ณัฐวุฒิ ชี้แจงประเด็นคำปรารภ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ขอเปิดโอกาสให้สมาชิกสอบถามประเด็นสำคัญในร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเพิ่งได้รับทราบรายละเอียดและอาจพลาดการลงชื่อ โดยชี้แจงประเด็นคำปรารภของกฎหมาย วิพากษ์วิจารณ์การอ้างอิงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๕ ที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อหา และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการชี้แจงเหตุผลที่จำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทองนะครับ ก่อนอื่นท่านประธานครับเนื่องจากว่ากรณีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น มีมาตราเป็น จำนวนมาก อาจจะต้องขออนุญาตท่านประธานว่าในหลายครั้งนี้ผมเพิ่งอ่านเจอ อาจจะไม่ได้ ทันไปลงชื่อ แต่คิดว่าถ้ามีประเด็นสำคัญก็อยากจะให้ท่านประธานเปิดโอกาสให้สมาชิก ได้ยกมือในการสอบถามเป็นเบื้องต้นนะครับ

ประเด็นที่ผมอยากจะถามเรื่องคำปรารภ ท่านประธานครับ เวลาที่เราเขียน กฎหมายแล้วก็มีคำปรารภนั้น คำปรารภจะยึดโยงอยู่ ๒ จุดด้วยกัน จุดที่ ๑ ก็คือการยึดโยง ว่ามีกฎหมายมาตราใด กฎหมายก็คือระดับรัฐธรรมนูญ ที่ให้อำนาจบทบัญญัติในการไปตรา กฎหมายหรือในการไปแก้กฎหมายนั้นหรือไม่ เช่น กรณีของพระราชบัญญัติคุ้มครอง และส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ที่ผ่านไปแล้ว เขาก็จะเขียนในคำปรารภว่า มาตรา ๗๐ ได้ให้อำนาจในการไปออกบทบัญญัติ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็เช่นเดียวกัน แต่อีกแบบหนึ่งนั้นก็คือว่ากรณีนี้ถ้ามีกฎหมายออกไปนั้น แล้วมันไปกระทบกับ สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ก็ต้องมีการยกไว้ก่อนเป็นเบื้องต้นว่ามันจะกระทบสิทธิ เสรีภาพของประชาชนในประเด็นใดบ้าง แต่ในขณะเดียวกันเวลาที่จะอ้างอิงนั้นก็ต้องมี อำนาจในทางบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจในการพิจารณาดังกล่าวไว้ด้วย ซึ่งตอนต้นนั้นท่านก็เขียนไว้หลายมาตรา โดยเฉพาะในกรณีของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๐ อันนี้ผมเข้าใจ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๐ นั้นบทบัญญัติหลักก็คือบุคคลย่อมมีเสรีภาพ ในการประกอบอาชีพ ในขณะเดียวกันวรรคสองก็พูดว่าการจำกัดการใช้สิทธิเสรีภาพดังกล่าวนั้น ปกติจะกระทำมิได้ ถ้ากระทำมิได้ตรงไหนก็เว้นแต่อะไร แต่การที่คณะกรรมาธิการอยู่ดี ๆ ก็ใส่มาตรา ๓๕ เข้ามา ผมคิดว่ามันเป็นปัญหาทั้งในเชิงหลักการและในเชิงเนื้อหา ตลอดจน คำอธิบายที่ท่านควรจำเป็นที่จะต้องตอบต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ กรณีมาตรา ๓๕ ของรัฐธรรมนูญนั้นเป็นบทบัญญัติที่ผมคิดว่าเป็นหลักการที่สำคัญ เราเรียกบทบัญญัติแบบนี้ ว่าฐานันดรที่ ๔ ด้วยซ้ำ ก็คือสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน สื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพอย่าง กว้างขวางในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็น ส่วนการเสนอข้อมูล ข่าวสารการแสดงความคิดเห็นนั้นจะกระทบสิทธิต่อใครก็เป็นเรื่องต่างหาก แม้กระทั่งถ้าเขา จะจำกัดสิทธิไว้ก็จะเป็นเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพต่าง ๆ ของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการ ที่เราเรียกว่า Self-regulation รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๕ มีทั้งหมด ๖ วรรคด้วยกัน จะบอกว่า ผมไม่ได้อ่านก็ไม่ได้ เพราะท่านอาจจะบอกว่ามันมีนะท่านสมาชิกอยู่วรรคหนึ่งที่พูดถึงเรื่อง ของการจำกัดสิทธิ แต่ผมพยายามจะอ่านทั้งหมดแล้ว การจำกัดสิทธินั้นก็ไม่ตรง เพราะว่า ปกติแล้วเราต้องรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องสื่อมวลชน วันนี้พี่น้องสื่อมวลชน ติดตามข่าว อย่างน้อยก็ช่วยบันทึกด้วยนะครับว่าณัฐวุฒิกำลังพูดปกป้องสิทธิของพี่น้อง สื่อมวลชน เสรีภาพในการทำข่าว การเสนอข่าวสารต่าง ๆ บทจำกัดสิทธิคืออะไรครับ ก็คือในกรณีวรรคสามที่บอกว่ากรณีการนำข่าวสารข้อความใด ๆ ที่จัดทำขึ้นนั้น ในกรณีที่ อาจจะมีผลกระทบต่าง ๆ นั้นปกติจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะกระทำในระหว่างเวลาที่ประเทศ อยู่ในภาวะสงคราม พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มันเกี่ยวอะไรกับภาวะสงคราม มันหายากหรือครับควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราปลดล็อกภาษีสรรพสามิตแล้วนะครับ ฉะนั้นภาวะสงครามก็อาจจะมีการทำเหล้าก็ได้ ทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ได้ ผมไม่เห็นว่า มันจะเกี่ยวข้องอะไรกับบทบัญญัติที่ท่านมาใส่ แล้วท่านจะใส่ไว้ทำไม ผมยกตัวอย่างให้ ท่านเห็นนะครับ ท่านบอกว่ามันมีการจำกัดสิทธิตามมาตรา ๓๓ ของรัฐธรรมนูญนะ ก็ใช่สิ เพราะปกติบุคคลมีเสรีภาพในเคหะสถาน เว้นแต่มันไปกระทบสิทธินั้นต้องมีคำสั่งของศาล หรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ อันนี้ก็เข้าใจได้ กรณีมาตรา ๓๔ ที่ท่านใส่ใน อารัมภบท ท่านบอกบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจ ตามบทบัญญัติที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ อันนี้ก็เข้าใจได้ กรณีมาตรา ๓๗ ที่ท่านพูดถึงว่าบุคคลย่อมมีสิทธิในทรัพย์สินและสืบมรดก โชคดีผมมรดกน้อย แต่เขาบอกว่า การจำกัดสิทธิดังกล่าวนั้นมันก็มีข้อยกเว้นไว้ในวรรคสาม เช่น โดยอาศัยอำนาจตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมาย มาตรา ๔๐ ก็แบบเดียวกัน มาตรา ๔๐ เป็นเสรีภาพในการประกอบ อาชีพ ผมก็อ่านทั้งหมด คุณหมอธงชัยคุ้นเคยกันดี ท่านรองปลัดเก่า แล้วตกลงมันเกี่ยวอะไร มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๕ มันคือสิทธิในการเสนอข้อมูลข่าวสาร ถ้าเป็นเรื่องของการโฆษณา เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกจอจาน เอกราช อุดมอำนวย สส. เขตดอนเมือง ท่านก็พูดชัดว่าอันนั้น ไม่มีปัญหาเลย แต่อันนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับการโฆษณาเลยครับ ฉะนั้นสิ่งที่ทางกรรมาธิการ จะต้องตอบผม เพราะเราเอาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาจำกัดสิทธิของพี่น้องประชาชน มาใส่ไว้มันยิ่งกว่าการไปออกกฎหมายเฉพาะอีก ท่านต้องบอกว่าการที่ท่านเอามาใส่ไว้นี่ ท่านอ้างอิงอะไร ท่านต้องบอกว่าการจำกัดสิทธิดังกล่าวนั้นปกติทุกมาตราจะมีข้อยกเว้น เว้นแต่ภาวะต่าง ๆ มีบทบัญญัติกฎหมายเฉพาะ แต่มาตรา ๓๕ ๖ วรรค มีแค่วรรคเดียว ที่บอกว่าเว้นแต่อยู่ในภาวะสงคราม แล้วอ้ายนี่ครับควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันเกี่ยว อะไรกับภาวะสงครามครับ หรือถ้าท่านอาจจะอ้างว่ามันเป็นกรณีต้องจำกัดสิทธิไว้เพราะมัน เกี่ยวข้องกับการโฆษณา รัฐธรรมนูญมาตรานี้ไม่ได้มีเจตจำนงอะไรที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณา เลยครับ นี่เป็นเรื่องการเสนอข้อมูลข่าวสาร ถ้าโฆษณาก็มาตรา ๔๐ อย่างไรครับ ถ้าโฆษณา ก็เป็นเรื่องการออกกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งคุณเอกราชก็ได้พูดไปแล้ว ฉะนั้นการอยู่ดี ๆ จะใส่ มาตราหนึ่งเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นมาตราในรัฐธรรมนูญท่านคงต้องมีคำตอบให้ สภาแห่งนี้ ถ้าไม่ใส่เสียอะไรไหมครับ ถ้าไม่ใส่เสียอะไรไหมครับ ถ้าไม่ใส่เดินหน้าต่อในการแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ไหมครับ ถ้าไม่ใส่จะกระทบอะไรต่อสารัตถะไหมครับ เพราะว่าเนื้อหามันมี หลายร่าง ผมไม่อยากจะใช้เวลามาก แต่ผมคิดว่าอะไรที่ไม่ใส่เข้ามาแล้วจะมีผลกระทบต่อ การอภิปรายของเพื่อนสมาชิก อยากให้ท่านพิจารณาถ้าอยากให้กฎหมายฉบับนี้เดินต่อไป ถ้าคำตอบไม่ดีผมจำเป็นต้องลงมติไม่เห็นด้วยกับการใส่ข้อจำกัดในมาตรา ๓๕ เข้ามาใน อารัมภบทครับ ขอบคุณครับ