ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายต่อร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน โดยคัดค้านการตัดทอนหลักการในมาตรา ๔/๑ และชี้แจงว่ามติรับหลักการเดิมต้องไม่ถูกทำให้หายไป พร้อมยืนยันว่ากฎหมายต้องไม่มองคนเป็น 'บริการ' หรือ 'สิ่งของ' แต่ต้องเป็น 'บุคคล' ที่มีสิทธิขั้นพื้นฐานและสวัสดิการที่ถูกต้อง
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ผมขอใช้สิทธิในฐานะสมาชิกในการอภิปรายให้ความเห็น ต่อร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการ ตัดถ้อยคำในมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นมาตรา ๔/๑ ด้วยทั้งหมด ๕ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นที่ ๑ ผมได้ยินมาซึ่งท่านธีรัจชัยก็พูดไปแล้วว่าในการพิจารณา มีผู้ตั้งประเด็นว่า กรณีการรับหลักการร่างของท่านวรรณวิภา ไม้สน นั้นไม่สามารถนำมา พิจารณาได้ เนื่องจากว่ามิใช่ร่างหลัก เป็นอย่างนี้จริงหรือไม่ ผมยืนยันแบบนี้ว่าสภาเรามี ธรรมเนียม สภาเรามีข้อบังคับ สภาเรามีแนวปฏิบัติ สภาก็เคยดำเนินการมาโดยตลอดว่า เมื่อใดก็แล้วแต่จะมีจำนวนกี่ร่างก็แล้วแต่ ในกรณีการรับหลักการมาทั้งหมดนั้นต้องไม่ให้หลักการใดหลักการหนึ่งนั้นหายไป เพียงแต่ ท่านจะเขียนแบบใด ท่านจะใช้คำอธิบายแบบใด นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ ตกลงแล้วมีคำพูด แบบนี้ในกรรมาธิการจริงหรือไม่ ซึ่งถ้ามีจริงผมคิดว่านี่คือความไม่ชอบธรรมในทางกฎหมาย เป็นประการที่ ๑ ที่ท่านต้องชี้แจงต่อตัวแทนของพวกเราแห่งนี้ เพราะอย่าลืมว่าพวกเรา ทั้งหมดลงมติรับหลักการของท่านวรรณวิภา ไม้สน ซึ่งขอให้มีการแก้ไขหรือปรับปรุงถ้อยคำ ในมาตรา ๔ ใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ถ้าไม่แก้ก็ต้องเขียนบอกว่า ไม่แก้ครับ แต่ไม่ใช่มามีการบอกว่าจะไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้เพราะไม่ได้อยู่ในร่างหลัก นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ คือว่าในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเรา ไม่ว่าจะเป็น กรณีของท่านกรรมาธิการ ซึ่งหมายถึงคนนอกด้วยนะครับ และไม่ว่าจะเป็นพวกผมที่เป็น สมาชิกนั้น ล้วนจะมีการแก้ไขถ้อยคำที่เรียกว่าเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ตัดทอนหรือแก้ไขมาตรา เดิมได้ แต่ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งพระราชบัญญัตินั้น แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้น ครั้งที่แล้ว ที่ท่านมาชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎรมีการคงถ้อยคำบางอย่าง มีการปรับแก้ถ้อยคำบางอย่าง แต่ไม่ใช่การตัดในมาตรา ๓ ที่มีการเพิ่มมาตรา ๔/๑ แต่วันนี้ท่านกลับไปตัดออกครับ ท่านกลับไปตัดออกโดยครั้งที่แล้วกรณีแบบนี้นั้นเรารับหลักการมาชัดเจน ท่านอย่าเอา ข้อยกเว้นขึ้นมาเป็นหลักการครับ ท่านอาจจะมีคำตอบว่ากรณีแบบนี้ทำได้ ทำได้ก็คือการ ไปเขียนเป็นข้อสังเกต แล้วสภาถ้าผ่านข้อสังเกตก็ถือว่าตรงนั้นยอมรับการตัดหลักการ ดังกล่าว แต่ท่านอย่าลืมลำดับความสำคัญนะครับ ขณะนี้กำลังลงมติมาตราแรกเลย ถ้ามาตรานี้เกิดท่านธีรัจชัยชนะ เกิดท่านสุเทพ อู่อ้น ชนะ แล้วตกลงข้อสังเกตเราผ่านได้ หรือครับ เพราะข้อสังเกตบอกให้ไปตัดหลักการในข้อ ๑ ออก ผมคิดว่าต้องยืนยันครับว่า เราไม่อาจพิจารณาไปถึงข้อสังเกตได้ถ้าท่านตัดหลักการตรงนี้ออกตั้งแต่ต้น ทั้งที่ข้อบังคับ เขียนชัดเจนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกรณีข้อ ๑๒๐ หรือข้อ ๑๒๕ ที่บอกว่าแก้ไขเพิ่มเติม ตัดทอนดังกล่าว แต่ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งพระราชบัญญัตินั้น นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ
ประการที่ ๓ ที่ ณ ขณะนี้เรากำลังพิจารณาคือเรากำลังพูดถึงคนเกือบ ๑ ล้านคน ท่านประธานครับ เราประชุมกันครั้งแรกที่ทีโอที พวกผมเป็นสมาชิกใหม่ครับ ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ท่านสุเทพ อู่อ้น ท่านวรรณวิภา ไม้สน ท่านทำงานกับปีกแรงงาน ทำงานกับพี่น้องประชาชน เราไปเจอแม่บ้านที่ทีโอที เราไปเจอที่เป็นแม่บ้านที่มาทำงานให้ สภาผู้แทนราษฎร เราถามเขาแบบคนธรรมดาคุยกันครับว่าเขาเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ หรือไม่ เข้าไม่ถึงสิทธิการลา เข้าไม่ถึงสิทธิที่จะได้รับการดูแล เข้าไม่ถึงสิทธิและสวัสดิการในอนาคต ทั้งที่เขาต่างใช้แรงงานเหมือนกับพวกเรา พวกเราเองยังมีกองทุน ข้าราชการกองทุนรัฐสภา เป็นผู้ดูแล ตอนนี้มาเปิด Booth อยู่ข้างล่าง มีกองทุน กบข. กองทุนต่าง ๆ แล้วตกลง ความเท่ากันของพี่น้องประชาชนคนที่ใช้แรงงานมันอยู่ตรงไหน กฎหมายทั้งหมดคนเป็น คนเขียนขึ้นมาครับ ผมเรียนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็เข้าใจครับ จ้างทำของก็คือ จ้างทำของ แต่อันนี้จ้างคนมันจะกลายเป็นจ้างทำของได้อย่างไร พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ ระเบียบมติ ครม. ที่พูดกันทั้งหมด คนไม่ใช่หรือครับที่เขียน แต่ทำไมเราถึงมองเขาเป็นสิ่งของ มองเขาเป็นบริการมากกว่าสิทธิที่เขาพึงได้รับ ผมคิดว่า ไม่อาจรับกับการตัดกรณีมาตรา ๓ ที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔/๑ ได้ นั่นเป็นประการที่ ๓
ประการที่ ๔ ผมอยากจะนำเรียนย้ำนะครับ ท่านประธานครับ กรณีของ ข้อสังเกตชัดเจนครับว่าท่านอาจจะบอกว่าข้อสังเกตมันมีการแก้ไข ธรรมเนียมเคยมีการบอก มาก่อนว่าใด ๆ จะตัดหลักการได้ให้ไปเขียนแก้เป็นข้อสังเกต ท่านอาจจะเคยชินกับการ ร่างกฎหมายในแบบบางอย่าง พวกผมก็ไม่ได้ติดใจขนาดนั้น แต่ในกรณีถ้าร่างนี้ไม่มีร่างของ คณะรัฐมนตรี เป็นร่าง สส. อย่างเดียว แล้วพวกเราเป็นคนรับหลักการ แล้วท่านยังไม่ได้ถาม พวกผมเลยว่าผมเปลี่ยนใจกับการหลักการนั้นแล้วท่านจะใช้ข้อสังเกตมาปิดปากพวกผมได้ อย่างไร ฉะนั้นผมคิดว่านี่เป็นประเด็นสำคัญที่คงต้องให้เวลาหรือกระบวนการในการทบทวน ผมไม่อยากจะเสียโอกาสครับ เพราะเรากำลังจะพูดถึงวันลาคลอดของพี่น้องแรงงาน อีกจำนวนมากที่เขารอขยับจาก ๙๘ วัน เป็น ๑๒๐ วัน เป็น ๑๘๐ วันก็คงอยู่ที่สภา แต่เบื้องต้นในเมื่อข้อกฎหมายมันเป็นอย่างนี้ ระเบียบมันเป็นอย่างนี้ ข้อสังเกตมันอยู่หลัง หลักการที่เราไปตัดออก อย่างนี้จะให้พวกผมรับได้อย่างไร นั่นเป็นประการที่ ๔ ครับ
ประการที่ ๕ ท่านประธานพูดเองครับ ในฐานะสมาชิกพวกผมมีสิทธิท้วงติง ผมเจอท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ผมถามท่านธีรัจชัยประโยคแรกเลยว่า เขาเชิญท่านไปให้ข้อมูล ตอนที่ท่านเป็นผู้แปรญัตติไว้หรือไม่ ท่านธีรัจชัยไม่ทราบ ตกลงวันที่ท่านประชุมกันใครเป็น คนวินิจฉัยหรือบอกว่าไม่จำเป็นต้องเชิญท่านธีรัจชัย เพราะว่าถ้อยคำมันเปลี่ยนครับ ถ้อยคำ มันเปลี่ยนก็ต้องเอาท่านธีรัจชัยมาชี้แจงว่ารับได้ ไม่ได้ ถ้าท่านธีรัจชัยไม่ติดใจนั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในกรณีแบบนี้เป็นไปไม่ได้ครับ ผมพิจารณากฎหมายชาติพันธุ์ที่ท่านประธานกรุณาให้ กลับไป พวกผมก็เชิญผู้แปรญัตติ ถึงแม้ท่านบอกท่านไม่ติดใจ ผมก็ต้องทำหนังสือเชิญ ท่านมา เพราะเราต้องทำให้ถูกต้องตามธรรมเนียมข้อปฏิบัติ และท้ายที่สุดจะช้าก็อาจจะช้า ไปอีกนิดเดียว แต่ผมคิดว่านี่เรากำลังพูดถึงสิทธิของคนซึ่งต้องใหญ่กว่ากฎหมาย แล้วนี่คือ สิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดที่ทุกคนควรได้รับ ผมไม่อาจเห็นด้วยกับการตัดถ้อยคำในกรณีมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไขมาตรา ๔ และถ้าเป็นไปได้ท่านรับกลับไปทำใหม่ครับ เว้นแต่ท่านจะยืนยันรับ ข้อสงวนของเพื่อนสมาชิกบางท่านให้ใส่เข้าไปในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ