สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือเรื่องการนิยามในกฎหมาย โดยเรียกร้องการความชัดเจนในกฎหมาย และขอให้แยกนิยามต่าง ๆ ออกมา และเสนอแนวทางการแก้ไข โดยให้เขียนไว้ชัดเจนในกฎหมาย และไม่ให้รัฐมนตรีออกกฎกระบวนการทางกฎหมายที่ไม่ชัดเจน และควรคำนึงถึงความหลากหลายของประเพณีในแต่ละภูมิภาค และไม่ควรออกกฎระเบียบโดยไม่มีคำนึงถึงความเป็นจริง

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ตอนแรกผมไม่ได้ลงชื่ออภิปรายเพราะเห็นว่าน่าจะไม่ใช่ประเด็นใหญ่ แล้วก็ทางกรรมาธิการน่าจะพอตอบคำถามได้ครับ แต่ว่าเมื่อฟังคำตอบของท่านแล้วนะครับ ประกอบกับที่คุณหมอเชิดชัยท่านตั้งประเด็น ผมคิดว่ายังจำเป็นครับก่อนที่จะมีการลงมติ หรือแม้กระทั่งอาจจะไม่มีการลงมติเราต้องท้วงติงทั้งในเชิงของนิติวิธี แล้วก็ในเชิงของเนื้อหา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการตั้งคำถามของท่านเอกราชชัดเจนที่ท่านบอกว่าและผู้แทน กฤษฎีกาก็ยืนยันตรงกันเบื้องต้นว่า ในกรณีที่จะมีการนิยามนั้นต้องมีการใช้คำนั้นในหลายจุด ด้วยกัน เพื่อไม่ให้มีการเยิ่นเย้อ เพื่อให้มีการระบุชัดเจนว่าความหมายเป็นแบบใด อย่างไร จึงจำเป็นต้องเขียนคำนิยามไว้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามก็ปรากฏว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้วในร่าง พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้งหมดก็มีการใช้คำว่า การจัดเลี้ยงตามประเพณีเพียงแค่จุดเดียวนะครับท่านประธาน ท่านต้องยืนยันว่าเพียงแค่ จุดเดียวใช่ไหม แล้วถ้าเพียงแค่จุดเดียว เพราะเหตุใดท่านถึงไม่เลือกการขยายความหรือ การนิยามการอธิบายไปในมาตรานั้นเลยว่าการจัดเลี้ยงตามประเพณีหมายถึงอย่างไร ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปผมอยากมีความชัดเจนในกฎหมายอื่น ผมก็ขอแยกนิยามต่าง ๆ ออกมา ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นมาตราที่เพิ่มมาด้วยนะครับ เป็นมาตราที่เพิ่มมาด้วย ไม่ใช่เรื่องหลักการ และเหตุผลที่รับไปในตอนแรกด้วย ผมคิดว่ามันย้อนแย้งกันเอง คำตอบของท่านกับประเด็น ที่จะอธิบายและสภามีนิติวิธีครับท่านประธาน

ประการที่ ๒ ก็คือว่าในกรณีจะเอาให้ง่ายในเชิงปฏิบัติ เอาแบบคุณหมอ เชิดชัยก็ได้ แต่ถ้าท่านอยากให้มีการออกระเบียบประกาศกำหนดต่าง ๆ มาว่าการจัดเลี้ยง ตามประเพณีควรเป็นแบบได้ อย่างไร ท่านก็เขียนมาในมาตรานั้นสิครับ ท่านก็เขียนเป็น มาตราที่ให้อำนาจรัฐมนตรีแยกออกมาต่างหากเลย ไปอยู่ในมาตรา ๒๔/๑ ทับอะไรต่าง ๆ ก็ได้ ผมคิดว่าเอาไว้ชัดครับ เพราะไม่เช่นนั้นรัฐมนตรีก็งง ต้องไปดูมาตราที่ให้อำนาจตัวเอง ในการออกกฎหมายลำดับรอง แต่ปรากฏดันไปอยู่ในนิยาม รัฐมนตรีก็ไม่รู้จะบอกว่านิยาม ถือเป็นการให้อำนาจตามกฎหมายหรือไม่ ฉะนั้นจะเอาแบบที่คุณหมอเชิดชัยเสนอซึ่งผมก็ เห็นด้วยให้เรียบง่ายขึ้นกับแก้นิดเดียว หรือถ้าเขียนแบบนี้ก็ต้องแยกไปเขียนให้ชัด

ประการที่ ๓ เวลาปกติเราอยากรู้ว่าการจัดเลี้ยงตามประเพณีท่านต้อง คำนึงถึงมิติความเป็นจริงด้วย เพราะท่านอย่าคิดแค่งานบวช งานแต่ง ท่านอย่าคิดแค่งาน เกษียณครับ ในพื้นที่แต่ละภูมิภาคมันมีการจัดเลี้ยงตามประเพณีที่ไม่เหมือนกัน ผมพยายาม อ่านรายละเอียดในข้อสังเกต เพราะว่าเวลาที่ออกกฎกระทรวง ผมเองจะเป็นคนเสนอ เสมอเลยว่าถ้าอยาก Guideline หรือแนะนำไปว่าการจะออกประกาศระเบียบควรจะต้องให้ คำนึงถึง ยกตัวอย่างนะครับ ว่างานเลี้ยงแบบนี้ท่านประธานอยู่ภาคเหนือก็ต้องคำนึงถึง ภูมิภาคภาคเหนือด้วยนะว่าเขามีลักษณะงานเลี้ยงเฉพาะ จัดเลี้ยงผ้าป่าก็จัดในโรงเรียน เป็นประจำ ผ้าป่าที่จะระดมทุนเพื่อสร้างโรงเรียนต่าง ๆ ผมอยู่ในภาคกลางก็แบบหนึ่ง ผมไปนราธิวาสก็แบบหนึ่ง ผมไปเจอคนสยามในมาเลเซียก็แบบหนึ่งนะครับ ซึ่งคงไม่เกี่ยวกับ ประเด็นที่กำลังจะอภิปราย แต่ผมคิดว่าพอไปอ่านข้อสังเกตทั้งหมดก็ไม่ได้มี Guideline เลย แล้วเอาเข้าจริง ๆ แล้วเรื่องการจัดเลี้ยงตามประเพณีท่านไปให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไม่เอ่ยว่าชื่ออะไรนะครับ ท่านจะ เข้าใจได้อย่างไรว่าประเพณีคืออะไร ประเพณีคืออะไรมันต้องเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม ผมถึงบอกว่าทำไมจำเป็นต้อง Guideline ไปด้วย ฉะนั้นผมดูแล้วนะครับ ๑. นิติวิธีก็ไม่ใช่ ๒. ถ้าจะเขียนให้มีอำนาจไว้เขียนได้ แต่ควรเป็นมาตราเฉพาะ ๓. จะไปออกกฎระเบียบ กระทรวงต่าง ๆ ถ้าอยากลงรายละเอียดคำนึงถึงมิติที่หลากหลายจริง ๆ เช่น ภูมิภาคต่าง ๆ ก็ต้องไปเขียนในข้อสังเกต แต่ ๓ ข้อนี้ไม่มีเลยครับ ฉะนั้นคำถามที่พวกผมถามไปที่ท่าน ตอบมานี้ยังไม่ตรงประเด็นที่พอจะให้พวกผมลงมติเห็นชอบได้ด้วยนะครับ ถ้าอยากให้ เห็นชอบก็ต้องชัดเจนกว่านี้ ไม่เช่นนั้นเอาแบบที่คุณหมอเชิดชัยพูด ทบทวนเสียหน่อยได้ไหม พักเสียหน่อยได้ไหมครับ ตั้งแต่เช้ามานี่ยังไม่ได้ทานข้าวกันเลยนะครับ ก็จะได้เดินหน้า มาตรานี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ