ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ อภิปรายเรื่องผังเมืองและเขตทาง โดยเสนอให้ปรับผังสีให้สอดคล้องกับศักยภาพที่ดินจริง แก้ปัญหาซอยแคบ และส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟผ่านโครงการ TOD พร้อมทั้งชี้ปัญหาการจัดรูปที่ดินไม่สวยงามและข้อมูลสิทธิในการพัฒนาที่ไม่ชัดเจน โดยเสนอให้ปรับปรุงการตัดถนนให้เป็นตั้งฉากเพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ประโยชน์ และพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงขนาดเขตทางกับสิทธิในการพัฒนา ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องสิทธิในผังเมืองโดยเสนอให้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ (Lower Limit) เพื่อกระตุ้นการพัฒนาที่ดิน และเรียกร้องให้มีกลไกชดเชยค่าเสียหายตาม พ.ร.บ. ผังเมือง สำหรับพื้นที่สีเขียวที่ถูกรุณสิทธิ รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านช่องทางดิจิทัล ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ หารือปัญหาที่ดินราชการที่ไม่ได้ระบุในผังเมืองซึ่งกระทบต่อประชาชน และเสนอให้กำหนดพื้นที่ดังกล่าวไว้ในผังเมืองเพื่อสร้างความชัดเจนก่อนการพัฒนา
ท่านประธานครับ ผม ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ จะขออนุญาตท่านประธานสัก ๕ นาทีในการอภิปรายเล็กน้อยครับ เพราะว่า อาจจะเสริมประเด็นของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่อาจจะยังตกหล่นอยู่ครับ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ต้องบอกอย่างนี้ว่าสิทธิในการพัฒนาที่ดินหรือพัฒนาอาคารอะไรก็แล้วแต่ หลัก ๆ เราอิง กันอยู่ ๒ เรื่องครับ คือเรื่องของผังเมืองและเรื่องของเขตทางตามกฎหมายควบคุมอาคาร แต่ปัญหาผังเมืองผมยกตัวอย่าง อย่างในกรุงเทพมหานครก็คือเรื่องของผังสีต่าง ๆ นั้น กลับไม่ได้สะท้อนศักยภาพที่ดินที่แท้จริง ที่ดินหลายแปลงมีการถูกให้ผังสีแดง ผังสีน้ำตาล FAR สูงเต็มไปหมดเลยครับ แต่ถ้าไปดูเนื้อในจริง ๆ แล้วเขาตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีซอยแคบทำให้ FAR จริง ๆ ที่ทำได้ต่ำกว่าสิ่งที่ทางกรมหรือทาง กทม. ได้มีการให้ไว้ อย่างเช่นบางจุดให้ FAR ๑๐ ทำได้จริงแค่ ๓-๔ ครับ เพราะฉะนั้นข้อหนึ่งที่อยากจะเสนอก็คือให้ทางกรมลองปรับผังสี ให้ตรงกับศักยภาพที่แท้จริงที่สามารถทำได้ตามขนาดของเขตทาง ซึ่งบางคนก็ตอบว่าเป็น การไป Down Zone ทำไม่ได้ ผมก็ต้องตอบว่าสิทธิในการพัฒนาที่เขาได้ไปมัน Over กับ สิ่งที่เขาได้อยู่แล้วการ Downs Zone ลงมาให้ตรงกับสิ่งที่เขาทำได้เป็นสิ่งที่ทำได้ครับ
เรื่องที่ ๒ คืออย่างในเมืองไทยเป็นปัญหาซอยแคบค่อนข้างเยอะทำให้ที่ดิน ส่วนใหญ่ราคาแพงเฉพาะบริเวณที่ติดถนนใหญ่เท่านั้น แต่ถ้าเกิดคุณเข้าไปในซอยเพียง นิดเดียวศักยภาพที่ดินตกต่ำลงทำให้ไม่สามารถรองรับผู้คนได้ แม้กระทั่งรอบสถานีรถไฟเอง ก็ตามมีซอยจำนวนมาก มีพื้นที่ที่อยู่ติดซอยจำนวนมากกลับไม่สามารถพัฒนาอะไรได้เลย ผมคิดว่าทางกรมควรร่วมกับทางกระทรวงคมนาคมทำในเรื่องของการเวนคืนที่ดินหรือว่า การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาเป็น TOD ในการที่จะส่งเสริมให้คนเข้าถึงสถานีรถไฟ
เรื่องที่ ๓ คือรูปที่ดินไม่สวย รูปที่ดินไม่สวยอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น เรามี การตัดถนนเส้นหนึ่งผ่านที่แปลงนา แต่บังเอิญว่าไม่ได้ตัดตั้งฉากกับที่ถนนส่วนใหญ่ที่ถนน ก็จะกลายเป็นเฉียงเหมือนก้างปลาครับ ตลอดแนวไปเลยก็คือเสียทั้งหมด รูปที่ดินไม่สวยงาม ใช้ได้ไม่เต็มที่ จริง ๆ แล้วทางกรมก็ร่วมกับกระทรวงคมนาคมได้เหมือนกันครับก่อนที่จะ ตัดถนนท่านก็เชิญคนมาจัดรูปที่ดินใหม่ให้มันสวยงามตั้งฉากกับตัวถนนมันจะได้ใช้ศักยภาพ ของที่ดินอย่างเต็มที่ครับ
เรื่องต่อมาคือข้อมูลสิทธิในการพัฒนาครับ อย่างที่ผมกล่าวไปตอนแรก สิทธิในการพัฒนาของแต่ละแปลงขึ้นอยู่กับขนาดของเขตทาง แต่พอเราไปดูในเว็บอย่างเช่น Land Use ต่าง ๆ ของทางกรมเรากลับพบว่าสิทธิในการพัฒนาคุณจะบอกแค่ FAR คุณจะ บอกแค่ผังสี แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้สะท้อนว่าแปลง ๆ นี้จริง ๆ ทำได้เท่าไร ถ้าเป็นไปได้ ทางกรมควรพัฒนาเรื่องของข้อมูลของขนาดเขตทาง แล้วก็ไป Link กับสิทธิในการพัฒนาด้วย มันจะได้สามารถที่จะบอกประชาชนว่าที่ดินแปลงนี้จริง ๆ แล้วมันทำอะไรได้บ้างมากน้อย ขนาดไหนนะครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับ คือปกติแล้วสิทธิในผังเมืองจะเป็นการให้เขาเรียกว่า Upper Limit ครับ หมายความว่าทำได้สูงสุดเท่าไร ทำได้ไม่เกินเท่าไร แต่ไม่เคยพูดถึงคำว่า Lower Limit หรือทำได้ขั้นต่ำอย่างน้อยที่สุดนี่คุณควรต้องทำอะไร ทำให้เกิดการดองที่ดิน ไม่นำที่ดินไปพัฒนาเกิดขึ้น กระทรวงปรับผังเข้าไป ปรับ Up Zoning เข้าไป แต่สุดท้าย ก็ไม่เกิดการพัฒนาครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากให้กระทรวงลองดูว่าจะมีกลไกไหน ในการผลักดันให้มี Lower Limit ที่อย่างน้อยที่สุดคุณต้องพัฒนาอะไรตามเป้าหมาย ที่เราวางไว้ในผังเมืองครับ อีกอันหนึ่งคือกลไกทางเศรษฐศาสตร์เรื่องของการชดเชยครับ ต้องบอกว่าตามมาตรา ๓๗ ของตัว พ.ร.บ. ผังเมืองให้อำนาจทางรัฐมนตรีสามารถที่จะมี อำนาจในการออกประกาศเพื่อจ่ายค่าชดเชยได้ ถามว่าค่าชดเชยนี้ควรชดเชยใคร พื้นที่ พี่น้องประชาชนที่เป็นผังสีเขียว ผังสีเขียวลาย พื้นที่ต้องเป็น Floodway ต่าง ๆ ที่เขาต้อง รับภาระไม่สามารถพัฒนาได้เพราะกฎหมายผังเมืองคงกฎหมายรอนสิทธิ แต่ทุกวันนี้ การรอนสิทธิของเขากลับไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาจากภาครัฐเลยแม้แต่บาทเดียว แต่กลับ ต้องมารอนสิทธิเป็นพื้นที่รับน้ำต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นทางกรมมีอำนาจในการที่จะชง ในการนำเสนอของคณะกรรมการผังเมืองชงให้ท่านรัฐมนตรีออกประกาศเหล่านี้เพื่อในเรื่อง ของการชดเชย อีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องของการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนครับ ต้องบอกว่าการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนกลับทำได้น้อยมาก เนื่องจากว่าไม่ได้รับทราบ ข้อมูลข่าวสาร สิ่งหนึ่งที่ทางกรมทำได้นอกจากจะเป็นเรื่องของการประกาศติดป้ายไวนิล ต่าง ๆ คือการใช้อีเมลหรือใช้เอสเอ็มเอสต่าง ๆ ซึ่งท่านก็ต้องทำถังข้อมูลระหว่างเจ้าของที่ดิน เจ้าของอาคารต่าง ๆ มีฐานอีเมลไว้เพื่อให้เราสามารถส่งไปได้หรือเป็นฐานเบอร์โทรศัพท์ เพื่อการส่งเสริมให้มีการส่งเอสเอ็มเอสเพื่อให้การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนเยอะมากขึ้น
เรื่องสุดท้ายครับ คือเรื่องของที่ดินของภาคราชการต่าง ๆ ที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ ในผังเมือง ปัญหาคืออะไรครับ ปัญหาคือพอเป็นที่ดินราชการอยากจะสร้างอะไรก็สร้าง เต็มไปหมด ผมยกตัวอย่างเช่น สำนักงานที่ตั้งของกระทรวงมหาดไทยอันใหม่ ล่าสุดที่มี การทำอาคารระดับเป็นหลายแสน ๆ ตารางเมตรเกิดขึ้นอาคารใหญ่โตมาก ซึ่งกระทบต่อ พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น หรือบางพื้นที่ไปทำอาคารสูง ๑๓-๑๔ ชั้นก็ได้รับ การกระทบกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ละแวกนั้น ถ้าอย่างน้อยทางกรมมีการระบุว่าที่ดิน ราชการของหน่วยงานภาครัฐตั้งอยู่ตรงไหนบ้าง ให้พี่น้องประชาชนรับทราบในผังเมืองก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นคือก่อนที่เขาจะซื้อหรือตอนที่เขาอยู่เขาจะรับทราบว่าที่ดินตรงนี้มีความเสี่ยง ในการที่ภาครัฐจะเอานำไปพัฒนาเป็นอาคารขนาดใหญ่ เป็นอาคารที่จะมีคนมาอยู่เยอะ และหนาแน่น เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนก็ได้ดูได้ว่าควรจะเลือกที่จะอยู่บริเวณนี้หรืออยู่ บริเวณอื่นครับ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ ขอบคุณครับ