ณัฏฐา มหัทธนา หารือเรื่องการจ้างเหมาบริการของภาครัฐ โดยระบุว่าปัญหามาจากการใช้งานผิดประเภท และขอให้บูรณาการแก้ไขในหลายหน่วยงาน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่การปฏิเสธการคุ้มครองลูกจ้างที่จ้างเหมาบริการภาครัฐ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ณัฏฐา มหัทธนา กรรมาธิการ ก็มี ๑ คำถามจากท่านสมาชิกที่จำเป็นจะต้องตอบ เพื่อไม่ให้ทิ้งค้างความเข้าใจผิดไว้ โดยเฉพาะสำหรับประชาชนที่นั่งชมการถ่ายทอดสดอยู่ ก็คือคำถามที่มีท่านสมาชิกท่านหนึ่งถามว่า ที่เราตัดมาตราที่เกี่ยวกับการแก้ไขให้ครอบคลุม ลูกจ้าง จ้างเหมาบริการภาครัฐออกไปนั้น กรรมาธิการต้องการปฏิเสธไม่คุ้มครองลูกจ้าง ตามสัญญาจ้างเหมาบริการของภาครัฐหรือไม่ เราต้องการปฏิเสธไม่คุ้มครองพวกเขาหรือไม่ อันนี้ก็เป็นคำถามที่ค่อนข้างจะแรงแล้วต้องการคำตอบ ก็ต้องตอบว่าไม่ใช่เลยนะคะ ไม่ใช่เลย ในทางตรงกันข้ามกรรมาธิการได้พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะคุ้มครองแล้ว แต่คราวนี้ การตัดสินใจที่ผ่านมานั้นเกิดจากอะไร ขอชี้แจงอย่างกระชับที่สุดนะคะ
ข้อ ๑ คือ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีไว้สำหรับใช้บังคับ กับภาคเอกชน แรกสุดคือเราไม่มีอำนาจที่จะไปก้าวก่ายการจ้างงานในภาครัฐ อยู่นอกหน้าที่ แต่เราก็ไม่ได้ละเลย ก็เลยพยายามที่จะศึกษาเพิ่มเติม แล้วก็พบว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ มันเกิดจากการที่มีประเภทการจ้างที่เรียกว่าการจ้างทำของตามสัญญาจ้างเหมาบริการ จริง ๆ แล้วเป็นประเภทการจ้างที่มีจุดประสงค์ที่ชัดเจน ก็คือจ้างกันเป็น Job Job แล้วประเภทการจ้างแบบนี้ก็มีประชาชนที่ต้องการจะเข้าไปสู่การทำงานแบบนี้ คือทำเป็น Job Job แล้วก็มีอิสระ มีอิสระจากผู้ว่าจ้างในเรื่องของการกำกับควบคุมคือวัดกันที่ปริมาณ ของงานที่ตกลงกัน ทำเสร็จก็คือเสร็จ มันอาจจะเป็นการล้างรถ การขับรถ การทำความ สะอาดอะไรต่าง ๆ มีคนต้องการการจ้างแบบนี้อยู่ แล้วก็มีนายจ้างที่ต้องการจ้างประเภทนี้ เช่นกัน เพื่อที่จะไม่ต้องผูกพันกันยาวนาน แรกสุดประเภทการจ้างแบบนี้ไม่ได้ผิด แต่ปัญหา เกิดจากการที่มีหน่วยงานภาครัฐไปใช้งานผิดประเภท แล้วมันก็มีที่มาที่ไปไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ เขาอยากจะไปใช้งานคนโดยที่ไม่มีสวัสดิการให้ แต่ที่มาที่ไปนั้นเกิดจากการที่เวลายาวนาน ที่ผ่านมาเป็น ๑๐ ๒๐ ปี ทาง ก.พ. มีการปรับลดอัตรากำลังพลของภาครัฐทั้งหมด โดยเป็น การลดฮวบลงไปในระนาบเดียวกัน จึงทำให้หน่วยงานภาครัฐบางหน่วยงานเขายังมีความ ต้องการกำลังคนที่จะต้องทำประจำตรงนั้นอยู่ แต่อัตรากำลังมันหายไปแล้ว ก็เลยเกิดการ จ้างเหมาบริการขึ้น แล้วด้วยธรรมชาติของการทำงานที่มันต้องมาทำกันทุกวัน เข้างาน ตามเวลาอะไรต่าง ๆ ก็เลยกลายเป็นว่าเสมือนเป็นการละเมิดคนอยู่ ถึงแม้ว่าคนเหล่านั้น ที่เข้ามารับสัญญาแบบนี้เขาก็จะเข้าใจสัญญามาตั้งแต่ต้น แต่ทำงานไปยาวนานแล้วก็ไม่มี สวัสดิการอะไรเลยตามสภาพของสัญญาจ้าง มันก็เลยเกิดเป็นปัญหาขึ้นมา เพราะฉะนั้น ปัญหามันไม่ได้อยู่ใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรืออยู่ที่ประเภทการจ้าง ด้วยซ้ำ แต่ปัญหามันอยู่ที่การใช้งานผิดประเภท ซึ่งประเภทการจ้างแบบนี้มันอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ผู้รับผิดชอบก็คือ กรมบัญชีกลาง ดังนั้นที่สุดแล้วเราก็ต้องมารับความจริงกันในกรรมาธิการว่าปัญหานี้มันอยู่ใน อีก พ.ร.บ. หนึ่ง แล้วกรรมาธิการเราก็มีอำนาจจำกัดอยู่แค่การคุ้มครองแรงงานในภาคเอกชน ปัญหาเกิดตรงไหนก็ต้องแก้ตรงนั้น เราก็เลยพยายามภายใต้เส้นที่มากที่สุดที่กรรมาธิการ จะทำได้ ก็คือใส่เข้าไปในข้อสังเกตว่าประเทศเรามีแรงงานกลุ่มนี้อยู่ มีเป็นจำนวนมากด้วย แล้วปัญหามันเกิดจากการจัดการของภาครัฐที่ไปลดอัตรากำลังคน เสร็จแล้วก็ต้องมาจ้างคน มาใช้กันผิดประเภท ดังนั้นก็เลยต้องไปแก้ที่ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง ก็คือการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารพัสดุภาครัฐ รวมถึงระเบียบการใช้งานคนของแต่ละหน่วยงานด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็น เรื่องที่จะต้องบูรณาการกันในหลาย ๆ หน่วยงาน แล้วเราก็ได้เขียนไว้ในข้อสังเกตแล้ว ก็จึงอยากขอให้ท่านสมาชิกได้กรุณาพิจารณาในข้อสังเกตที่เราใส่ไว้ด้วยนะคะ โอเคเส้นทาง ของ พ.ร.บ. นี้มันอาจจะจบหรือไม่จบในวันนี้เดี๋ยวท่านประธานคงจะชี้แจง แต่ว่าเบื้องต้นขอให้เข้าใจตรงกันว่ากรรมาธิการไม่ได้มีเจตนาที่จะปฏิเสธการคุ้มครองแรงงาน ที่รับสัญญาจ้างเหมาบริการกับภาครัฐอยู่ แต่ภายใต้ขอบเขตของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เราทำได้ดีที่สุดเท่าที่เราทำแล้วในวันนี้ หลังจากวันนี้อาจจะมีทางอื่นอีก หรือไม่ ไม่ทราบนะคะ แต่ขอให้เคลียร์ตรงนี้ก่อนว่าประเด็นของเราคือปัญหาเกิดตรงไหน ไปแก้ให้ถูกจุด เพื่อที่จะได้เป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ทำพอแค่ให้ผ่านวันนี้ไป แล้วปัญหาที่เป็นหลักก็ยังอยู่ที่เดิม ขอบพระคุณค่ะ