ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม อภิปรายรายงานคณะกรรมาธิการฯ เรื่องปลาหมอคางดำ โดยชี้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดในจังหวัดสมุทรสาครแย่ลงจากเดิม 19 จังหวัด เป็น 21 จังหวัด และเสนอมาตรการแก้ไข 9 ข้อ รวมถึงการจำกัดพื้นที่และการวิจัยเพื่อหาวิธีจัดการอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัด สมุทรสาคร พรรคประชาชน วันนี้ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการ อว. มีท่านประธานวาโยเป็นประธาน ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมนะครับทางท่านประธานอนุ กรรมาธิการ แล้วก็ท่านอนุกรรมาธิการทุกท่านที่ทำงานอย่างหนักในการจัดทำรายงาน ที่มีเนื้อหาครบถ้วนเช่นนี้ ก็ต้องขอบคุณแล้วก็ผมคิดว่ารายงานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ สังคมกลับมาให้ความสนใจ รวมถึงรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเรื่องปลาหมอคางดำ อย่างจริงจังอีกรอบนะครับ ก็ต้องบอกกับที่ประชุมแห่งนี้ว่าในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสาคร ของผม ถ้าผมไม่ได้ลุกขึ้นอภิปรายคงเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่เป็นจังหวัดต้นกำเนิด แต่เป็นจังหวัดที่ ได้รับผลกระทบมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง และผมเองเคยได้ลุกขึ้นเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ตอนนั้นญัตติที่ผมเสนอคือแก้ไข ๑๗ จังหวัด แต่รายงานฉบับนี้ก็บอกแล้วครับว่า ๑๙ จังหวัด ผ่านมาไม่กี่เดือนสถานการณ์คือปลาหมอ คางดำแพร่ระบาดเพิ่มไปอีก ๒ จังหวัด ก็ทำให้เห็นว่าสถานการณ์แย่ลงหรือดีขึ้น ก็คงจะเห็น ได้จากจำนวนจังหวัดที่แพร่กระจายมากขึ้น อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้เห็นนะครับว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำไม่ได้ดีขึ้นเลย แต่ทำให้เห็นว่ามีการแย่ลงด้วยซ้ำไป วันนั้นผมเสนอ มาตรการไว้ทั้งหมด ๙ มาตรการที่ให้รัฐบาลนำไปพิจารณาแก้ไข ที่ผมเสนอก็คือ
ข้อที่ ๑ การจำกัดพื้นที่
ข้อที่ ๒ จำกัดการแพร่พันธุ์
ข้อที่ ๓ ลดพื้นที่
ข้อที่ ๔ ลดการแพร่พันธุ์
ข้อที่ ๕ ให้มีการศึกษาวิจัยเพื่อจะได้รู้จักว่าเจ้าปลาหมอคางดำมันมีลักษณะ อย่างไร ที่มีการเสนอในตอนนั้นว่าการเหนี่ยวนำโครโมโซมมันจะได้ผลจริงหรือไม่ หรือมันจะ สร้างหายนะ อันนี้ก็ให้มีการวิจัยอย่างจริงจังนะครับ
รวมถึงอีกมาตรการหนึ่งคือการได้ไปขอความรู้จากต่างประเทศที่เขามี ความสามารถในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้สำเร็จ ไปขอองค์ความรู้เขา หรือแม้กระทั่งการที่ ให้มีการเฝ้าระวัง Alien Species อื่น ๆ ต้องยอมรับว่าอาจจะไม่ใช่แค่ปลาหมอคางดำ อาจจะมี Alien Species อื่น ๆ ที่ อาจจะมีการแพร่ระบาดเพิ่มเติมหรือไม่ ผมคิดว่าจะได้ ไม่เกิดหายนะแบบที่ปลาหมอคางดำได้ทำกับประเทศไทยนะครับ
อีกส่วนหนึ่งก็คือการหาผู้กระทำความผิดให้ได้ เพราะต้องยอมรับว่าการแก้ไข ปัญหาที่ผ่านมาเราใช้เงินภาษีของประชาชน แต่คำถามคือมัน Fair แล้วจริง ๆ หรือครับ ที่เราเอาเงินภาษีมาแก้ปัญหาเหล่านี้ คนที่สร้างปัญหาควรจะต้องแก้ไขมามีส่วนร่วมในการ รับผิดชอบหรือไม่ รวมถึงการเยียวยาพี่น้องเกษตรกร วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ในวันที่ผมเสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจา ผมได้เสนอเรื่องนี้กับรัฐบาล แต่วันนี้ผ่านมาก็เป็นเรื่องน่าเศร้าใจครับ ผมคิดว่ามันไม่ได้ดีขึ้น ก็อย่างที่ผมได้นำเรียนว่าการที่มีการแพร่ระบาดมากขึ้นหรือแม้กระทั่ง วันนี้ปลาหมอคางดำก็ไม่ได้หมด เพื่อน ๆ สมาชิกที่ลุกขึ้นอภิปราย รวมถึงทางอนุกรรมาธิการ ก็ได้พูดตรงกันว่ามันไม่ได้หมด เราเป็น สส. ในเขตพื้นที่เราก็เห็นว่ามันไม่ได้หมด ผมก็เลย คิดว่านี่เป็นปัญหาที่สำคัญมาก ๆ นะครับ
ผมขอย้อนใน ๒ มาตรการสุดท้ายที่ผมได้พูดไป เรื่องสั้น ๆ สุดท้ายมาเน้นย้ำ ตรงนี้ ๑. คือเรื่องการหาผู้กระทำความผิด จริง ๆ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านฐิติมา ฉายแสง เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ ก็ต้องขอชื่นชมที่ท่านได้พูดเมื่อสักครู่ ผมเห็นด้วยว่าสิ่งเหล่านี้มันต้องหาผู้กระทำความผิด ไม่ควรให้มีการลอยนวลสิ่งเหล่านี้ แล้วทางรายงานเองก็ได้มีการพูดถึง ท่านประธานวาโยหรือแม้กระทั่งท่านณัฐชาก็ได้พูดถึง ไปแล้ว เห็นตรงกันว่าเราคงจะต้องหาผู้กระทำความผิดให้ได้นะครับ
ส่วนที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือเรื่องของการเยียวยา ผมพูดตั้งแต่ครั้งที่แล้วครับว่า การที่รับซื้อไม่เท่ากับการเยียวยานะครับ การรับซื้อเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการในการเอา ปลาหมอคางดำออกไป แต่ไม่ใช่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ท่านประธานทราบไหมครับว่า เมื่อก่อนที่มีมาตรการของรัฐบาลกิโลกรัมละ ๑๕ บาท แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ ๓ บาทเท่านั้นเอง แล้วทำให้ปลาหมอคางดำก็ยังเยอะเต็มไปหมด เพราะว่าก็ไม่มีใครไปจับหรอกครับ เพราะมัน ไม่คุ้มกับค่าน้ำมัน ไม่คุ้มกับต้องตื่นแต่มืดแต่ดึก ผมก็ไปถามแพปลาที่รับซื้อ ไปถามเกษตรกร ชาวประมงก็ไม่มีใครอยากจะออกไปจับเพราะว่า ๓ บาทมันไม่คุ้ม นี่ก็คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่า มาตรการในการรับซื้อก็ไม่ใช่ยาวิเศษในการแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ สถานการณ์มันก็ดูเบาบางลงบ้าง เพราะว่าคนก็ไปจับ เพราะว่าราคาซื้อมันก็จูงใจ แต่ก็ต้อง ยอมรับว่ามันเยอะมากครับ ตั้งงบมากี่ร้อยล้าน กี่พันล้านก็คงไม่หมดง่าย ๆ อันนี้เป็นเรื่องที่ สำคัญนะครับ แต่เรื่องเยียวยาที่ผมบอกไป เรื่องนี้ผมอยากให้รัฐบาลเอาจริงเอาจัง บอกให้ ชัดเจนว่าประชาชนเขามีสิทธิอะไรบ้างแล้วเขาจะสามารถทำอย่างไรได้บ้างในการให้ได้รับ การเยียวยา ข้อมูลต้องชัดเจนครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมันกลายเป็นว่าจังหวัดไหน Active ก็สามารถที่จะให้ข้อมูลกับประชาชน แล้วก็นำทางให้กับประชาชนได้ ผมก็ต้องชื่นชม ท่านนริศผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ท่านก็ Active ในการให้ข้อมูลกับประชาชนแล้วก็ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมในการช่วยเหลือประชาชน หาทางออกมาตรการต่าง ๆ ในการแก้ไขเรื่องนี้ เมื่อสักครู่เห็นเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายก็มีบางจังหวัดก็ยังไม่ได้มีมาตรการ เหล่านี้ ผมคิดว่ามันคงจะต้องชัดเจนว่าสุดท้ายแล้วรัฐบาลเอาอย่างไรกันแน่ และอีกนิดเดียว ท่านประธานขออนุญาตใช้เวลาเกินอีกสัก ๑ นาที สิ่งที่เกิดขึ้นวันที่ ๑๓ กันยายนนะครับ ผมเคยอภิปรายในนโยบายรัฐบาลนายกแพทองธารตอนขึ้นมาสู่ตำแหน่งที่แถลงนโยบาย ต่อสภานี่ครับ ผมบอกว่าการจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ท่านปล่อยให้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ทำไม่ได้ครับ ท่านต้องใช้ภาวะผู้นำในการนั่งหัวโต๊ะ แล้วก็เรียกหน่วยงานมาบูรณาการกัน ลำพังกรมประมงต้องเห็นใจกรมประมงนะครับ ท่านก็คงทำไม่ไหวเราพูดตรง ๆ เรื่องนี้ มันเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีท่านปฏิเสธ เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ครับ ท่านต้องแสดงภาวะผู้นำใช้อำนาจของทางนายกรัฐมนตรีในการขจัด ข้อต่าง ๆ เหล่านี้ในการแก้ไขปัญหาเอาจริงเอาจัง ผมรอดูว่าท่านนายกแพทองธาร ท่านจะดำเนินการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ ถ้าท่านทำได้ผมคิดว่าพี่น้องประชาชน เกษตรกร ชาวประมงก็จะแซ่ซ้องสรรเสริญท่านนะครับ แต่ถ้าท่านทำไม่ได้แล้วปล่อยให้ผู้กระทำ ความผิดยังลอยนวลอยู่ ผมคิดว่าสถานการณ์ก็จะตรงกันข้าม ก็ขอบคุณทางอนุกรรมาธิการ ทุกท่านที่ทำรายงานดี ๆ ฉบับนี้ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่านี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้งในการที่ทำ ให้สังคมแล้วก็รัฐบาลกลับมาเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำครับ เพราะพี่น้อง ประชาชนทนไม่ไหวแล้วครับ ขอบคุณมากครับ