จิตติพจน์ ชื่นชม กมธ. แก้ไข พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้สมบูรณ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ชื่นชมคณะกรรมาธิการในการรวบรวมกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นฉบับเดียวเพื่อประสิทธิภาพและภาพลักษณ์ที่ดี แต่เสนอให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ข้อ 4 และ 6 เนื่องจากกฎหมายกระจัดกระจายทำให้บังคับใช้ยาก

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกล่าวคำชื่นชม คณะกรรมาธิการที่กรุณาได้สละเวลาในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างละเอียด ดังจะเห็นได้ว่าเรามีการแก้ไขในมาตราต่าง ๆ หลายมาตรา รวมทั้งมีการเพิ่มมาตราขึ้นด้วย แสดงว่าคณะกรรมาธิการก็คงได้ใช้เวลาและความทุ่มเท ความพยายามที่จะทำการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ก็ขออนุญาตกล่าวคำชื่นชมครับ โดยผมก็ได้ดูหลักการของคณะกรรมาธิการ หลักการของการ แก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตอนเสนอ ก็มีอยู่ส่วนหนึ่งที่มีเขียนไว้ในหลักการและเหตุผล เหตุผลบอกว่า ตอนท้ายนะครับ ขออนุญาตอ่านเฉพาะตอนท้ายก็แล้วกัน เพื่อการนี้สมควร ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๕๓ เนื่องจากไม่เหมาะสมกับกาลสมัยและขาดความ ยืดหยุ่น รวมถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๘ ข้อ ตรงข้อนี้ก็จะมี การขีดฆ่าเล็กน้อยนะครับ มีข้อ ๔ กับข้อ ๖ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกัน อันทำให้การบังคับใช้กฎหมายที่มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเจตจำนงที่มีการยื่นร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้ามา แล้วมีการยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ ปี ๒๕๑๕ ก็ดี หรือคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ปี ๒๕๕๘ ก็ดี เจตนา ต้องการให้การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี และถูกต้องครับ เพราะว่าถ้าท่านประธานลองจินตนาการและลองคิดดูถ้าหากว่ามีคนมา ประกอบกิจการในประเทศไทย จะเป็นการประกอบกิจการเกี่ยวกับสถานบริการก็ดี Entertainment Complex ก็ดี หรือมาประกอบกิจการเปิดธนาคารก็ดี แล้วเวลาที่จะต้อง ปฏิบัตินี่ต้องมานั่งดูว่านอกจากต้องดูรัฐธรรมนูญ นอกจากจะต้องดูประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ นอกจากจะต้องดูพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ยังต้องไปดู คำสั่งคณะปฏิวัติตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ ก็คืออาจจะเป็น Ultra Order สมัยปี ๒๕๑๕ แล้วก็ต้อง มาดูคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ National Council Order ปี ๒๕๕๘ อีก ก็หลายฉบับ แล้วก็คงจะทำให้เกิดความรู้สึกแปลก ๆ เวลาต่างชาติจะมาประกอบกิจการ ในประเทศไทย เพราะผมคิดว่าในอารยประเทศก็คงจะไม่มีใครคุ้นเคยว่าตอนประกอบธุรกิจ ยังต้องดู Ultra Order ดูคำสั่งคณะปฏิวัติ ดูคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งการที่ยังคงมีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ต่อไปทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยไม่เป็นที่ยอมรับ ในระดับนานาประเทศ แล้วยังทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เหมาะสม ไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งผู้ที่เป็นผู้ประกอบการ ประชาชนที่จะประกอบธุรกิจหรือจะใช้บริการ เวลาประชาชน จะทำหน้าที่จะใช้สิทธิเสรีภาพก็ถูกจำกัดด้วยกฎหมาย แต่ปัญหาก็คือว่ากฎหมายของเรา กระจัดกระจายอยู่หลายที่ จะให้ประชาชนทำถูกกฎหมายมันก็เป็นเรื่องยาก เพราะว่า ท่านไม่ได้รวบรวมกฎหมายในที่เดียวกันให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและอ่านได้โดยสะดวก ผู้ประกอบการก็เช่นเดียวกันครับ ถ้ามีผู้ประกอบการเป็นสถานประกอบการก็ดี เป็นสถาน บริการก็ดี หรือเป็นที่ขายสุราก็ดี แต่ว่าเวลาจะดูกฎหมาย ดู พ.ร.บ. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างเดียวไม่พอ ต้องไปดูอีกหลาย ๆ ที่ มันก็ไม่เหมาะสม แล้วก็ผู้ประกอบการก็คงทำงานยาก แม้แต่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเองถ้าหากว่าไม่ได้มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญในเรื่องกฎหมายนั้น อย่างลึกซึ้ง ท่านก็คงอาจจะผิดพลาดหรือมองไม่เห็นกฎหมายต่าง ๆ ที่มีการเขียนไว้กระจัด กระจายในที่ต่าง ๆ ก็เป็นนิมิตหมายอันดีครับที่คณะกรรมาธิการจะได้รวบรวมกฎหมาย ต่าง ๆ เกี่ยวกับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาอยู่ที่ เดียวกัน ส่วนนี้ผมขออนุญาตชื่นชมครับ แต่ประเด็นที่ผมมีการแปรญัตติไว้นะครับ คือผม แปรญัตติว่าให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๘ ข้อ ๔ และข้อ ๖ เหตุผลที่ผมเพิ่มข้อ ๔ ด้วยนี่นะครับ ก็เนื่องจากว่าในข้อ ๔ ถ้าหากว่า ท่านประธานลองอ่านตามผม ข้อ ๔ ก็มีเรื่องของการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่นเดียวกัน อย่างเช่น ในข้อ ๔ จะมีเขียนในเนื้อหาเขียนไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ หรือสถานประกอบการใดที่เปิดบริการในลักษณะคล้ายสถานบริการกระทำการอย่างใด อย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ใน (๒) ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์ (๔) ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่ากำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติ หรือในวรรคสามครับ ภายใต้บังคับตามข้อ ๖ กรณีเป็นสถานบริการหรือสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ในบริเวณ ใกล้เคียงสถานศึกษาหรือหอพักในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา ให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ท่านประธานก็คงเห็นนะครับว่าถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการ แก้ไขโดยการยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๘ เฉพาะข้อ ๖ แต่ไม่ยกเลิกข้อ ๔ ด้วยมันก็ยังกลับไปอยู่ที่เดิมครับว่าสุดท้ายกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ก็ยังไม่ได้มารวมอยู่ที่เดียวกัน ยังกระจัดกระจายอยู่ แล้วเวลาที่นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติมาดู เขาก็ถามว่าตกลงเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำตามพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วทำไมถึงยังผิดอีก ผู้ประกอบการหรือเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ก็คงต้องอธิบายครับว่ามันมี Ultra Order ปี ๒๕๕๘ บอกว่าการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขายคนอายุต่ำกว่า ๒๐ ปีไม่ได้ ใน (๒) ใน (๔) ห้ามขายนอกเวลา ซึ่งผมว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่เป็น ผลดีกับการท่องเที่ยวของประเทศไทยโดยสิ้นเชิง และเป็นการแสดงให้เห็นว่าระบบกฎหมาย ของประเทศไทยของเรานั้นยังมีความไม่ปกติ ยังมีความไม่สมบูรณ์อยู่นะครับ ก็อยากจะ รบกวนท่านกรรมาธิการครับ ถ้าท่านจะลองพิจารณาดูไหน ๆ ในหลักการของท่านก็มีการ ขีดฆ่าหลายครั้งว่ายกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีการขีดฆ่าทั้งในช่วง หลักการและเหตุผลระหว่างข้อ ๔ กับข้อ ๖ ผมเข้าใจว่าท่านก็คงลังเลนะครับ ซึ่งผมก็ อยากจะขออนุญาตเสนอครับว่าถ้าท่านจะกรุณาพิจารณายกเลิกทั้งข้อ ๔ และข้อ ๖ เพื่อให้ กฎหมายนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง ขอบพระคุณท่านประธานครับ