ฐิติมา เสนอรับซื้อปลาหมอคางดำ 10 บาท/กก. เพื่อแก้ปัญหาและฟื้นฟูธรรมชาติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๘

ฐิติมา ฉายแสง เสนอมาตรการจัดการปลาหมอคางดำโดยเสนอให้กรมประมงรับซื้อในราคา ๑๐ บาทต่อกิโลกรัมเพื่อสร้างแรงจูงใจในการกำจัด และแนะนำให้ใช้ปลาชนิดนี้เป็นเหยื่อสดสำหรับเลี้ยงปลากะพงเพื่อบรรเทาต้นทุนเกษตรกร พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการควบคุมการขนส่งอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังแหล่งน้ำอื่น โดยเสนอโครงการ Win Win Win เพื่อแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ชี้ให้เห็นความสำคัญของการฟื้นฟูธรรมชาติและการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขอชื่นชม ในรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบ จากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทยที่ท่าน หมอวาโยเป็นประธานกรรมาธิการ ละเอียดดีมากนะคะ แล้วก็เป็นข่าวเป็นคราวเยอะมาก ทำให้กระแสสังคม ณ ตอนนั้นที่ท่านได้เป็นข่าวมันทำให้ทุกคนใส่ใจ ทุกคนสนใจอยากที่จะ มาร่วมแก้ปัญหา ตอนนั้นมันก็ได้ผลดีนะคะ แต่ว่า ณ ขณะนี้มันอาจจะดูจางกันไป การให้ความร่วมมือความสนใจ มันลดน้อยถอยไป วันนี้ดิฉันจึงอยากให้ทุกท่านที่ฟังอยู่ตอนนี้ได้คิดตามดิฉันสักครู่หนึ่ง เราลองจินตนาการถึงแม่น้ำที่เคยเต็มไปด้วยปลาพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นปลาตะเพียน ปลาช่อน ปลาสร้อย อะไรก็แล้วแต่ลอยน้ำว่ายไปว่ายมา หรือในทะเลมีกุ้ง หอย ปู ปลา แต่วันนี้ พวกมันหายไป มันหายไปเพราะว่าเราเจอกับผู้รุกรานที่ชื่อว่าปลาหมอคางดำ เรากำลังเสีย ระบบนิเวศในแหล่งน้ำไปโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า ปัญหาใหญ่มันก็คือว่าปลาหมอคางดำมันดัน เป็นปลาที่สามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างบ้าคลั่งแล้วมันกำลังยึดครองแหล่งน้ำของเรา วันนี้เรา จะยืนดูเฉย ๆ ให้มันขยายพันธุ์จนสัตว์น้ำของเรานั้นสูญพันธุ์หรือว่าเราควรที่จะลุกขึ้นมา ร่วมกันกำจัดมันให้หมดสิ้นดี ท่านประธานคะ ปัญหานี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเองนะคะ ปลาหมอ คางดำไม่ได้ว่ายน้ำข้ามพรมแดนมาเอง มันถูกนำเข้ามาโดยบริษัทหนึ่งที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ว่าปลาชนิดนี้มันจะทำให้ธรรมชาติแล้วก็ระบบนิเวศของประเทศเสียหายมากขนาดนี้ ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ปล่อยให้บริษัทนี้ลอยนวล มาตรา ๙๗ ของพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต้องถูกนำมาใช้ บริษัทที่นำเข้าปลาหมอ คางดำต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด ต้องร่วมมือกับภาครัฐในการกำจัดและฟื้นฟูระบบนิเวศ ของไทย เพราะนี่คือความรับผิดชอบของผู้ที่นำเข้ามา แต่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของพี่น้อง ประชาชน แต่ความรับผิดอันนี้บริษัทนี้ที่เรากำลังบอกถึงมันไม่พอหรอก เราจำเป็นต้องทำ วิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส ดิฉันขอเสนอแนวทาง Win Win Win ๓ Win เลยค่ะ แนวทางนี้ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ทุกฝ่ายร่วมกันกำจัดปลาหมอคางดำ แล้วก็ทุกฝ่ายช่วยกันฟื้นฟู ระบบนิเวศ

Win ที่ ๑ ประชาชนมีรายได้ ดิฉันเสนอให้กรมประมงยังคงต้องรับซื้อปลาหมอ คางดำ แต่อาจจะในราคา ๑๐ บาทก็ได้ ๑๐ บาทต่อกิโลกรัม บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไม ๑๐ บาททำไมไม่ ๑๕ บาทเหมือนคราวที่แล้ว ๑๕ บาทมันก็หมดเนื้อหมดตัว ๔๕๐ ล้านบาท ก็ไม่เหลือเลย ทีนี้ ๑๐ บาท แต่ ๑๐ บาทยังเป็นราคาดีที่สามารถสร้างแรงจูงใจได้ ดิฉันเชื่อว่า ประชาชนเห็นว่าปลาหมอคางดำมันเป็นเงิน เมื่อเป็นเงินไม่ใช่ภาระแล้ว เป็นเงินพวกเขาก็จะ ช่วยกันกำจัดให้หมดสิ้นนี่คือแรงจูงใจยิ่งจับได้มากแหล่งน้ำของเราก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้น

Win ที่ ๒ เกษตรกรลดต้นทุน ลดต้นทุนอย่างไร ดิฉันไม่ได้บอกให้เอา ปลาหมอคางดำไปทิ้งเฉย ๆ นะคะ แต่ดิฉันบอกว่าเราต้องใช้ประโยชน์กับมัน ปลาหมอคางดำ มันสามารถเป็นเหยื่อสดให้กับปลากะพงได้ ดิฉันมาจากจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยง ปลากะพง เลี้ยงปลากะพงกันเยอะมากเลย แล้วอาหารที่เป็นต้นทุนที่สูงมากกระสอบหนึ่ง ๑,๑๐๐ บาท มี ๒๐ กิโลกรัม ถามว่ากิโลกรัมเท่าไร กิโลกรัมละ ๕๕ บาท สูงมาก เขาจะไป แข่งในตลาดโลกนี่คือต้นทุนที่หนักมาก เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราจัดระบบให้ดีให้พี่น้อง ประชาชนจับปลาหมอคางดำมาให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงมาขาย บริษัทเอกชนก็ทำ กันอยู่เขาขายปลาเหยื่อสดเอามาหั่น หั่น หั่น ให้ปลาดุก ทีนี้ปลาหมอคางดำถ้าจะแรงจูงใจ ราคาเพียง ๓ บาทไม่จูงใจประชาชน และจะไปให้ ๑๐ บาทจะไปให้ปลาดุกก็ไม่ไหว เพราะฉะนั้นจึงต้องไปที่ปลากะพงซึ่งมีราคาสูงกว่า จึงเสนอว่าถ้าในราคา ๑๐ บาท มันสามารถช่วยลดต้นทุน มันเป็นแรงจูงใจพี่น้องเกษตรกรด้วย ลดต้นทุนกับพี่น้องเกษตรกร ได้ทันที แต่การขนส่งปลาหมอคางดำจำเป็นที่จะต้องดูแลกันให้ดี กรมประมงต้องมีมาตรการ มาตรการอย่างเข้มงวด หากไม่ดูแลดีอาจจะหลุดรอดกลายเป็นปลาหมอคางดำย้ายกระจาย ไปยังแหล่งน้ำอื่นได้ เพราะฉะนั้นต้องควบคุมเส้นทาง ต้องจำกัดพื้นที่ที่สามารถให้ปลาหมอ คางดำมาเป็นเหยื่อ ต้องป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจาย หากไม่มีมาตรการที่รัดกุม เราอาจจะกลายเป็นเคลื่อนย้าย แล้วไข่ปลาหมอคางดำเราก็รู้อยู่แล้วว่ามันอยู่กลางแดดได้ เป็นวัน ๆ เลยมันยังไม่ตายเลย

Win ที่ ๓ ธรรมชาติได้รับการฟื้นฟู นั่นหมายความว่าลองนึกถึงภาพแม่น้ำ ของเราในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า ถ้าเราปล่อยให้ปลาหมอคางดำขยายพันธุ์อยู่ ไร้การควบคุม เราจะไม่มีปลา เราจะไม่มีสัตว์น้ำเหลืออีกเลย เราจะทนกันได้หรือ เพราะฉะนั้นเราต้องรีบ ช่วยกันกำจัดให้หมดสิ้นไป สัตว์น้ำพื้นเมืองนี่จะฟื้นตัว ความหลากหลายทางชีวภาพ จะกลับมา ประเทศไทยจะไม่ถูกสายพันธุ์ต่างถิ่นนี้ยึดครอง ดิฉันอยากให้ทุกท่านลองคิดตาม ว่าเราจะปล่อยให้ปลาหมอคางดำมากลืนกินแหล่งน้ำของเราไม่ได้แล้ว ดังนั้นจึงเสนอว่า โครงการ Win Win Win ที่ดิฉันเสนอจะช่วยแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ประชาชนได้ประโยชน์ เกษตรกรได้กำไร ธรรมชาติกลับมาสู่สมดุล แล้วก็สำคัญคือปลาหมอคางดำนั้นหมดไปจาก แหล่งน้ำของไทย ขอบพระคุณค่ะ