้ว่าปี ๒๕๖๗ นั้นการส่งออกจะดีขึ้น แต่ปี ๒๕๖๘ นี้สถานการณ์ก็ลดลง เรื่อย ๆ แนวโน้มปลายปีก็ลดลงอีกซึ่งได้รับอิทธิพลหลายปัจจัยก็น่าเห็นใจนะครับ ไม่ว่าเรื่อง ปริมาณของการผลิต การส่งออก และความต้องการของตลาดโลก มันเกี่ยวข้องกันทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามกลไกสำคัญที่จะทำให้ต่อเนื่องและยั่งยืน และการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนนั้น เป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นการวางแผนระยะยาวจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในช่วงนี้ตอนนี้ เราต้องแก้ปัญหาระยะสั้นที่ชาวนาเดือดร้อนกันก่อน ทำอย่างไรเราจะให้กระดูกสันหลัง ของชาตินั้นสามารถที่จะอยู่ได้บนลำแข้งลำขาของตนเองไม่กลายเป็นชาวนาที่เหลือแต่ กระดูก ผมเองก็เป็นลูกชาวนาครับ พ่อผมทำนา ผมเห็นความลำบากของพ่อผมมาตลอด เพราะฉะนั้นมาตรการของรัฐจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือที่ยั่งยืน นากับน้ำ น้ำกับนาเป็นของ คู่กัน ตอนเช้าพูดถึงเรื่องน้ำ ทรัพยากรน้ำบาดาล ก็ต้องมาช่วยเรื่องของการผลิตข้าว แต่พอ ผลิตออกมาแล้วราคาข้าวมันต่ำครับ พอราคาข้าวต่ำไม่พอนั้นสิ่งสำคัญก็คือปัจจัยการผลิตสูง เหมือนเดิมและสูงกว่าเดิมเพราะว่าราคาข้าวถูกกว่าปุ๋ย ถูกกว่ายา นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา มาตลอดแก้ไม่ได้ ผมว่ามันจำเป็นที่จะต้องสร้างกลไกที่ยั่งยืนในระยะยาว หลายคนพูดตรงกัน ก็คือ ประการแรก การลดต้นทุนการผลิตนี่เป็นเรื่องสำคัญ ปลูกข้าวได้ผลผลิตสูง ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม สนับสนุนแหล่งน้ำ การใช้ปุ๋ยชีวภาพ ปัจจัยการผลิตจาก ภายนอก งดเรื่องของการพึ่งพาสารเคมีต่าง ๆ สนับสนุนนาแปลงใหญ่ อันนี้สำคัญ เพราะฉะนั้นจะให้เกษตรกรรวมตัวกันลดต้นทุนการผลิต ผ่านการรวมกลุ่มของเกษตรกร จึงเป็นเรื่องที่จะสร้างความยั่งยืนให้เขาได้ เขาต้องช่วยกันคิดช่วยกันแก้ปัญหาบนลำขา บนลำแข้งของตนเอง นี่เป็นเรื่องสำคัญ
ประการที่ ๒ การควบคุมการผลิตให้เหมาะสมกับความต้องการ ช่วงนี้ข้าว จะต้องส่งออกเท่าไร จะต้องใช้บริโภคเท่าไร กลไกมันจะไปอย่างไร ชาวนาจะต้องมีพืชทดแทน อย่างไรบ้างหลังจากที่เก็บเกี่ยวแล้ว อันนี้ต้องให้ความรู้และต้องให้ข้อเท็จจริงแก่ประชาชน
ประการที่ ๓ การเพิ่มช่องทางการตลาด เช่นเกษตรกรเข้าถึงเรื่องของตลาด ออนไลน์ขายตรงจากเกษตรกรถึงผู้บริโภค
ประการที่ ๔ การสร้างศูนย์ข้าวชุมชน ผมเชื่อว่าการสร้างศูนย์ข้าวชุมชน ให้พี่น้องเกษตรกรทุกตำบลนั้นจะสร้างความยั่งยืนได้ เพราะอะไรครับ เขาจะรวมกลุ่มกัน สร้างฐานการผลิต แล้วก็ช่วยกันแปรรูป แล้วก็ขายทั้งขายตรง ทั้งการแลกเปลี่ยนสินค้า ให้เขาคิดเองทำเองมันจะสร้างกลไกการผลิตที่ยั่งยืน แล้วก็สร้างราคาที่ยั่งยืนได้ ผมว่าเป็น เรื่องสำคัญ ทำอย่างไรที่เราจะทำให้เขาเข้มแข็งได้ ให้ชาวนาเข้มแข็งได้ ตรงนี้ละครับ คือความยั่งยืนที่ดีที่สุด
ประการที่ ๕ สนับสนุนการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว อันนี้ก็จะโยงไปถึง ศูนย์ข้าวชุมชน ก็ฝากทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยนะครับ ดีใจครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร นั้นได้เรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาคุยกันเรื่องแก้ปัญหาราคาข้าวกว่า ๑ ชั่วโมง ผมเชื่อว่าจะมีแนวทางในการบริหารจัดการราคาข้าวในระยะสั้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม กลไกในระยะยาวที่ยั่งยืนและมั่นคงจึงเป็นเรื่องสำคัญ ให้เขายืนบนขาของตัวเองได้อย่าง ยั่งยืน ไม่ต้องเป็นเครื่องมือของใครนั่นละดีที่สุดครับ ขอบคุณครับ