ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ เสนอข้อมูลกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ และรายงานการเงินกองทุน จนถึงปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม ว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการ และผังเมือง ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อ พัฒนาพื้นที่ ขอนำเสนอข้อมูลกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่พร้อมรายงานของผู้สอบ บัญชีและรายงานการเงินกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ โดยสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน มีรายละเอียดดังนี้ กองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เป็นนิติบุคคล จัดตั้งขึ้นใน กรมโยธาธิการและผังเมือง ตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ บริหารงานโดยคณะกรรมการบริหารกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ซึ่งตามมาตรา ๗๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการดำเนินงานการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนา พื้นที่ โดยได้รับโอนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจากเงินทุนหมุนเวียนเพื่อจัดรูปที่ดินในเมือง จำนวน ๖๘ ล้านบาทเศษ กองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งเงินนอกงบประมาณ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้สามารถ ดำเนินการได้เสร็จสมบูรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความยืดหยุ่นและเพิ่มสภาพคล่อง ทางการเงินในการบริหารโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยมุ่งหวังว่าการสนับสนุน ด้านการเงินจากกองทุนจะเป็นกลไกและเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้โครงการจัดรูป ที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่สามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ที่เหมาะสมเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ เริ่มดำเนินการสนับสนุนด้านการเงินให้แก่โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบ เงินนอกงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๖ จนถึงปัจจุบัน โดยได้สนับสนุนเงินแก่ โครงการจัดรูปที่ดินทั้งหมด ๒๒ จังหวัด จำนวน ๓๘ สัญญา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๕๒๔ ล้านบาทเศษ โดยแบ่งเป็นเงินให้กู้ยืม ๒๔๒ ล้านบาทเศษ เงินอุดหนุน ๒๗๖ ล้านบาทเศษ เงินสนับสนุน ๕ ล้านบาทเศษ สถานะของเงินกองทุนจัดรูปที่ดิน ข้อมูล ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ เป็นเงิน ๒๙๔ ล้านบาทเศษ ประกอบด้วย บัญชีเงินฝากประจำ ๓๒ ล้านบาทเศษ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ๕๕ ล้านบาทเศษ บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ๑,๐๐๐ ล้านบาท และเงินฝากกระทรวงการคลัง ๒๐๕ ล้านบาทเศษ กองทุนจัดรูปที่ดินได้จัดทำบัญชีตาม มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ โดยจัดให้มีการตรวจสอบภายใน เกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของกองทุน และ มาตรา ๘๓ ให้สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรายงานการรับจ่ายเงินทุกปี เมื่อสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินได้ตรวจสอบแล้วให้ทำรายงานการตรวจสอบเสนอคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไป สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบแล้วเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๖ ผลการ ตรวจสอบถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบาย การบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด รายละเอียดดังนี้ งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ แสดงส่วนของสินทรัพย์ หนี้สิน และสินทรัพย์สุทธิส่วนทุน ดังนี้ สินทรัพย์หมุนเวียนและสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน รวมทั้งสิ้น ๓๐๓ ล้านบาทเศษ โดยสินทรัพย์ หมุนเวียนประกอบด้วยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ๘๕ ล้านบาทเศษ ลูกหนี้ระยะสั้น ๘๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เงินให้กู้ยืมระยะสั้น จำนวน ๓๘ ล้านบาทเศษ ประกอบด้วย โครงการ จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เทศบาลเมืองนราธิวาส ๑ ล้านบาทเศษ โครงการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ๗.๒ ล้านบาทเศษ โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ จังหวัดชัยภูมิ ๖.๙ ล้านบาทเศษ และโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดน่าน ๒๒ ล้านบาทเศษ เงินให้กู้ยืมระยะยาว จำนวน ๑๗๒ ล้านบาทเศษ ประกอบด้วย โครงการ จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เทศบาลเมืองนราธิวาส ๓.๘ ล้านบาทเศษ จังหวัดสมุทรสงคราม ๑๘ ล้านบาทเศษ จังหวัดชัยภูมิ ๑๓ ล้านบาทเศษ จังหวัดพังงา ๓๑ ล้านบาทเศษ จังหวัดนครพนม ๒๖ ล้านบาทเศษ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑.๖ ล้านบาทเศษ จังหวัดนราธิวาส ๗.๙ ล้านบาทเศษ จังหวัดเลย ๑.๕ ล้านบาทเศษ จังหวัดระนอง ๒๗ ล้านบาทเศษ และโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ๓๙ ล้านบาทเศษ รวมเงินให้กู้ยืมระยะสั้นและเงินให้กู้ยืมระยะยาว จำนวนทั้งสิ้น ๒๑๐ ล้านบาทเศษ สำหรับ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ประกอบด้วย ครุภัณฑ์ ๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ และสินทรัพย์ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ๕.๖ ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นที่ดินที่ได้รับบริจาคจากโครงการจัดรูปที่ดินจังหวัดจันทบุรี หนี้สิน ไม่มี สินทรัพย์สุทธิ ส่วนทุน รวมทั้งสิ้น ๓๐๓ ล้านบาทเศษ