ณรงเดช ระบุข้าวเจ้าราคาตกต่ำกว่าต้นทุน วิพากษ์รัฐบาลล่าช้า ชี้มาตรการไม่พอ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ณรงเดช อุฬารกุล ระบุปัญหาข้าวเปลือกเจ้าราคาตกต่ำลงกว่าต้นทุนและวิพากษ์วิจารณ์ความล่าช้าของรัฐบาลในการแก้ปัญหา รวมถึงชี้ให้เห็นว่ามาตรการช่วยเหลือที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอต่อผลผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยระบุผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการห้ามเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งทำให้ต้นทุนแรงงาน เครื่องจักร และค่าใช้จ่ายในการจัดการเศษวัสดุเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ชาวนาขาดอำนาจต่อรองและอาจได้รับผลเสียต่อฤดูกาลผลิตถัดไป

นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ราคารับซื้อข้าวเปลือกเจ้า ความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้มีราคาลดลง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท เหลือเพียงตันละ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ในบางพื้นที่ก็ขายได้เพียงแค่ตันละ ประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าราคาต้นทุน ผมจึงอยากให้เพื่อนสมาชิกร่วมกัน อภิปรายเพื่อหาทางออกให้กับพี่น้องชาวนาโดยด่วน ท่านประธานครับ สำนักวิจัยเศรษฐกิจ การเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้จัดทำรายงานสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ที่สำคัญและแนวโน้มปี ๒๕๖๘ โดยในด้านราคาข้าวได้มีการคาดการณ์เอาไว้ว่า ราคาข้าว มีแนวโน้มลดลงจากปี ๒๕๖๗ เนื่องจากการที่อินเดียกลับมาส่งออกข้าวขาวที่ไม่ใช่ ข้าวบาสมาติอีกครั้งหนึ่ง อีกทั้งมีการกำหนดราคาส่งออกขั้นต่ำที่ ๔๙๐ เหรียญสหรัฐต่อตัน มีความเป็นไปได้ที่จะมีผลกระทบต่อราคาข้าวของไทยทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้การคาดการณ์ ปริมาณผลผลิตข้าวในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และจะเป็นแรงกดดันให้ไทยต้องมีการ ปรับเปลี่ยนราคาลงมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รายงานฉบับนี้เผยแพร่ตั้งแต่ เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ผ่านมา ๒ เดือนแล้วรัฐบาลทำอะไรกันอยู่ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เห็นรายงานฉบับนี้หรือยังครับ ท่านได้ดำเนินการอย่างไร กระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะกรมการค้าภายในซึ่งมีหน้าที่ในการกำกับดูแลสินค้าโดยเฉพาะข้าวทำอะไรอยู่ ท่านประธานครับ สถานการณ์ตลาดโลกที่ราคาข้าวมีแนวโน้มลดลงจากผลผลิตที่มากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบกับทุกประเทศที่ส่งออกข้าวเป็นสินค้า ซึ่งแต่ละประเทศก็มีแนวทางในการ ปรับตัวที่แตกต่างกัน อินเดียที่ส่งออกข้าว ส่งออกโดยไม่มีภาษีส่งออก และกำหนดราคา ขั้นต่ำที่ต่ำกว่าราคาตลาด เวียดนามให้ความสำคัญกับการเพิ่มคุณภาพข้าวมากกว่าการเพิ่ม ปริมาณโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว และพยายามปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวเพื่อ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จีนมีการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาการเพาะปลูกข้าวมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาพื้นที่ชลประทานให้สามารถทำนาได้มากขึ้น เริ่มปลูกข้าวได้และส่งเสริมให้คน บริโภคข้าวในประเทศแทนการนำเข้าข้าว แล้วจีนนำเข้าข้าวจากใคร ก็ไทยอย่างไรครับ แล้วรัฐบาลไทยได้เตรียมการอะไร ได้เพิ่มคุณภาพข้าว ได้เพิ่มเทคโนโลยีการผลิต ส่งเสริม การบริโภคในประเทศ ได้ปรับปรุงพันธุ์ข้าวบ้างไหมครับ ท่านประธานครับ นบข. หรือ คณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการข้าวซึ่งมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและมาตรการ เกี่ยวข้องกับข้าว และกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยมติที่ประชุมในวันนั้นคือให้ยกเลิก โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง และทำโครงการไร่ละพัน แล้วหลังจากนั้น นบข. ก็ไม่ได้มีการประชุม อีกเลย น่าเสียดายที่ทั้งรัฐบาลและ นบข. ไม่มีกลไกในการเรียกประชุมโดยอัตโนมัติเมื่อข้าว ราคาตก ต้องรอให้ชาวนาออกมาประท้วงถึงจะมีการเรียกประชุมคณะอนุกรรมการนโยบาย และบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาดในวันนี้ และไม่มีมาตรการที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ที่สามารถดำเนินการได้โดยทันที โดยไม่ต้องมีการเรียกประชุมหน่วยงานใด ๆ และการเรียก ประชุมในครั้งนี้เป็นการเรียกประชุมเป็นการเรียกประชุมคณะอนุกรรมการที่ต้องจัดทำ ข้อเสนอไปเสนอแนะ นบข. ชุดใหญ่ และต้องนำมติไปเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติต่อไป ท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้กรมการค้าภายในซึ่งเป็นเลขาของอนุกรรมการชุดนี้ได้มาให้ ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ว่า ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามาตรการช่วยเหลือ ที่เรียกร้องไปจะถึงมือพี่น้องชาวนาได้เมื่อใด นี่เป็นวิกฤติการนำของรัฐบาลอย่างแท้จริง ที่ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าจะสามารถแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวนาได้เมื่อไร ท่านประธานครับ เมื่อวานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าท่านได้เตรียม ๗ มาตรการ ๑. นัดประชุมอนุ นบข. ๒. จัดตลาดนัดข้าวเปลือก ๓. เตรียมบินไปขายข้าว ที่แอฟริกาใต้ ๔. จะขายข้าว G to G ให้จีน ๕. สนับสนุนสินเชื่อให้กับโรงสีและผู้ส่งออก ๖. จัดงาน Thai Rice Convention เพื่อทำ Business Matching ๗. เปิดตลาดใหม่ ไปร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ น่าเป็นห่วงชาวนาเริ่มเกี่ยวข้าวแล้วกระทรวงพาณิชย์ ยังวิ่งหาตลาดอยู่โดยยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเอาข้าวไปขายที่ไหน ซึ่งท่านก็ไม่ได้บอกด้วยว่า จะขายที่ราคาเท่าไร ซึ่งเมื่อรวมทุกโครงการที่ท่านกล่าวถึงแล้วสามารถซับข้าวออกจากระบบ ได้เพียง ๖๐๐,๐๐๐ ตันเท่านั้นจากผลผลิตข้าวนาปรัง ๗.๘๖ ล้านตันข้าวเปลือก ปีนี้ผลผลิต เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ท่านหาตลาดได้เพิ่มขึ้นเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นี่หรือครับมาตรการตามนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ในขณะที่หลายประเทศต่างมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ ข้าวที่มีราคาตกต่ำ ประเทศไทยกลับมีมาตรการที่นอกจากจะไม่สนับสนุนพี่น้องเกษตรกร แล้วยังเพิ่มภาระต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกร ต้นทุนการผลิตเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับ เกษตรกรไทยที่ต้องวางแผนและจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช ค่าแรง ค่าจัดการน้ำ และค่าเครื่องจักรทางการเกษตร ดังนั้นเมื่อรัฐบาลออกมาตรการห้ามเผาในภาคการเกษตรย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวนา และส่งผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนการผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้มาตรการงดการเผา ในพื้นที่การเกษตรจะมีเป้าหมายเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบต่อชาวนาให้ต้องปรับตัวอย่างน้อย ๗ ประการ

๑. ค่าใช้จ่ายแรงงานที่สูงขึ้น การห้ามเผาในพื้นที่การเกษตรส่งผลให้ชาวนา ต้องใช้แรงงานในการเก็บข้าวดีดข้าวเด้ง และจัดการกับเศษวัสดุเหลือใช้ในนาซึ่งอาจทำให้ ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับการเผาซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่า

๒. ต้นทุนทางเครื่องจักรและอุปกรณ์ ชาวนาต้องลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์ใหม่ ๆ เพื่อจัดการกับเศษวัสดุ เช่น เครื่องบดอัด หาง Rotary หรือผานหัวหมู เพื่อไถกลบตอซังข้าว

๓. ค่าใช้จ่ายในการจัดการเศษวัสดุ การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้โดยไม่เผา อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มทั้งในแง่ของการขนส่ง การจัดการในรูปแบบอื่นเช่นการทำปุ๋ยหมัก

๔. ต้นทุนสารจุลินทรีย์และสารเคมีที่ต้องใช้ในการช่วยย่อยสลายตอซังและ ฉีดคุมวัชพืช

๕. การเปลี่ยนแปลงในระบบการจัดการการผลิต ที่ชาวนาต้องมีการวางแผน ในการจัดการน้ำใหม่ และต้องมีค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำเพิ่มเติม

๖. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและเวลา จากการเปลี่ยนวิธีการผลิตทำให้ต้องใช้ เวลามากขึ้นในการเก็บเกี่ยวและจัดการเศษวัสดุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำนาในฤดูกาล ถัดไป

๗. ผลกระทบต่อราคาขายและอำนาจในการต่อรองราคา ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ชาวนาต่อรองราคาขายได้น้อยลงจากภาระหนี้สินที่มีอยู่

ท่านประธานครับ ปัจจุบันชาวนาขายข้าวได้เพียง ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาทต่อตัน ในขณะที่มีต้นทุนสูงถึงตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท จากต้นทุนที่ชาวนาต้องแบกรับมากขึ้น จากมาตรการของรัฐบาลโดยขาดการเตรียมความพร้อม ในระยะสั้นรัฐบาลจึงมีความจำเป็น ที่ต้องเยียวยาให้พี่น้องชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการงดการเผาเพื่อช่วยลด ผลกระทบทั้ง ๗ ประการที่ผมได้กล่าวไป ในระยะกลางรัฐบาลจำเป็นต้องทบทวนนโยบาย หรือโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงพาณิชย์หรือของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่ามีเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหรือไม่ และดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ผมขอยกตัวอย่างเช่นโครงการส่งเสริมการเปลี่ยน เมล็ดพันธุ์ข้าวของกรมการข้าวที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่และเพิ่มราคาจากพันธุ์ข้าวที่ดีขึ้น ถึงแม้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวนา แต่กลับมีเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการที่ซับซ้อน และสามารถสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรได้อย่างจำกัด พี่น้องชาวนาในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ได้ให้ข้อมูลว่าสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้เพียง ๕ ไร่ ไร่ละ ๑๐ กิโลกรัม หรือได้รับพันธุ์ข้าวปลูกเพียง ๕๐ กิโลกรัม ทั้ง ๆ ที่โครงการนี้สนับสนุนพันธุ์ข้าวปลูก ครัวเรือนละไม่เกิน ๓๐ ไร่ อัตราไร่ละไม่เกิน ๑๕ กิโลกรัม หรือ ๔๕๐ กิโลกรัม ในส่วนของ กระทรวงพาณิชย์ที่หาตลาดที่เน้นเพิ่มปริมาณการส่งออกต่อไปนี้จะเพิ่มราคาขายเข้าไปเป็น ตัวชี้วัดได้ด้วยหรือไม่ และกระทรวงพาณิชย์ควรเลิกทำข้อตกลงทางการค้าหรือเอฟทีเอ ที่ภาคการเกษตรต้องเสียประโยชน์ได้หรือไม่ สุดท้ายในระยะยาวการเพิ่มคุณภาพข้าว การปรับปรุงกระบวนการการผลิต และการเพิ่มมูลค่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การสนับสนุน การวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะการสนับสนุนการวิจัยสายพันธุ์ข้าวอย่างจริงจังเพื่อเพิ่ม คุณภาพ การสนับสนุนเทคโนโลยีด้านเครื่องจักรภาคการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและ ลดต้นทุน การเพิ่มมูลค่าจากการผลิตข้าวลดโลกร้อน หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่นเวชสำอาง เป็นแนวทางที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการพัฒนาข้าวไทย มีราคาที่ต้องจ่าย น้อยกว่าการอุดหนุนราคา และจะเป็นแนวทางในการช่วยเหลือพี่น้องชาวนาที่ดีที่สุด ในระยะยาว แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลกลับไม่เคยมีแนวนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน มีแต่การ เรียกประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรเฉพาะหน้าเป็นครั้ง ๆ ไป ท่านประธานครับ สาเหตุของราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้เกิดจากปัญหาและส่งผลกระทบในหลายด้าน ซึ่งคงจะมีข้อเสนอที่หลากหลายจากเพื่อนสมาชิก ผมจึงขอเสนอญัตตินี้เข้าสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้ร่วมอภิปรายและนำเสนอแนวทางในการแก้ไข ที่รอบด้าน ขอบคุณครับ