จิรเมธ ช้างคล่อม สรุปประเด็นรายงานเรื่องระบบประปา โดยเน้นปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำดิบและคุณภาพน้ำที่ไม่ได้มาตรฐาน เสนอแนวทางเพิ่มการสำรวจและขุดเจาะน้ำบาดาลร่วมกับภาคเอกชน รวมถึงให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จิรเมธ ช้างคล่อม ระบุปัญหาคุณภาพน้ำดิบจากการสุ่มตรวจไม่เพียงพอและเสนอแนวทางแก้ไข รวมถึงชี้แจงปัญหาการปนเปื้อนในบ่อบาดาลและการรุกล้ำค่าความเค็มของ กปน. พร้อมเสนอมาตรการเร่งด่วนในการปรับปรุงระบบให้มีความยั่งยืน จิรเมธ ช้างคล่อม ระบุปัญหาขาดแคลนและคุณภาพน้ำดิบที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงเสนอให้ สทนช. วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำ และคู่มือการขออนุญาตเจาะน้ำบาดาล โดยเน้นย้ำถึงปัญหากระบวนการผลิตประปาที่ไม่ได้มาตรฐาน การตรวจสอบที่น้อยเกินไป และการขาดแคลนบุคลากร จึงเสนอให้ทำแบบสอบถามสำรวจสถานะระบบประปาทั่วประเทศเพื่อนำไปสู่การแก้ไข จิรเมธ ช้างคล่อม เสนอแนวทางแก้ไขระบบประปาโดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจสถานะและเพิ่มงบประมาณตรวจคุณภาพน้ำภาคสนาม กำหนดเป้าหมายพัฒนาคุณภาพน้ำให้ได้ภายใน ๓ ปี และเรียกร้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบชัดเจนพร้อมตราข้อบัญญัติท้องถิ่น จิรเมธ ช้างคล่อม เสนอจัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการประปา เพื่อกำหนดเกณฑ์แรงดันน้ำ ค่าน้ำต้นทุน และดัชนี ILI เพื่อแก้ปัญหาท่อแตกรั่ว โดยเสนอให้ขยายระยะเวลาประกันงานวางท่อจาก ๒ ปีเป็น ๕ หรือ ๑๐ ปี และปรับปรุงมาตรฐานการออกแบบระบบประปา จิรเมธ ช้างคล่อม เสนอปัญหาเรื่องน้ำสูญเสียในระบบประปาไทย โดยชี้ว่าเกณฑ์การวัดแบบเดิมไม่สะท้อนความรุนแรงจริงเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล จึงเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาใช้เกณฑ์ใหม่ จิรเมธ ช้างคล่อม เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำประปาโดยกำหนดเกณฑ์สากล จัดตั้งทีมสำรวจท่อรั่วและจัดทำสมดุลน้ำ พร้อมเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการประปาเพื่อควบคุมมาตรฐานคุณภาพและการให้บริการอย่างทั่วถึง จิรเมธ ช้างคล่อม เสนอแก้ไขกฎเกณฑ์มาตรฐานแรงดันน้ำและเกณฑ์ประเมินน้ำสูญเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเสนอจัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการประปาที่เป็นอิสระเพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลอย่างบูรณาการโดยมอบหมายให้ สทนช. ทำหน้าที่เป็น
กราบเรียนท่านประธาน ผม จิรเมธ ช้างคล่อม เป็นอนุกรรมาธิการ แล้วก็เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรม ทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผมจะสรุปประเด็นที่ศึกษารายงานในเล่มรายงาน ฉบับนี้ สำหรับในเล่มรายงานฉบับนี้ ขึ้นสไลด์ได้เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
อย่างที่ท่านประธานบอก เมื่อสักครู่ว่า เราจะแบ่งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบประปาออกเป็น ๒ กลุ่ม ก็คือเป็นปัญหา ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำดิบ แล้วก็เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบผลิตและโครงข่ายประปา เราจะมาพูดถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำดิบก่อนนะครับ สำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้อง กับแหล่งน้ำดิบ ในเล่มรายงานนี้เราจะทำภาพรวม แล้วหัวข้อต่อไป ๑.๒ จะเป็นปัญหา เรื่องการขาดแคลนแหล่งน้ำดิบ ปัญหาคุณภาพของแหล่งน้ำดิบ แล้วก็ปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำดิบ
ปัญหาแรกที่จะพูดถึงเป็นปัญหาเรื่องการขาดแคลนแหล่งน้ำดิบ จากกราฟ ที่ทุกท่านเห็นจะเห็นว่าปริมาณการใช้น้ำบาดาลปัจจุบันของเรามีน้อย ก็คือจริง ๆ แล้ว หลังจากที่ทางคณะอนุกรรมาธิการได้ศึกษามาเราพบว่าน้ำบาดาลเป็นทางออกของ การขาดแคลนแหล่งน้ำดิบเพื่อการอุปโภคบริโภคที่ดีมาก ๆ แต่จะเห็นว่าสัดส่วนในการใช้ น้ำบาดาลนี้มีน้อยมาก ๆ แต่ละปีก็คือมีการใช้น้ำบาดาลน้อยกว่าที่มีเยอะ ดังนั้นแนวทาง แก้ไขเราก็เลยเสนอให้เพิ่มการสำรวจแล้วก็ขุดเจาะน้ำบาดาล โดยการที่ให้ภาคเอกชน หรือองค์กรอื่น ๆ ช่วยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในการสำรวจ เพราะว่าปัจจุบันนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลไม่สามารถดำเนินการขุดเจาะน้ำบาดาลตามคำร้องขอได้ครับ เท่าที่ทราบมาจากการศึกษาในคณะอนุกรรมาธิการนะครับ ปัจจุบันมีคำขอบ่อน้ำบาดาล ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คำขอ แต่ว่าเราขุดได้ ๒๐๐-๓๐๐ คำขอต่อปีนะครับ
แล้วประเด็นถัดมา ก็คือจะให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณ เพิ่มเติมให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล แล้วก็สำหรับเรื่องของการสำรวจแหล่งน้ำผิวดินครับ เราเสนอให้มีการสำรวจแหล่งน้ำผิวดินเพื่อการผลิตประปามากขึ้นครับ สไลด์ถัดไปครับ
สำหรับปัญหาถัดไป เรื่องปัญหาคุณภาพแหล่งน้ำดิบ เราพบว่าการสุ่มตรวจ คุณภาพแหล่งน้ำดิบมีไม่เพียงพอครับ ปัจจุบันในประเทศไทยมีระบบประปามากกว่า ๖๙,๐๐๐ แห่ง แต่ว่ามีการสุ่มตรวจประมาณไม่ถึง ๑,๐๐๐ แห่งต่อปีครับ ก็จะมีแนวทาง แก้ไขคือเราจะให้หน่วยงานบริหารกิจการประปาต้องตั้งงบประมาณสนับสนุนการตรวจ คุณภาพน้ำดิบ แล้วก็ให้หน่วยงานบริหารกิจการประปาตรวจวัดความขุ่นโดยที่จะตรวจวัด ทุก ๆ ๑ เดือนด้วยเครื่องมือตรวจวัดความขุ่นอย่างง่าย แล้วก็จะให้มีการตรวจวัดคุณภาพ น้ำดิบในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานประมาณปีละ ๑ ครั้ง โดยที่อาจมีการกำหนด เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการตรวจแล้วก็อาจจะมีการกำหนดบทลงโทษหากไม่ส่งตรวจครับ
ปัญหาถัดไปเป็นปัญหาเรื่องคุณภาพของแหล่งน้ำดิบ สำหรับเรื่องน้ำบาดาล จะเป็นเรื่องบ่อบาดาลได้รับการปนเปื้อนในพื้นที่ที่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ที่จริงมีปัญหา หลายพื้นที่ครับ แต่ว่าที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนมี ๖ พื้นที่ที่แสดงในสไลด์นะครับ ส่วนใหญ่ปัญหาการปนเปื้อนจะมาจากการปนเปื้อนจากบ่อขยะ การปนเปื้อนโลหะหนัก แล้วก็การปนเปื้อนของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ในส่วนแนวทางแก้ไขเรื่องของ การปนเปื้อนเราจะให้รัฐบาลจัดหาแหล่งน้ำดิบทดแทนโดยด่วน แล้วก็ให้ทบทวนวิธีการ ชดเชยค่าเสียโอกาสจากการใช้น้ำจากบ่อบาดาลไม่ได้ แล้วก็ให้กำหนดมาตรฐานกรณี ที่การขุดเจาะน้ำบาดาลแล้วทำให้บ่อบาดาลปนเปื้อนครับ
ส่วนปัญหาถัดไปนะครับ เป็นปัญหาคุณภาพของแหล่งน้ำดิบ อันนี้จะเป็น ปัญหาเฉพาะของการประปานครหลวงที่เราทราบกันดีว่ามีการรุกล้ำของค่าความเค็มในช่วง หน้าแล้งของทุกปีและระบบปัจจุบันไม่สามารถจะกำจัดค่าความเค็มได้ ซึ่งสิ่งที่ทำได้คือ ทำได้แค่ประกาศแจ้งเตือนแล้วก็ศึกษาจุดรับน้ำดิบแห่งใหม่ครับ อย่างไรก็ตามครับ กปน. มีผลการศึกษาอุโมงค์ผันน้ำแล้วเราก็จะให้ สนช. ศึกษาการใช้อุโมงค์ผันน้ำนะครับ โอเคครับ สไลด์ถัดไปครับ
ส่วนปัญหาอื่น ๆ เป็นเรื่องของข้อมูลเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ คือปัจจุบันนี้พื้นที่ ที่ประสบการขาดแหล่งน้ำดิบหรือมีปัญหาในเรื่องคุณภาพแหล่งน้ำดิบ เราไม่มีการนำแผนที่ ศักยภาพน้ำบาดาลมาใช้เราจึงเสนอให้ สทนช. วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำแผนที่ในการพัฒนา แหล่งน้ำขึ้นมาครับ แล้วก็ในส่วนของการใช้พื้นที่เจาะน้ำบาดาลนะครับ ปัญหาคือมี หลายพื้นที่ที่ไม่สามารถจะใช้พื้นที่ขุดเจาะน้ำบาดาลได้ อย่างเช่น พื้นที่ป่าสงวนหรือพื้นที่ ส.ป.ก. ครับ เราก็เลยรวบรวมระเบียบแล้วสุดท้ายจะเสนอไปเป็นคู่มือการอนุมัติแล้วก็คู่มือ การขอใช้พื้นที่จากส่วนราชการครับ
สำหรับประเด็นถัดไปนะครับ เป็นประเด็นเรื่องเกี่ยวกับระบบผลิตและ โครงข่ายประปา ระบบผลิตและโครงข่ายประปาอันนี้จะมีหลายหัวข้อนิดหนึ่ง จะเริ่มตั้งแต่ ปัญหาในเรื่องของกระบวนการผลิต กระบวนการจ่ายน้ำ ปัญหาเรื่องกฎเกณฑ์มาตรฐาน ในระบบประปา ปัญหาเรื่องข้อมูลระบบประปา ปัญหาด้านบุคลากร แล้วก็ปัญหาเรื่องต้นทุน และโครงสร้างราคาครับ
สำหรับปัญหาแรกน่าจะเป็นปัญหาที่ทุกท่านได้พบเจอกันบ่อยที่สุดนะครับ ก็คือเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับกระบวนการผลิตประปาที่ไม่ได้มาตรฐาน เรามีผลการตรวจสอบ คุณภาพของระบบประปาอยู่จาก ๒ หน่วยงานด้วยกันนะครับ จากทางซ้ายมือเป็นภาพของ กรมควบคุมมลพิษและทางขวามือเป็นของกรมอนามัย ปัจจุบันมีปริมาณการตรวจสอบ คุณภาพที่น้อยเกินไปแล้วการตรวจสอบนี้ไม่ได้ระบุที่มาของปัญหานะครับ อย่างไรก็ตาม เราสรุปได้ว่าระบบประปาขาดการดูแลระบบที่ดีแล้วก็ยังไม่ได้มาตรฐาน สไลด์ถัดไปครับ คณะอนุกรรมาธิการจึงได้ดำเนินการทำแบบสอบถามเบื้องต้นสำหรับการสำรวจระบบ ประปาทั่วประเทศแล้วก็ได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารการประปาทั่วประเทศ เราพบว่ามากกว่า ๓๖ เปอร์เซ็นต์จากผู้ที่ตอบแบบสอบถามมาประมาณ ๕,๐๐๐ แห่ง พบมากกว่า ๓ ปัญหา แต่เราจะเห็นได้ว่าปัญหามันมีหลากหลายนะครับ ดังนั้นสำหรับ การจะแก้ไขปัญหาเรื่องพวกนี้ขั้นแรกเราจะต้องทำการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข ปัญหาได้ตรงจุดครับ อนุกรรมาธิการก็เลยได้จัดทำแบบสอบถามเบื้องต้นแล้วก็จะทำ แบบสอบถามสำรวจสถานะของระบบประปาทั่วประเทศครับ ไปที่แนวทางแก้ไขนะครับ
สำหรับแนวทางแก้ไขนะครับ เราก็เลยจะให้ สถ. กปน. หรือ กปภ. สำรวจ สถานะของระบบผลิตประปาทั่วประเทศ โดยที่ใช้แบบสอบถามละเอียดที่ได้จัดทำขึ้น ในคณะอนุกรรมาธิการนี้นะครับ แล้วก็ให้หน่วยงานบริหารประปาตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้น สำหรับการตรวจคุณภาพน้ำประปา ให้หน่วยงานบริหารประปาส่งผลตรวจน้ำด้วยชุดตรวจ ภาคสนามอย่างง่ายของกรมอนามัย แล้วถ้าผ่านเกณฑ์ภายใน ๓ ปี จะต้องส่งตรวจพัฒนา คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ให้ได้ครับ แล้วข้อสุดท้ายให้ อปท. จัดให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ ด้านประปาอย่างชัดเจน แล้วก็ตราข้อบัญญัติท้องถิ่นเกี่ยวกับการบริหารกิจการประปาครับ
ปัญหาถัดไปเป็นปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการผลิต เป็นปัญหาเรื่องน้ำประปา คุณภาพต่ำ เนื่องจากแรงดันในท่อประปาต่ำ ถ้าทุกท่านเห็นกราฟทางซ้ายมือภาพทาง ซ้ายมือจะเป็นเกณฑ์แรงดันของประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ถ้าเกิดว่าเกณฑ์แรงดันต่ำกว่า ๑๔ เมตร เขาถือว่าแรงดันขั้นต่ำเป็นแรงดันต่ำในทุกกรณี ก็คือถือว่าระบบเริ่มจะสูญเสียแล้ว แต่ว่าเรามาดูเทียบกันกับกรอบทางด้านขวาอันนี้ คือเกณฑ์แรงดันเป็นค่าเคพีไอของแรงดันปัจจุบันของการประปานครหลวงเราจะเห็นว่า ไปจนถึงปี ๒๕๗๐ เรามีเป้าหมายแรงดันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ๕ เมตร ก็คือปัจจุบันนี้ การประปานครหลวงมีเกณฑ์แรงดันแต่เกณฑ์นี้อยู่ในระดับต่ำ แล้วก็ในประปาท้องถิ่น หรือประปาหมู่บ้านไม่มีเกณฑ์ครับ ซึ่งแรงดันนี้จะมีปัญหาอย่างไรครับ เนื่องจากถ้าเรามาดู ภาพนี้โดยรวมถ้าเกิดว่าเรามีโรงผลิตประปาที่ได้มาตรฐานแบบภาพทางซ้ายมือในขั้นตอน การขนส่งอาจจะทำให้น้ำผลิตที่ได้คุณภาพเกิดการปนเปื้อนในระบบขนส่ง แล้วก็ทำให้ ประชาชนต้องซื้อถังพักน้ำแล้วก็ระบบปั๊มน้ำเอง ซึ่งปัญหานี้ก็จะทำให้เกิดการปนเปื้อน เพราะว่าการปนเปื้อนส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นที่บ้านเรือนของประชาชนมันเกิดจากภาระ ที่ประชาชนจะต้องทำการซื้อปั๊มและถังพักน้ำเอง ซึ่งประเทศอื่น ๆ ในโลกที่ทำระบบ น้ำประปาดื่มได้ประชาชนจะไม่ต้องแบกรับภาระปัญหาเหล่านี้นะครับ
แนวทางการแก้ไขสำหรับเรื่องนี้เราจะเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ กำกับกิจการประปาครับ เพื่อกำหนดเกณฑ์แรงดันขั้นต่ำในระบบประปาและกำหนดราคา ค่าน้ำต้นทุนจากกระบวนการผลิตที่แท้จริง แล้วก็มีหน้าที่ในการกำหนดเกณฑ์น้ำสูญเสีย แบบสากลอย่าง เช่น ดัชนี ILI
ปัญหาถัดไปเป็นปัญหาเรื่องกระบวนการจ่ายน้ำเป็นปัญหาน้ำไหลอ่อน เนื่องจากท่อแตกรั่ว จากข้อมูลที่ได้รวบรวมมาท่อพีวีซีที่มีการใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย จากข้อมูลเบื้องต้นมีอัตราการแตกสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานในต่างประเทศอยู่ถึง ๓ เท่าตัว แล้วการแตกของท่อบริการทั่วไปสูงกว่ามาตรฐานในต่างประเทศถึง ๑๖ เท่าตัว เราจะเห็นว่า เลขตรงนี้มันไม่ใช่ตัวเลขที่เป็นปกติก็แสดงว่ามันจะต้องมีการควบคุมเกณฑ์ขึ้นมานะครับ ไปที่สไลด์ถัดไปได้เลยครับ
แนวทางแก้ไขเราจะให้คณะรัฐมนตรีมีมติเกี่ยวกับการกำหนดระยะเวลา ที่ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อการชำรุดบกพร่องของการรับเหมาก่อสร้างเฉพาะงานประปา ก็คือเสนอให้ขยายงานประกันงานวางท่อจากปกติ ๒ ปีอาจจะเพิ่มเป็น ๕ ปีหรือ ๑๐ ปีครับ แล้วแนวทางแก้ไขข้อ ๒ เสนอให้มีการพิจารณาปรับปรุงมาตรฐานการออกแบบระบบประปา ทุกชนิด รวมถึงท่อประปาทั้งมาตรฐานงานก่อสร้างแล้วก็มาตรฐานการตรวจรับและการซ่อม บำรุงครับ
ปัญหาถัดไปเป็นปัญหาเรื่องในกระบวนการจ่ายน้ำเป็นปัญหาเรื่องน้ำสูญเสีย ในกราฟทั้ง ๒ แท่ง ในด้านซ้ายจะเป็นการเปรียบเทียบค่าน้ำสูญเสีย ในกรอบสี่เหลี่ยมสีแดง คือระบบประปาที่เป็นระบบประปาเป็นโครงข่ายในประเทศไทยเทียบกับโครงข่ายในประเทศอื่น เราจะเห็นจากกราฟบนว่าถ้าเราใช้ดัชนีตัวชี้วัดน้ำสูญเสียเป็นเปอร์เซ็นต์น้ำสูญเสียหรือเป็น ร้อยละ ดัชนีประปาในประเทศไทยไม่ได้ดูแย่กว่าประเทศอื่นก็คืออาจจะมีระดับที่พอ ๆ กัน แต่จากภาพล่างก็จะเห็นว่าถ้าหากเราใช้เกณฑ์ดัชนีน้ำสูญเสียสากล อย่างเช่น Infrastructure Leakage Index ซึ่งมีการเอา Factor แรงดันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ เราจะเห็นว่ามีพื้นที่ หลาย ๆ พื้นที่ในประเทศไทยที่ค่าสูงกว่าที่ควรจะเป็นสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานไปมาก เพราะฉะนั้นการเลือกเกณฑ์มีผลต่อการเลือกมาก เราก็เลยเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ และพิจารณาเรื่องเกณฑ์ใหม่ครับ
แนวทางแก้ไขก็คือกำหนดเกณฑ์ตั้งเป้าหมายน้ำสูญเสียแบบสากล เช่น ตั้งเกณฑ์ ILI แล้วก็เราจะเสนอให้ สถ. อปท. จัดตั้งทีมสำรวจท่อแตกท่อรั่วแล้วติดตั้งมาตรวัด น้ำประปาแล้วก็จัดทำสมดุลน้ำนะครับ เพราะว่าหลาย ๆ พื้นที่ยังไม่ได้มีการจัดทำสมดุลน้ำ โดยจะให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลแล้วก็มหาวิทยาลัยเป็นผู้สนับสนุนด้านเทคนิค เรื่องถัดมา เป็นปัญหากฎเกณฑ์ในมาตรฐานประปา ประเด็นหลัก ๆ ในเรื่องนี้คือเรื่องเกี่ยวกับหน่วยงาน การกำกับมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการน้ำประปา ก็คือปัจจุบันนี้สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สคร. เป็นผู้กำหนดเกณฑ์สำหรับการประเมินของ กปน. และ กปภ. แต่ว่ายังไม่มีหน่วยงานที่กำกับดูแลเป็นผู้ประเมินกิจการประปาท้องถิ่น แล้วประปาหมู่บ้านครับ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลเฉย ๆ แต่ว่ามีภารกิจ ประกอบด้วยหลายด้าน แต่ว่าเกณฑ์สำหรับกิจการประปาต้องดูบริบทหลายอย่างตั้งแต่ ต้นทุนน้ำ คุณภาพน้ำ มาตรฐานแรงดัน มาตรฐานงานก่อสร้างและการรั่วไหล ซึ่งหน่วยงาน ที่ควบคุมต้องมีความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม ด้านระบบผลิต ด้านระบบจ่ายน้ำ ด้านคุณภาพน้ำและด้านเศรษฐศาสตร์แล้วก็เกณฑ์สำหรับกิจการประปาควรจะต้องแตกต่าง กันออกไปตามแต่ละบริบทของแต่ละพื้นที่ ซึ่งแนวทางแก้ไขของคณะอนุกรรมาธิการเสนอให้ จัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการประปาสอดคล้องกับข้อข้างบนเบื้องต้นเพื่อทำหน้าที่กำกับ มาตรฐานสำหรับกิจการประปาทุกประเภทครับ สไลด์ถัดไปครับ
เรื่องกฎเกณฑ์มาตรฐานนะครับ เราจะเห็นว่าจากทางซ้ายมือ กราฟทาง ซ้ายมือนี้เป็นกราฟของแรงดันขั้นต่ำในประเทศต่าง ๆ ซึ่งเราจะรู้ว่าปัจจุบันนี้เรายังไม่มีเกณฑ์ แรงดันขั้นต่ำเลยซึ่งแรงดันขั้นต่ำในแต่ละประเทศจากที่สำรวจมาคืออย่างต่ำ ๑๔ เมตรขึ้นไป แต่ว่าปัจจุบันนี้เรายังไม่มี ดังนั้นเราจะเสนอให้มีการเปลี่ยนเกณฑ์แรงดันเฉลี่ยในระบบ ท่อประปาเป็นเกณฑ์แรงดันขั้นต่ำในทุกช่วงเวลาหรือที่เรียกว่า Minimum Pressure Criteria ตามมาตรฐานสากลนะครับ ส่วนภาพทางขวาเป็นเกณฑ์ประเมินน้ำสูญเสีย แบบสากลที่เรียกว่า Infrastructure Leakage Index หรือว่า ILI เราจะเสนอให้ใช้เกณฑ์ มาตรฐานนี้ตามมาตรฐานสากลครับ แล้วก็สไลด์ถัดไปนะครับ ปัญหาเรื่องกฎเกณฑ์มาตรฐาน ในระบบประปาเหมือนกัน เลือกเป็นความน่าเชื่อถือของข้อมูลสำหรับการประเมินเคพีไอ ปัจจุบันนี้ข้อมูลที่หน่วยงานประปารายงานต่อ สคร. มาจากหน่วยงานภายในของการประปาเอง แต่ว่าไม่มีหน่วยงานภายนอกเข้าไปตรวจสอบเรื่องความน่าเชื่อถือของการตรวจวัดหรือ การเก็บข้อมูล แนวทางแก้ไขก็คือให้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการประปาโดยที่ คณะกรรมการนี้จะต้องเป็นผู้ที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจการประปาโดยที่ทำหน้าที่กำหนด วิธีการซึ่งได้มาในข้อมูลสำหรับการประเมินเคพีไอ สไลด์ถัดไปครับ
ปัญหาเรื่องข้อมูลระบบประปาและบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ปัจจุบันปัญหาในด้านนี้ก็คือเรายังขาดแคลนการรวบรวมข้อมูลและการบูรณาการข้อมูล แนวทางการแก้ไขคือให้หน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับทำการรวบรวมข้อมูล และให้ สทนช. ทำศูนย์วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาของระบบประปาท้องถิ่นและประปา หมู่บ้านครับ ข้อ ๒. คณะอนุกรรมาธิการได้จัดทำแบบสอบถามเบื้องต้นสำหรับการรวบรวม ข้อมูลประปาโดยที่ในเล่มรายงานนี้จะอยู่ที่ภาคผนวก ค นะครับ โดยอาจจะเพิ่มคำถาม เกี่ยวกับด้านการบริหารกิจการประปาเพิ่มเติมด้วยครับ ถัดไปนะครับ
เรื่องเกี่ยวกับการขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญครับ แนวทางแก้ไขเราเสนอให้ สถ. ได้อบรมความรู้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ในการแก้ไขปัญหาระบบประปาต่าง ๆ โดยที่เราจะต้องกำหนดเคพีไอของการอบรมรวมทั้ง สนับสนุนเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับการแก้ปัญหาให้เพียงพอครับ โดยที่กรมอนามัยและ กรมควบคุมมลพิษ กปน. กปภ. และมหาวิทยาลัยเป็นองค์กรที่ช่วยในการสนับสนุน เรื่องความรู้ครับ ข้อ ๒.๖ ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการต้นทุนและโครงสร้างราคาน้ำประปา ปัญหาเรื่องต้นทุนนะครับ ภาพด้านซ้ายคือตัวอย่างของการจำแนกรายละเอียดของต้นทุน การผลิตประปาของ กปภ. แต่ว่าปัจจุบันนี้การประปาท้องถิ่นหรือประปาหมู่บ้านไม่ได้จัดทำ รายการนี้ ดังนั้นเราไม่รู้ว่าราคาประปาที่มากขึ้นหรือว่าควรจะขายที่ราคาเท่าไรครับ
สำหรับการแก้ปัญหานะครับ เราเสนอให้กรมบัญชีกลางมีการควบคุมราคา สารเคมีที่ใช้ในการผลิตน้ำประปานะครับ ให้ผู้ประกอบกิจการประปาต้องทำบัญชีควบคุม ต้นทุนการผลิต ให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้แก่หน่วยงานที่ประกอบ กิจการประปาแล้วก็ให้มีการทบทวนกฎหมายจัดสรรน้ำ สุดท้ายให้ผู้ดูแลระบบประปาต้องมี ใบอนุญาตและวุฒิรับรองความสามารถครับ