ธิษะณา ชุณหะวัณ อภิปรายสนับสนุนรายงานเรื่องผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ โดยชี้ว่าชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานสร้างความเสียหายมหาศาลต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และเกษตรกร จึงควรยกเลิกการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ดังกล่าว ธิษะณา ชุณหะวัณ นำเสนอประเด็นกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และความปลอดภัยทางชีวภาพ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิบัติตามพันธกรณีและแก้ไขกฎหมายภายในให้สอดคล้อง เพื่อคุ้มครองเกษตรกรและประชาชนไทย ธิษะณา ชุณหะวัณ วิจารณ์ความล้มเหลวของภาคเอกชนและรัฐบาลไทยในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยชี้ให้เห็นช่องว่างทางกฎหมายและการบังคับใช้ที่ส่งผลเสียต่อเกษตรกรประมง และเรียกร้องให้เร่งตรวจสอบกรณีปลาหมอคางดำเพื่อคืนความยุติธรรม
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชน ดิฉันขอร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุน รายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบ จากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ในไทย โดยคณะกรรมาธิการ การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎรค่ะ จากรายงานของท่าน ระบุว่ากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงข้อมูลว่าปลาหมอคางดำส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๙๗ จัดว่าปลาหมอคางดำเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน หรือว่า Invasive Alien Species ส่งผลกระทบมหาศาลต่อระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม ต่อเศรษฐกิจ ซึ่งพ่วงมาจาก ความเสียหายทางชีวภาพ ระบบนิเวศที่สูญเสียความสมดุล ผลกระทบต่อสังคมและ การดำรงชีวิตการทำมาหาได้ การประกอบอาชีพของพี่น้องเกษตรกรและอุตสาหกรรม การประมง มีต้นทุนความเสียหายกว่า ๒ ล้านบาทต่อปี ในจำนวน ๑๒,๒๖๖ ครัวเรือน เฉพาะในอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสูญเสียรายได้จากการประมง ในแหล่งน้ำธรรมชาติเสียหายกว่า ๔ ล้านบาทต่อปี ลดจาก ๑๗ ล้านบาท เป็น ๑๓ ล้านบาท ต้นทุนการสูญเสียจากเกษตรกรเลี้ยงกุ้งในอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รายละ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อปี และทางการเกษตรลดลง ๑,๕๓๒,๑๓๒ บาทต่อปี อย่างไรก็ดีค่ะ ปลาหมอคางดำส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า ๑๙ จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยรวมที่ ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ได้พูดไปแล้ว เสียหายต่อเนื่องเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ ท่านทราบหรือไหมว่าผลกระทบต่อระบบนิเวศจาก Inventive Alien Species นั้นนะคะ ส่งผลกระทบในระยะยาวในระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม การกวาดล้างท่านใช้งบประมาณ ไปแล้วทั้งหมด ๔๐๐ กว่าล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับความเสียหายแล้วรัฐมีแต่ขาดทุน เอกชนก็เจ๊ง เกษตรกรก็เจ๊ง ผู้บริโภคก็เจ๊งไปตาม ๆ กัน โดยเป็นการละเมิดความตกลง ข้อตกลงระหว่างประเทศดังต่อไปนี้ค่ะ
๑. สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยทรัพยากรพันธุกรรมเพื่ออาหารและ การเกษตร
๒. อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ
๓. พิธีสารคาร์ตาเฮนาว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ
ซึ่งประเทศไทยก็ได้ลงสัตยาบันไปแล้วและจำเป็นต้องปฏิบัติตามโดยสุจริต และแก้ไขกฎหมายภายในประเทศให้สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศที่เราได้ลงนาม ไปแล้ว ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการนี้เป็นอย่างมากที่ช่วยศึกษา ประเด็นดังกล่าวเพื่อปากท้องของพี่น้องเกษตรกรและประชาชนคนไทยในอุตสาหกรรม การประมงและการเกษตรค่ะ ดิฉันขอสไลด์ขึ้นค่ะท่านประธาน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ดิฉันขอพูดถึงความ รับผิดชอบของบริษัทเอกชนที่กระทำละเมิดจนเกิดความเสียหายของปากท้องพี่น้อง เกษตรกรในอุตสาหกรรมการประมงอย่างใหญ่หลวงค่ะ ในช่วง ๒ ๓ ทศวรรษที่ผ่านมา มีการถกเถียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรเอกชนค่ะ เนื่องจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียองค์กรต่าง ๆ ให้มีความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและความ รับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้นในรูปแบบธุรกิจแบบดั้งเดิม การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่ต้อง พิจารณาโดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก จนบัดนี้รัฐบาลยังคงรักษาความ รับผิดชอบและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยังมีข้อบกพร่อง ภาครัฐควรให้ความสำคัญ การพัฒนากฎระเบียบและกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเพื่ออำนวยความสะดวกในการปกป้อง คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เมื่อเร็ว ๆ นี้ภาคเอกชนทั่วโลกก็ได้นำแนวทางความรับผิดชอบมาใช้ ร่วมกันเพื่อป้องกันและบรรเทาความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ภาคส่วนและบทบาทของ เอกชนทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลง มีความกระตือรือร้นมากขึ้นในการที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อม ซึ่งพ่วงมากับวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งจัดทำกลยุทธ์ สำหรับการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ในประเทศไทยเรานั้น กลับตรงกันข้ามค่ะ ไร้ความกระตือรือร้นในการป้องกันและบรรเทาความเสียหายต่อ สิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่จะปกป้อง คณะกรรมาธิการ สิ่งแวดล้อมโลกตีพิมพ์ใน Brundtland ในปี ๑๙๘๗ กล่าวถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน และหลังจากนั้นมาทั้งนักวิชาการและเจ้าของธุรกิจผู้ประกอบการต่าง ๆ ก็พยายามที่จะ พิจารณาว่าเหตุใดองค์กรขนาดใหญ่จึงควรนำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมาอยู่ในนโยบายของ ตนเอง ความรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และการปกครองของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายที่ใช้บังคับในการควบคุมดำเนินคดีและพิพากษาคดีการละเมิดต่อสิ่งแวดล้อมและ สิทธิมนุษยชน โดยบริษัทไทยยังมีช่องว่างในกรอบกฎหมาย ควรมีการเสริมสร้างกฎหมาย ภายในประเทศเพื่อการเข้าถึงความยุติธรรมให้กับเหยื่อในการละเมิดโดยบริษัทเอกชนในไทย และการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะประเด็นที่ความรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นและผ้าคลุมหน้าองค์กรเกี่ยวกับความ รับผิดชอบของบริษัทไทย และความซับซ้อนของกฎหมายว่าด้วยกิจการการค้าความท้าทาย ในรัฐวิสาหกิจที่จะนำเข้ามาสู่ในกระบวนการยุติธรรมค่ะ ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อปี ๒๐๑๑ เมื่อสหประชาชาติ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ UNGP มีหลักการชี้แนะ สหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนถึงแนวทางการปฏิบัติ เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ มีความรับผิดชอบและปกป้องผลกระทบทางด้านลบต่อสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม ไม่กี่ปี ที่ผ่านมาประเทศต่าง ๆ ก็ได้ให้การสนับสนุนในแผนการพัฒนาระดับชาติว่าด้วยธุรกิจ และสิทธิมนุษยชนของ UNGP เป็นอย่างดี ในปี ๒๕๖๒ การเปิดตัวแผนปฏิบัติการระดับชาติ ว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนฉบับแรกของไทยถือว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการดำเนิน ธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ แต่ ๔ ปีที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดว่ามาตรการการสมัครใจ ยังไม่เพียงพอในการควบคุมการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบกับปากท้องวิถีชีวิตการทำมาหาได้ของพี่น้องประชาชนจากการกระทำผิด ขององค์กรเอกชนต่าง ๆ ที่เกิดการละเมิดอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เผยให้เห็นถึงข้อบกพร่องของยุทธศาสตร์ NAP และความจำเป็นในการใช้บังคับสิทธิ มนุษยชนและการตรวจสอบสถานะด้านสิ่งแวดล้อม การออกกฎหมายที่จะนำมาซึ่ง การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง รับประกันการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อ ภาคประชาสังคมและประชาชน และมีสนธิสัญญาที่ผูกพันตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจ และสิทธิมนุษยชนและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมค่ะถึงเวลาที่เราจะต้องยุติการไม่รับโทษ ของเอกชนและรักษาความยุติธรรมให้กับประชาชนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลทุกกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบ สืบสวน สอบสวนจากกรณีดังกล่าวจากปลาหมอคางดำโดยเร่งด่วนคืนความยุติธรรมให้พี่น้อง ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบและนำผู้กระทำผิดมารับโทษค่ะท่านประธาน ถึงจะไม่ใช่ว่าเป็น บริษัทเอกชนและจะไม่ได้รับโทษ อันนี้ดิฉันรับไม่ได้ค่ะดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ ตามข้อเสนอแนะของกรรมาธิการนี้โดยด่วน ด้วยความจริงจัง จริงใจในการแก้ปัญหาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ