ธีรัจชัย อภิปรายร่างกฎหมายลูกจ้างเหมาฯ ชี้ตัดสิทธิทำลายหลักนิติธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ธีรัจชัย พันธุมาศ อภิปรายเรื่องร่างกฎหมายคุ้มครองลูกจ้างเหมาภาครัฐ โดยชี้ให้เห็นปัญหาความไม่มั่นคงและขาดสิทธิประโยชน์ของพนักงานกลุ่มนี้ รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์การตัดมาตรา ๔/๑ ออกไปว่าเป็นการปัดความรับผิดชอบที่ไม่เป็นธรรม ธีรัจชัย พันธุมาศ ชี้ว่าการตัดหลักการและบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิคุ้มครองแรงงานในสัญญาจ้างเหมาบริการออกเป็นการทำลายกฎหมายเดิม ขัดต่อหลักนิติธรรม และเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรรับร่างแก้ไขใหม่โดยคงหลักการเดิมไว้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อลูกจ้าง ธีรัจชัย พันธุมาศ เสนอให้แก้ไขระเบียบกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเรียกร้องให้คุ้มครองลูกจ้างเหมาภาครัฐเทียบเท่ากฎหมายแรงงาน และคัดค้านร่างของกรรมาธิการที่อาจทำให้เสียประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง ขออนุญาตอภิปรายในฐานะผู้แปรญัตติและสงวนคำแปรญัตติ ท่านประธานครับ ในกรณีที่คณะกรรมาธิการได้กรุณานำร่างกลับเข้าไปแล้วก็ตัดในส่วนของตัวร่างมาตรา ๔/๑ ออกไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากนะครับ มาตรา ๔/๑ คือการคุ้มครองลูกจ้างเหมาภาครัฐ ซึ่งในที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๑ มันมีปัญหาเรื่องนี้มาตลอด คือเรื่องของ การปฏิรูประบบราชการ มติ ครม. กำหนดออกมาให้ส่วนราชการยุบตำแหน่งลูกจ้างประจำ หมวดแรงงาน และถ่ายโอนไปให้เอกชนดูแลและดำเนินการแทน เพื่อปรับลดอัตรากำลัง จากนั้นในปี ๒๕๔๘ กรมบัญชีกลางได้มีหนังสือแจ้งเวียนให้ส่วนราชการทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการจ้างเอกชนให้ดำเนินงานของราชการไม่ถือเป็นลูกจ้างของส่วนราชการและไม่ ถือเป็นการจ้างแรงงาน ส่วนราชการและเอกชนที่มีฐานะเป็นนายจ้าง ลูกจ้าง จึงไม่ต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายประกันสังคม ทั้งนี้แม้ว่าวิธีการนี้จะเป็น การดำเนินการเพื่อปรับลดงบประมาณ แต่ก็เป็นการลดทอนสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่ลูกจ้าง ควรจะได้รับ พนักงานจ้างเหมาเป็นลูกจ้างโครงการทำสัญญาแบบจ้างทำของเป็นการ จ้างเหมา ซึ่งหากครบสัญญาก็ไม่ได้รับงบประมาณไม่สามารถจ้างต่อได้ พนักงานเหล่านี้ ไม่มีความมั่นคง ไม่มีสิทธิประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าป่วยไม่สามารถลาได้ วันลา วันหยุดไม่มี พ้นตำแหน่งไปแล้วไม่มีหลักประกันอะไรเลย ขาดงานไม่ได้รับเงินค่าตอบแทน ไม่อยู่ในฐานะ นายจ้าง ลูกจ้างหน่วยราชการ ลูกจ้างกลุ่มนี้มีจำนวนประมาณเกือบล้านคน ท่านประธานครับ การที่ตัดออกไปมันเป็นเรื่องของการสูญเปล่าทางนิติบัญญัติ ลูกจ้างเหมาภาครัฐซึ่งได้รับ ความทุกข์ทรมานต่ำกว่ามนุษย์นะครับ เหตุผลที่การตัดบอกว่าควรจะไปให้กรมบัญชีกลาง ให้กระทรวงการคลังนั้นไปแก้ไข พ.ร.บ. ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ไปแก้ไขรูปแบบสัญญาจ้างให้เป็นธรรม ไม่ทราบว่าท่านคิดได้อย่างไร สิ่งที่เป็นจ้างแรงงานทุกคนที่จ้างเหมางานเกือบล้านคนก็คือมนุษย์ มนุษย์ทุกคนในประเทศนี้ ทำไมการจ้างเหมางานนั้นไม่เท่ากันนะครับ ลูกจ้างเอกชนมีสวัสดิการ มีการจ้าง มีสิทธิ ลาป่วย มีเกษียณ มีเงินประกันต่าง ๆ ได้ ทำไมลูกจ้างเหมางานไม่มีครับ นี่เรากำลังจะปัด ความรับผิดชอบ เมื่อวานประชุมวิปฝ่ายค้านผมถามทางกฤษฎีกาซึ่งเป็นคนที่เสนอแปรญัตติ ที่ออกไป ผมถามว่าแล้วจะไปแก้ระเบียบอะไร มาตราอะไร ท่านตอบไม่ได้ ท่านโยนไปว่า ต้องอยู่ที่กรมบัญชีกลาง ขนาดจะปัดไปแล้วยังไม่รู้จะแก้อะไรเลย แล้วอย่างนี้คนที่เป็นมนุษย์ ลูกจ้างเหมาภาครัฐจะมีที่พึงได้อย่างไรเสียเวลามา ๗ ๘ เดือน ๙ เดือน มันไม่ได้อะไรเลย ใช่ไหมครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ เรามาดูตรงนี้นิดหนึ่งนะครับ ผมได้มีการแปรญัตติ ไว้ก็คือมาตรา ๔/๑ ขออนุญาตอ่านเพื่อบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ไว้ว่าผมแก้อย่างไร แล้วมันเป็นประโยชน์อย่างไร ในกรณีที่ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการ ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ องค์การมหาชน องค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หน่วยงานธุรการของศาล มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หน่วยงานสังกัดรัฐสภาหรือในกำกับของรัฐสภา หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานของรัฐ ตามที่กฎหมายกำหนด ได้ทำการจ้างบุคคลธรรมดาให้มาทำงานในลักษณะจ้างเหมาบริการ หรือในลักษณะเดียวกัน โดยจ่ายค่าตอบแทนทำงานสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติ เป็นรายวัน รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น และหน่วยราชการดังกล่าวเป็นผู้ควบคุม กำกับ และดูแลการทำงานของบุคคลที่มาทำงาน ให้หน่วยงานที่จ้างดำเนินการให้บุคคลดังกล่าว ได้รับค่าตอบแทนการทำงาน มีวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อน ประจำปี วันลาป่วย วันลาคลอด วันและเวลาการทำงาน และเวลาพักได้ไม่น้อยกว่าตามสิทธิ ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ในกฎกระทรวง วรรคสอง ให้นำหลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกรณีนิติบุคคลที่ประกอบ กิจการในลักษณะจ้างเหมาบริการหรือลักษณะเดียวกันที่รับจ้างหน่วยงานตามวรรคหนึ่งด้วย วรรคสาม บรรดาคดีที่เกิดจากข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน ผู้ว่าจ้าง หรือบุคคล หรือนิติบุคคล จ้างผู้รับจ้างอันเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง หรือบรรดาวรรคสองแล้วแต่กรณี ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงาน นี่คือสิ่งที่หลวง กำหนดนะครับ ถามว่ามันขัดต่อกฎหมายตรงไหน มันเป็นการเขียนไว้ประกันสิทธิของลูกจ้าง เหมางานภาครัฐซึ่งเป็นการจ้างทำของ ถ้ามีสิ่งที่ผมได้สงวนไว้ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ฉบับนี้ กระทรวงการคลังตามที่ท่านได้มีการตั้งข้อสังเกตเขาก็ต้องไปแก้ระเบียบการจัดซื้อ จัดจ้างพัสดุภาครัฐให้ไม่ต่ำกว่ากฎหมายแรงงาน ในสัญญาจ้างเหมางานก็ต้องปรับรูปแบบให้ ไม่ต่ำกว่ากฎหมายแรงงาน มีวันลา วันลาหยุด ลาป่วย ลาคลอด และกรณีอื่น ๆ ตามที่ได้ สงวนไว้ ตามกฎเกณฑ์ไม่ได้ขัดต่อกฎหมายอะไรเลย แล้วไปตัดออกทำไมครับ ท่านไม่ได้เห็น มนุษย์เป็นมนุษย์หรือครับ ท่านแก้กฎหมายเพื่อกฎหมายใช่ไหมครับ แต่ไม่ใช่แก้กฎหมาย เพื่อแก้ไขความเท่าเทียมของมนุษย์ในประเทศนี้ ไปตัดเพื่อ ร่างแล้วเสียหายอะไร ประเด็น ข้อโต้แย้งบอกว่าในส่วนของมาตรา ๔ อาจจะมีข้อยกเว้นไม่ให้ใช้แก่หน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น หรืออื่น ๆ มีข้อติ่งอยู่นิดหนึ่งว่าไม่ได้แก้มา แต่ที่สำคัญเราไปดูใน หลักการของท่านวรรณวิภา ไม้สน ท่านระบุไว้ชัดว่าให้แก้มาตรา ๔ ด้วย อย่างนี้ถ้าเกิดจะแก้ จริง ๆ จะปรับจริง ๆ ก็ปรับแก้มาตรา ๔ ตัดในส่วนนี้ออกไปครับ แล้วให้มาตรา ๔/๑ นี้ ใช้บังคับได้ มันจะไม่ดีกว่าหรือ กับในขณะนี้ท่านแก้มาโดยตัดหลักการซึ่งสภาแห่งนี้รับรอง ไปด้วย ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๙ ของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้กรรมาธิการ พิจารณาตามวาระที่รับหลักการมา แต่ท่านไปตัดหลักการออกด้วย ตัดตัวบทออกด้วย หลักการแต่ละเรื่องมันเหมือนกฎหมายแต่ละฉบับ หลักการเรื่องจ้างเหมางานก็เหมือนกฎหมาย ๑ ฉบับ เท่ากับท่านทำลายกฎหมายฉบับนี้ ทั้งฉบับออกไป และเสียเปล่าทางนิติบัญญัติ และต้องการปฏิเสธไม่คุ้มครองลูกจ้างเหมา ของรัฐใช่หรือไม่ มันเกิดประโยชน์อะไรการตัดออกแบบนี้ ที่สำคัญผมเองเป็นสมาชิกที่ แปรญัตติและสงวนคำแปรญัตติ วันที่ท่านประชุมแล้วไปปรับปรุงแล้วจะตัดเรื่องนี้ออกมา เอาเรื่องกลับจากสภาไปนะครับ ไม่เคยมีหนังสือเชิญผมหรือมีเลขาเชิญผมเข้าไปพิจารณา และโต้แย้งเลย ไปคุยมุบมิบกันไม่กี่คน แล้วออกมาแบบนี้ ถามว่าท่านทำเพื่ออะไร แก้กฎหมาย เป็นกฎหมายหรือ ทั้งที่การไม่ตัด ไม่ตัดหลักการออก การแก้ไขสามารถแก้มาตรา ๔ ปรับให้ เข้าได้ ไม่ขัดอะไรเลย ท่านไม่ทำ เลือกที่จะตัดหลักการออกด้วย แล้วก็ตัดกฎหมายออกด้วย สูญเปล่าและไปโยน ไม่รู้เลยว่าจะแก้อะไรเมื่อวานผมถามนะครับ ท่านกฤษฎีกาตอบไม่ได้ จะไปแก้ตรงไหน ระเบียบอะไร นี่คือการเตะออก ความรับผิดชอบอยู่ไหนครับ รับผิดชอบต่อ ประชาชน รับผิดชอบปัญหาของคนล้านคนไปไหน ผมเรียนแบบนี้ ผมเสนออย่างนี้นะครับ ๒ กรณี คือ ๑. ท่านรับไปใหม่ได้ไหมครับ กลับไปอีกครั้งหนึ่งไปปรับปรุงใหม่ เอาร่างนี้กลับ ขึ้นมา จะใช้ร่างท่านวรศิษฎ์ที่เคยแก้ไขมาครั้งที่แล้วผมไม่ขัดข้องนะครับ เอาเข้ามาแล้วแก้ ขึ้นไป จะใช้ที่แปรญัตติของผมก็ไม่ขัดข้อง เอาเข้ามาใหม่ หลักการที่ใส่ไว้ร่างของท่านวรศิษฎ์ คงไว้เหมือนเดิม แก้มาตรา ๑ ไม่ต้องไปตัดออก ท่านวรรณวิภา ไม้สน ให้แก้มาตรา ๔ ไปตัด มาตรา ๔ กลับมา ไม่ขัดต่อข้อบังคับใด ๆ เลยครับ เพราะหลักการเรารับทั้ง ๒ ร่างขึ้นมา และเรื่องอย่างนี้เป็นหลักประกัน แล้วเมื่อกฎหมายฉบับนี้ร่างใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ขึ้นมาแล้ว ลูกจ้างเหมาภาครัฐผ่านออกมาได้รับการคุ้มครองทันที การจ้างเหมาภาครัฐนั้น จะจ้างแบบอื่นไม่ได้อีกแล้ว

ถัดมาเมื่อมีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติบอกแล้วนะครับ ระดับระเบียบ พ.ร.บ. ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่กระทรวงการคลังจะต้องไป แก้ไขระเบียบ จะต้องแก้ไขไม่ต่ำกว่ากฎหมายแรงงาน ลูกจ้างเหมาภาครัฐได้รับการคุ้มครอง ทันที ไม่ดีกว่าหรือครับ ผมขอร้องท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ได้โปรดกรุณาไม่เห็นด้วยกับทาง กรรมาธิการถ้าจำเป็นต้องลงมติ แล้วเห็นด้วยกับตามร่างของผมที่แก้ขึ้นมาให้ตัดออก แล้วก็ เอาแปรญัตติของผม ก็จะกลับมาเหมือนเดิมแล้วเป็นร่างที่ของผมเข้ามา แต่ถ้าเกิดว่าท่าน กรรมาธิการจะรับไปปรับใหม่ ทำให้ถูกต้อง เชิญผมเข้าไปพิจารณาด้วยจะได้ให้เหตุผล อย่างละเอียดและรอบคอบกว่านี้ นี่ทำไม่รอบคอบเลยและเสียประโยชน์ต่อลูกจ้างเหมา ภาครัฐเป็นล้านคน ขอฝากด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ