สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล หารือเรื่องการบริหารจัดการน้ำประปาและน้ำบาดาล โดยเน้นย้ำปัญหาน้ำประปาที่มีสีขุ่นในจังหวัดนครปฐม และเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแก้ไขปัญหาน้ำประปาและปรับปรุงระบบการจัดการน้ำ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำสะอาดดื่มได้ภายใน 10 ปี

นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรคประชาชน ผู้แทนจากพี่น้องชาวสามพราน วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติเรื่องการบริหารจัดการและแนวทางการแก้ไขปัญหา น้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ โดยรายงานฉบับนี้ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับกรณีศึกษา น้ำประปาดื่มได้ที่เทศบาลตำบลอาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเมื่อถ้าเรา Scan QR Code เข้าไปแล้วจะเห็นได้ว่ามีเนื้อหามากถึง ๑๓๒ หน้าด้วยกัน ทำให้ผมนั้นย้อนนึกถึงเหตุการณ์ เมื่อวันพุธที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ที่คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้กลับเข้าสู่รัฐสภาอีกครั้ง ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนกว่า ๘๐,๐๐๐ คน เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๔ ฉบับปลดล็อกท้องถิ่น เพื่อกระจายอำนาจคืนสู่ประชาชนและปฏิรูประบบราชการ รวมศูนย์ ในวันนั้นคุณธนาธรได้เริ่มต้นการอภิปรายด้วยการโชว์น้ำประปาแบบนี้เลยครับ แต่น่าเสียดายว่าในวันนั้นสีของน้ำไม่ใช่สีแบบนี้ ในวันนั้นน้ำประปาเป็นสีขุ่นจากจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมกับอธิบายว่าปัญหาของพื้นที่นี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขและชวนตั้งคำถามว่าทำไม คนกรุงเทพฯ ถึงมีสิทธิเข้าถึงน้ำประปาที่ใสสะอาดได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่ คนต่างจังหวัดกลับไม่เคยได้รับสิทธินั้น เมื่อพูดถึงคนต่างจังหวัด จังหวัดแรกที่ผมนึกถึงเลย คือจังหวัดนครปฐมบ้านเกิดของกระผมเอง เนื่องจากในช่วงเวลา ๑ ปีที่ผ่านมาพื้นที่ จังหวัดนครปฐมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่น้ำประปามีสีขุ่นมาก หลายหลังคาเรือนในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในเขตอำเภอสามพราน อำเภอบางเลน หรือแม้กระทั่งในเขตพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างในเขตเทศบาลนครนครปฐม ย้ำอีกครั้งนะครับ เขตเทศบาลนครนครปฐม พอเวลาเกิดน้ำขุ่นจะมีทั้งกลิ่น มีทั้งฟอง แล้วก็มีตะกอนตกค้าง บางรายแพ้น้ำผื่นขึ้นเต็มขา อาบน้ำแล้วเกิดอาการคัน สระผมก็เกาจนเป็นแผล จนมีคำถาม จากพี่น้องชาวนครปฐมฝากมาถึงสภาฝากมาถึงสภาแห่งนี้ว่านี่น้ำประปาหรือน้ำคลองกันแน่ วันนี้ผมจึงมีข้อเสนอฝากไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองโดยเฉพาะรัฐบาลกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำว่าในขณะนี้ เรากำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการบริหารจัดการน้ำอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ การขยายตัวของชุมชนเมือง การเพิ่มขึ้นของพื้นที่ อุตสาหกรรม และการใช้สารเคมีในภาคการเกษตรซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อทั้งปริมาณ และคุณภาพของน้ำ ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคนั้นยังคงมีแนวโน้ม ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากเหตุผลดังกล่าวนี้เมื่อปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาผมจึงได้เคยหาเสียงเรื่องนโยบาย น้ำประปาดื่มได้ทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นหนึ่งในชุด ๓๐๐ นโยบายเปลี่ยนประเทศของพรรคก้าวไกล ณ เวลานั้น ว่าถ้าหากเราได้เป็นรัฐบาลจะออกกฎหมายควบคุมมาตรฐานคุณภาพน้ำประปา และปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำประปาทั่วประเทศ พร้อมทั้งอุดหนุนงบประมาณเป็นแผนระยะ ยาวถึง ๘ ปีด้วยกัน โดยวางเป้าหมายที่จะให้พี่น้องประชาชนสามารถดื่มน้ำสะอาดจากก๊อกน้ำ ได้ภายในระยะเวลา ๑๐ ปีนับแต่วันที่เราเป็นรัฐบาล วันนี้ผมจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะ เชิงนโยบายของรายงานฉบับนี้ที่ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอมา ที่ได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการกำกับกิจการประปาเพื่อกำหนดมาตรฐานและกำกับดูแลการให้บริการพร้อมทั้ง ปรับปรุงระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารกิจการและการบำรุงรักษา ระบบประปาหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๔๘ และจัดตั้งหน่วยซ่อมเคลื่อนที่เร็ว และหน่วยตรวจสอบ คุณภาพในภาพรวมของประเทศ อีกทั้งสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการบริหารจัดการระบบประปา รวมถึงกำหนดแผนการพัฒนาระบบประปาเป็น ๔ ระดับ ดังนี้ครับ

ระดับที่ ๑ พัฒนาให้มีระบบประปาสำหรับพื้นที่ที่ยังไม่มี

ระดับที่ ๒ ซ่อมบำรุงรักษาระบบประปาที่มีอยู่ให้สามารถใช้งานได้

ระดับที่ ๓ พัฒนาให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพระดับน้ำประปาหมู่บ้าน

ระดับที่ ๔ ยกระดับให้เป็นน้ำประปาดื่มได้

หากดำเนินการตามข้อเสนอแนะดังกล่าวแล้วผมมั่นใจว่าจะสามารถช่วยยกระดับ คุณภาพการให้บริการน้ำประปาของประเทศไทย และนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืนด้านการบริหารจัดการน้ำได้อย่างแน่นอน จากทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานี้ผมจึงเห็นด้วย กับรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับท่านประธาน