ทรงศักดิ์ ทองศรี ระบุว่าถนนลำลูกกาเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่กรมทางหลวงชนบท โดยยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยกำกับดูแล อปท. ในการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานตามหลักกระจายอำนาจ ทรงศักดิ์ ทองศรี รายงานการอนุมัติงบประมาณปรับปรุงถนนในเขตเทศบาลเมืองลำสามแก้ว จังหวัดปทุมธานี เพื่อจัดซื้อวัสดุทางเท้าและอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ทรงศักดิ์ ทองศรี หารือเรื่องการขยายถนนในเขตเทศบาลนครรังสิตและพื้นที่โดยรอบ โดยชี้แจงปัญหาเรื่องงบประมาณและการขาดแคลนเขตทาง ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถขยายช่องทางจราจรได้ จึงเสนอให้พิจารณาถ่ายโอนภารกิจดังกล่าวกลับคืนสู่กรมทางหลวงชนบทเพื่อให้องค์กรกลางดำเนินการแทน เนื่องจากเชื่อว่าจะมีมาตรฐานงานที่ดีกว่าและมีงบประมาณเพียงพอ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับ มอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านเชตวัน เตือประโคน ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ผมต้องขอบคุณท่านผู้แทนที่ได้กล่าวถึงผมช่วงวัยเด็ก ดูจากนามสกุลท่านน่าจะเป็นคนประโคนชัยบ้านเดียวกับผม ที่นั่นก็เป็นอำเภอเล็ก ๆ ปัจจุบันนี้ ก็มีการพัฒนา แล้วก็เป็นอำเภอที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ท่านเป็นคนที่นั่น แล้วก็ เขาบอกคนประโคนชัยเป็นคนพันธุ์ไก่ชน ทำอะไรส่วนใหญ่ก็จะมีแต่ความสำเร็จนะครับ ท่านให้ความกรุณาห่วงใยในเรื่องของปัญหาถนนคับแคบ ทรุดโทรม และขาดแคลนบริการ ขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะทราบว่าปัจจุบันท่านมาอยู่ที่ปทุมธานีท่านก็ห่วงใยพื้นที่ อันนี้ เป็นเรื่องต้องน่าชื่นชมยินดีนะครับ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่ถนนลำลูกกา ๑๑ หรือว่า พี่น้องหลายท่านก็เรียกว่า เสมาฟ้าคราม เป็นพื้นที่ที่อยู่ในจังหวัดปทุมธานี ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่าพื้นที่ที่ท่านให้ความกรุณาได้ถามนี่เป็นเรื่องของ โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นถนนในการเดินทางไปมาหาสู่ของพี่น้องประชาชนเป็นถนนที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของเทศบาล จำได้น่าจะเป็น ๓ เทศบาล มีเทศบาลนครรังสิต แล้วก็ เทศบาลคูคต เทศบาลเมือง แล้วก็เทศบาลเมืองลำสามแก้ว มีความยาวของถนนประมาณ ๔ กิโลเศษ ๆ ก็พาดผ่านระหว่างทางซีกที่ติดกับถนนที่อยู่ติดไปทางคลองรังสิต แล้วก็ พาดผ่านข้ามไปที่ลำลูกกาก็จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทยนะครับ เพราะว่าเทศบาลดังกล่าวเหล่านั้นเป็นเทศบาลที่กำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด มีนายอำเภอกำกับดูแลด้วย นายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดนี้ก็เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ซึ่งขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ก็ถือว่าเป็นภารกิจหน้าที่สำคัญของกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องกำกับดูแล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยเรานั้นมีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข อำนวยความเป็นธรรมของสังคม ส่งเสริมแล้วก็พัฒนาการเมือง การปกครอง การพัฒนา บริหารราชการส่วนภูมิภาค การปกครองท้องที่ รวมถึงกำกับดูแลสนับสนุนแล้วก็ส่งเสริม ให้องค์กรปกครองท้องถิ่นในการปฏิบัติงาน หมายความว่ากระทรวงมหาดไทยก็มีการกำกับ ดูแลเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ก็ถือว่าเป็นอิสระนะครับ เป็นนิติบุคคลหลักการกระจายอำนาจ แต่ว่าของเรายังมีการกำกับ ดูแลแบบอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกัน แต่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นยังมีคาบเกี่ยวกันบ้าง แต่ว่าหน้าที่จริง ๆ เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเข้ามาจัดการเลือกตั้ง มีสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง สมาชิกมาจากการเลือกตั้งมาจากประชาชน ให้โอกาสในการ ทำหน้าที่ในการบริหาร องค์กรปกครองท้องถิ่นเองก็ต้องมีหน้าที่สำคัญในการดูแล พี่น้องประชาชน เรื่องของการพัฒนา เรื่องการก่อสร้าง การบำรุงรักษาถนน เพื่อประโยชน์ สาธารณะแก่ประชาชนในพื้นที่นะครับ เรื่องการดำเนินการทั้งหลายเขาก็มีกระบวนการ เริ่มฟังเสียงจากประชาชน นำปัญหาของประชาชนไปทำเป็นข้อบัญญัติเพื่อจัดตั้งงบประมาณ ในการดูแล เพียงแต่ว่าบางเรื่องนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่เร่งด่วน อันนี้ก็เป็นอำนาจหน้าที่ ของผู้บริหารในการดำเนินการ อันนี้เป็นไปตามหลักของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น อันนี้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานและสมาชิกไว้ก่อนนะครับ เพื่อให้เห็นทิศทางตรงกันว่าถนน ที่ท่านกรุณาห่วงใยมีความกังวลมันอยู่ในหน้าที่ของท้องถิ่นนะครับ ไม่ใช่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ของกรมทางหลวงชนบทหรือว่ากระทรวงคมนาคม แต่ว่าเดิมก่อนปี ๒๕๔๗ ผมจำได้ว่าถนน ดังกล่าวก็จะเป็นภารกิจของกรมทางหลวงชนบท แต่หลังจากปี ๒๕๔๗ แล้วมีการถ่ายโอน ภารกิจตามกฎหมายครับ คือกรมทางหลวงชนบทเองเมื่อก่อนผมจำได้ว่าเขาจะมีอายุ ของกรมเพียง ๕ ปี เป็นภารกิจเฉพาะ แต่ว่าภารกิจจริง ๆ แล้วคือทำช่วงรอยต่อและ การเปลี่ยนผ่านระหว่างการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นทำแทนไปก่อน แต่เมื่อเข้าที่เข้าทาง แล้วเส้นทางคมนาคมทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่ของ อปท. ทั้งหลายนี้ก็จะมีการถ่ายโอนออกไป ให้กับท้องถิ่นทำหน้าที่ เพราะฉะนั้นเส้นทางดังกล่าวนี้ถูกถ่ายโอนไปให้กับเทศบาลนครรังสิต เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองฟ้าคราม โทษนะครับเดี๋ยวผมดูรายชื่อนิดหนึ่งว่าเป็นการ ถ่ายโอนให้กับ อปท. ที่เป็นไปตามกฎหมายนะครับ อันนี้คือเป็นเรื่องภารกิจที่ได้ดำเนินการ ไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงมหาดไทยเองจริง ๆ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจอะไรนะครับ พอมีปัญหาท่านสมาชิกได้มีการถามเป็นกระทู้ถาม ผมทราบว่าทางเทศบาลทั้ง ๓ แห่ง ได้มีการทำหนังสือถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ได้ตอบข้อกังวล ข้อห่วงใยว่า เทศบาลเองได้มีมาตรการมีวิธีการดำเนินการอย่างไรเพื่อให้การดำเนินการมันสำเร็จลุล่วง ไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเรื่องของปัญหา สำหรับกระทรวงมหาดไทย เองก็มีสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอที่กำกับดูแลองค์กรปกครองท้องถิ่น อันนี้ไม่ใช่ เฉพาะที่นี่ที่เดียวนะครับท่านประธานถึงท่านสมาชิก เราก็สั่งการไปทุกจังหวัดให้ อปท. ทั้งหลาย และผู้บริหาร อปท. ทั้งหลายดำเนินการไปให้มันเป็นไปตามความต้องการของ พี่น้องประชาชนนะครับ มีปัญหาอะไรเราก็ต้องไปตั้งงบประมาณในการแก้ไขปัญหา ท้องถิ่นเองก็มีงบประมาณเป็นของตัวเองนะครับ เพียงแต่ว่าอันนี้เห็นใจอยู่ครับ แต่ว่า ที่ปทุมธานีผมดูงบประมาณของท้องถิ่นแต่ละแห่งผมว่ามากกว่าอีสานเยอะ มากกว่าบุรีรัมย์ บ้านเกิดผมเยอะ ของท่านเยอะ ของเราที่โน่น อปท. หนึ่งมีงบประมาณโดยภาพรวม ผมดูตัวเลขบางที่ ๕๐ ล้านบาท แต่มีงบลงทุนเพียงปี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือประมาณแค่ ๕ ล้านบาท ที่เหลือเป็นรายจ่ายประจำ แต่ที่จังหวัดปทุมธานีผมดูตัวเลขหลายที่ อาจจะ ๘๐๐ ๑,๒๐๐ ๕๐๐ ล้านบาท อันนี้ ก็แล้วแต่พื้นที่ของแต่ละแห่ง ซึ่งเขามีรายได้จากการจัดเก็บภาษีอากรเป็นของตัวเอง แต่ว่า การดำเนินการโครงการทั้งหลายเขาก็ต้องใช้เงินของตัวเองนี่ละครับในการเข้าไปบริหาร จัดการแก้ปัญหา ยกเว้นแต่ว่างบประมาณที่มีอยู่นี้มันอาจจะจำกัด มีน้อยไม่พอดำเนินการไป ก็อาจจะขอไปที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด อันนี้เป็นแนวทางในการดำเนินการนะครับ ถ้า อบจ. ไม่มีให้ก็อาจจะขอไปที่งบจังหวัด กลุ่มจังหวัด หรือถ้างบจังหวัดไม่มีก็อาจจะขอมา ที่ส่วนกลาง โดยเฉพาะวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลทั้งหลายสามารถของบประมาณตรงไปที่ สำนักงบประมาณได้แล้วนะครับ เทศบาลไม่ต้องของบประมาณมาที่กระทรวงมหาดไทย เหมือนกับ อบต. เพราะฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เทศบาลเองทั้ง ๓ ท้องถิ่น สามารถที่จะ ตั้งงบประมาณเป็นของตัวเองในการดำเนินการได้นะครับ แต่ว่าที่ผ่านมาผมก็ได้ติดตาม ก็ทราบว่าท้องถิ่นทั้ง ๓ แห่งได้มีการตั้งงบประมาณในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา เรื่องของถนนคับแคบ ชำรุดทรุดโทรม แล้วก็ขยายช่องการจราจรแล้วทั้ง ๓ แห่ง ไม่ว่าจะ เป็นเทศบาลเมืองคูคตได้อนุมัติงบประมาณในการดำเนินการโครงการปรับปรุงผิวจราจร Asphaltic คอนกรีตบริเวณถนนลำลูกกา ๑๑ ถนนเสมาฟ้าครามตามที่ประชาชนส่วนใหญ่ ได้เรียกชื่อไว้ในหมู่ที่ ๕ งบประมาณทั้งสิ้น ๒,๓๐๐,๐๐๐ บาทเศษ อันนี้ก็เป็นส่วนที่อยู่ใน ความเห็นชอบของเทศบาลเมืองคูคต ซึ่งเป็น ๓ ตอนด้วยกัน ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่าง การดำเนินการอยู่ ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะว่ามีการทำเรื่องของฝาเหล็กบ่อพักน้ำ ซึ่งมันไปอยู่ ในผิวจราจรพอดี ทำเสร็จแล้วก็จะมีการดำเนินการที่จะไปปูผิว Asphaltic เป็นผิวเรียบ จะมีความหนาประมาณสัก ๕ เซนติเมตร ก็คือ ๐.๕ เมตร ความยาวประมาณ ๘๔๐ เมตร พร้อมมีการตีเส้นจราจร แล้วก็คาดหมายว่าจะมีการดำเนินการแล้วเสร็จประมาณสักเดือน กุมภาพันธ์ ปลาย ๆ เดือนนี้ละครับ แล้วมีโอกาสตรวจสอบติดตามไป ปรากฏว่าผู้รับจ้างเอง ก็ทำงานล่าช้าไป อันนี้เรียนท่านประธานและท่านสมาชิกด้วยความห่วงใย แต่คาดหมายว่า ประมาณสักกลางเดือนมีนาคมนี้ก็จะแล้วเสร็จไปนะครับ
ส่วนเทศบาลเมืองลำสามแก้ว อันนี้ได้อนุมัติงบประมาณโครงการปรับปรุง ถนนเป็น Asphaltic คอนกรีต บริเวณถนนเสมาฟ้าคราม หมู่ที่ ๖ ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี งบประมาณทั้งสิ้น ๘,๗๕๙,๐๐๐ บาท เป็นงบประมาณที่มาจากการจ่าย ขาดเงินสะสม อันนี้ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของ อปท. ในการที่จะดำเนินการเป็นงบประมาณ ประจำปี ๒๕๖๗ ซึ่งในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างอยู่นะครับ
ส่วนที่ ๓ เทศบาลนครรังสิต อันนี้ได้ดำเนินการขยายถนนซอยรังสิต- นครนายก ๔๖ ถนนเสมาฟ้าคราม ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี อันนี้ เป็น ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๑.๖ กิโลเมตร อันนี้ ดำเนินการไปแล้วเสร็จ แต่ผมเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่าในทั้ง ๓ ท้องถิ่น เส้นทางดังกล่าวนี้ เนื่องจากว่ามีเขตทางในการที่จะขยาย ผมเรียนว่าช่วงแรกได้อยู่นะครับ แต่ช่วงหลังไปตั้งแต่ ๒ เทศบาล เทศบาลลำสามแก้วถึงคูคต ปรากฏว่าไม่มีเขตทางในการ ที่จะขยาย ครั้งหนึ่งที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงเรื่องที่ทางหลวงชนบทได้มีการศึกษาว่า เป็นแนวทางที่มันจะขยายไป อันนั้นเป็นเรื่องของตอนที่ทางหลวงชนบทศึกษาไว้ แต่ว่าหน้าที่ ในการดำเนินการนั้นไม่ใช่หน้าที่ของกรมทางหลวงชนบท เป็นหน้าที่ของท้องถิ่นทั้ง ๓ แห่ง วันนี้ถ้าบอกว่าจะต้องขยายที่ทางทั้งหมดนี้ให้มันเป็น ๔ เลนหมด อันนี้เป็นเรื่องที่ผมก็ต้อง กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่าก็ต้องหาแนวทางในการที่จะให้ท้องถิ่นทั้ง ๓ แห่ง ได้มีงบประมาณเพิ่ม เพราะว่าการดำเนินการขยายช่องทางจราจร ผมดูตัวเลขใช้เงินค่อนข้างสูงมาก เขาบอกว่าไม่คุ้มกับการลงทุนสำหรับท้องถิ่น เขาพูดกัน อย่างนี้นะครับ แต่ว่าถ้ามันเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นจริง ๆ ผมว่าบางทีบางครั้งเราอาจจะต้อง ให้ท้องถิ่นทั้ง ๓ แห่งที่มีงบประมาณอาจจะมีไม่เพียงพอจำเป็นต้องมีการถ่ายโอนถนน ดังกล่าวนี้กลับไปให้กับทางหลวงชนบทคืน ซึ่งในขณะนี้มีหลายจังหวัดได้มีการถ่ายโอน ภารกิจที่เป็นเส้นทางคมนาคมอย่างนี้ให้กับกรมทางหลวงชนบทแล้ว เพราะว่าผมมั่นใจว่า ถ้าให้หน่วยงานกลางดำเนินการไปตามคำปรึกษา ถ้าเขาเป็นเป็นเจ้าภาพ เขาก็จะมี งบประมาณในการดำเนินการได้มากกว่าท้องถิ่น แล้วก็จะเป็นเรื่องที่ทำแล้วมีมาตรฐานงาน ของทางเป็นมาตรฐานเดียวกัน ถ้าจะให้ท้องถิ่น ๓ แห่งทำนี้ ผมก็กังวลใจว่าบางทีบางครั้ง แต่ละแห่งเป็นนิติบุคคล ต่างท้องถิ่นต้องมีความอิสระเวลาการทำอะไรไปแล้ว เรื่องของ ช่องการจราจร เรื่องขนาด เรื่องของผิวการจราจรอาจจะมีความไม่ตรงกัน การเดินทาง ไปมาหาสู่กันก็อาจจะไม่สะดวก อันนี้เบื้องต้นก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกว่าเทศบาล ๓ แห่งได้ตั้งงบประมาณในการเข้าไปแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบคุณครับ