ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายรับทราบรายงานการเงินกองทุนพัฒนา น้ำบาดาล ปี ๒๕๕๒-๒๕๖๓ โดยชี้ให้เห็นความผิดปกติที่มูลค่าสินทรัพย์ลดลงและค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต พร้อมระบุข้อมูลสถิติแหล่งน้ำบาดาลและน้ำจืดที่จำกัด จึงเสนอให้เร่งสำรวจเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล และเรียกร้องให้กองทุนน้ำบาดาลบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร แก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขอร่วมอภิปรายรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนา น้ำบาดาล สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒-๒๕๖๓
ประเด็นแรก ก็คือเมื่อสักครู่นี้ท่านได้รายงานมาแล้วว่าสาเหตุที่ไม่ได้รายงาน ทุกปีก็เพราะเป็นสาเหตุอย่างนี้ เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้เป็นรายงานการเงินของกองทุน น้ำบาดาล ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒-๒๕๖๓ รวมแล้ว ๑๐ ปี แต่ต้องขอขอบคุณเพื่อที่จะให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบจากรายงานของพวกท่าน แต่ก็อาจจะเสริมเติมแต่งอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ เรื่องเงินเรื่องทองก็ไม่เท่าไรหรอกครับ ท่านประธานครับ กองทุนน้ำบาดาลจัดตั้ง ขึ้นตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาลเมื่อปี ๒๕๒๐ ก็ครึ่งคนแล้วนะครับ นานแล้ว กระผมก็เพิ่ง ทราบว่ามีกองทุนน้ำบาดาล เพราะว่าต่อไปก็คงจะมีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งวัตถุประสงค์หลักก็คือการใช้เงิน ใช้เป็นเงินเพื่อใช้จ่ายในการศึกษาวิจัยพัฒนาและอนุรักษ์ น้ำบาดาล แหล่งน้ำบาดาล และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ ในรายงาน ปี ๒๕๕๒ บอกว่าเงินกองทุนนี้มีสินทรัพย์ ๕,๔๐๐ ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ๔๗๕ ล้านบาท ในขณะที่รายงานปี ๒๕๖๓ ซึ่งมีท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เป็นอธิบดี กรมทรัพยากรน้ำบาดาลในขณะนั้น ซึ่งขณะนี้ท่านก็เป็น สส. เสียแล้ว พรรคเพื่อไทย พรรคเดียวกันกับผมนี่ละ ในรายงานมีสินทรัพย์ ๔,๓๐๐ ล้านบาท ในรายการมีสินทรัพย์ ๔,๓๐๐ ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน ๔๐๐ ล้านบาท กระผมขอเปรียบเทียบ เห็นชัด ๆ ว่าเวลาในอดีตคือปี ๒๕๕๒ กับปี ๒๕๕๓ ทำไมมูลค่าสินทรัพย์รวมทั้งหมดถึงลดลง ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทำไมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเมื่อปี ๒๕๕๒ มากกว่าปี ๒๕๖๓ ถึง ๗๕ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ระยะเวลาห่างกัน ๑๐ ปี มูลค่าของสินทรัพย์ควรจะเพิ่มขึ้นตามความ เข้าใจของผม และจำนวนเงินก็ควรที่จะเพิ่มขึ้น แต่เหตุใดรายงานฉบับนี้มันลดลงล่ะครับ มันถึงสวนทางกันครับ
อีกประการหนึ่งประเด็นที่ ๒ ก็คือผมได้ค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในแหล่ง น้ำบาดาล ในโลกนี้เรามีแหล่งน้ำบาดาลที่เป็นน้ำเค็มนี่ มีแหล่งน้ำทั้งหมดที่เป็นน้ำเค็ม ไม่ใช่ น้ำบาดาลนะครับ ทั้งหมด ๙๗ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด แล้วน้ำจืด ๓ เปอร์เซ็นต์มีน้ำที่เราใช้ประโยชน์ไม่ได้อีกมากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนน้ำจืดที่เราใช้ ประโยชน์ก็มีน้ำผิวดินเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อีก ๒๙ เปอร์เซ็นต์คือน้ำใต้ดินนั้นรวมถึง น้ำบาดาลด้วย แล้วประเทศไทยของเรามีปริมาณน้ำบาดาลที่กักเก็บอยู่รวมแล้ว ๑ ล้านล้าน ลูกบาศก์เมตร พื้นที่ที่มีการกักเก็บน้ำมากที่สุดคือภาคกลางราว ๆ ๔๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน สามารถกักเก็บน้ำได้เพียง ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ คำว่า กักเก็บ กระผมกล่าวไปก็คือกักเก็บน้ำใต้ดิน ไม่ใช่หมายความว่าเราจะนำน้ำบาดาล ที่กักเก็บนั้นมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดมันอยู่ในใต้ดิน เพราะที่จริงแล้วประเทศของเรานำ น้ำบาดาลมาใช้ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมทรัพยากร น้ำบาดาลของพวกท่านทั้ง ๘ ท่านอยู่ด้วย กำหนดมีปริมาณเพียง ๔๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อปีเท่านั้น ประเด็นนี้ถ้าเป็นไปได้กระผมอยากจะให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งสำรวจและ นำน้ำบาดาลที่มีอยู่ใต้ดินมาช่วยพี่น้องประชาชนให้มากขึ้นให้ทั่วถึงขึ้นครับ ท่านประธานครับ ความสำคัญและกิจการของกองทุนนี้มีความสำคัญต่อชีวิต วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน เป็นอย่างมากโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกร และพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ความเจริญ พื้นที่แห้งแล้งขาดแคลนน้ำอยู่เป็นประจำ พี่น้องเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลือ และการดูแลจากกองทุนน้ำบาดาล กระผมขอฝากให้ผู้บริหารกองทุนนี้ช่วยพี่น้องประชาชน โดยจัดหาแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตรให้เพียงพอ ให้ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทุกชุมชนที่อยู่ห่างไกล และที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมก็คือจำนวนโครงการทั้งศึกษา วิจัย พัฒนา ทั้งเจาะ ขุด หาแหล่งน้ำบาดาลใหม่ ๆ ที่อยู่พื้นที่ห่างไกลให้สอดคล้องขนาดของพื้นที่และ จำนวนประชากรประชาชนในพื้นที่ด้วย ดังนั้นกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะต้องมีภารกิจ ที่สำคัญที่จะต้องบริหารจัดการน้ำให้ครบวงจรและครอบคลุมถึงทุกพื้นที่ในประเทศเพื่อให้ พี่น้องประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้และน้ำเพื่อการเกษตรคือคำว่า ให้ครบวงจร นั่นละครับ ท่านประธานครับ นอกจากบทบาทที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำให้ครบวงจรแล้ว กองทุนนี้ยังมีหน้าที่สำคัญจะต้องจัดการแก้ไขปัญหา หากขาดแคลนน้ำผิวดินจะต้องจัดการ แก้ไขปัญหาพื้นที่ที่ห่างไกลแหล่งน้ำ และที่สำคัญที่สุดจะต้องมีการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาล ให้มีความเหมาะสมตามลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกันของประเทศของเรา ทั้ง ๓ เรื่อง ที่กระผมกล่าวมานี้จะสร้างความสมดุลระหว่างสภาพเศรษฐกิจ สังคม วิถีชุมชน และทุกมิติ อย่างยั่งยืนครับประธาน แล้วยังจะสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง ขอขอบคุณครับ