สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล หารือเรื่องการยกเลิกหมวด ๑ คณะกรรมการนโยบาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ และหมวด ๒ คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากการใช้ระบบคณะกรรมการหลายชุดทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ และไม่สามารถบรรลุผลตามที่ตั้งใจไว้
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมในฐานะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นโดยขอให้เพิ่ม ความเป็นมาตรา ๖/๓ ดังนี้ครับ มาตรา ๖/๓ ให้ยกเลิกหมวด ๑ คณะกรรมการนโยบาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ และ หมวด ๒ คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ เรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ อย่างที่เมื่อสักครู่ ผมอภิปรายไว้ในมาตราที่ผมสงวนความเห็นว่าการใช้ระบบคณะกรรมการหลายชุดทำให้ การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถทำให้กฎหมายฉบับนี้บรรลุ ประโยชน์อย่างที่เราคาดหวังได้ ผมอยากยกตัวอย่างให้ฟังว่าในมาตราต่าง ๆ ที่ผมสงวน ความเห็นเพื่อขอให้ยกเลิก เช่น ในมาตรา ๕ ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์แห่งชาติ คณะกรรมการชุดนี้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน คำถามคือตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็น กรรมการกี่คณะแล้ว ท่านจะมีเวลามาประชุมจริงหรือ แล้วเมื่อไปดูในไส้ในก็พบว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการก็ Big Name ทั้งนั้น มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธานท่านที่ ๑ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นรองประธานท่านที่ ๒ ที่เหลือก็รัฐมนตรีล้วน ๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อันนี้ชุดแรกคณะกรรมการนโยบาย พอไปดูมาตรา ๑๐ อย่างที่ผมบอกหลายกรรมการเหลือเกิน ชื่อกรรมการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ อันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านเป็นประธาน รอง ๑ เป็น ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รอง ๒ เป็นปลัดกระทรวงการคลัง รอง ๓ เป็นปลัดกระทรวง มหาดไทย แล้วกรรมการโดยตำแหน่งยังมีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ไล่มาเหมือนชุด เมื่อสักครู่ แต่เปลี่ยนเป็นเอาปลัดมานั่งแทนนะครับ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวง อุตสาหกรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกรุงเทพมหานครก็มาครับ ผู้จัดการกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และผู้แทนองค์กรเอกชนอีก ๓ ท่าน และกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้งอีก ๓ ท่าน ท่านสมาชิกครับ นี่ละครับที่ผมเกริ่นว่า การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้จึงไม่มีประสิทธิภาพ ทั้ง ๒ คณะมีความซ้ำซ้อน คณะใหญ่ประกอบด้วยบุคคลจำนวนมาก ทุกท่านมีงานเยอะ สุดท้ายไม่มีเวลามาประชุม คนมาก็ส่งผู้แทนมา ไม่ใช่ตัวจริง อำนาจตัดสินใจก็น้อย ในที่ประชุมส่วนใหญ่ก็มีความ เกรงใจกันในการที่จะออกความเห็นที่ขัดกัน การตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ จึงไม่มีประสิทธิภาพ พอเป็นแบบนี้ ใช้ระบบแบบนี้ ใช้ระบบกรรมการที่เหมือนจะดี ที่ประกอบไปด้วยผู้แทนที่ หลากหลาย แต่ผลของกรรมการหรือการตัดสินใจในเรื่องหนึ่งจึงถูกดึงไปทางใดทางหนึ่ง โดยง่าย หรืออีกมาตราที่ผมขอยกเลิกก็คือมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๒ ที่พูดถึงคณะกรรมการ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัด เมื่อสักครู่มีคณะกรรมการระดับนโยบาย รองลงมายังมี คณะกรรมการควบคุม และยังมีคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละจังหวัด อีก ท่านลองนับดู เอาเฉพาะกฎหมายฉบับนี้มีกี่กรรมการแล้ว มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๒ พูดถึงองค์ประกอบและพูดถึงอำนาจหน้าที่ ผมมีโอกาสได้คุยกับคนที่อยู่ในแวดวงนี้ บางท่าน เล่าให้ฟังแบบขำ ๆ ว่าบางจังหวัดทั้งปีกรรมการชุดนี้ยังไม่ได้ประชุมกันเลย นี่คือความไม่มี ประสิทธิภาพของการใช้ระบบกรรมการในการขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ หรืออีกตัวอย่างหนึ่งที่เราคุ้นหูคุ้นตากันก็คือเรื่องการทำฉลากคำเตือนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการไม่ว่าผลิตหรือนำเข้าต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไข ที่คณะกรรมการควบคุมประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนะครับ อันนี้ก็เหมือนกันว่าทำให้อำนาจของรัฐมนตรีซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรง มีความรับผิดรับชอบ ทางการเมืองถูกทำให้ลดลง ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ผมขอชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิกถึงความ จำเป็นที่ต้องสงวนความเห็นตามที่เสนอในมาตรา ๖/๓ ขอบคุณท่านประธานครับ