อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย อภิปรายรายงานผลการพิจารณาเรื่องสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ โดยชี้ให้เห็นปัญหาความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ระบบนิเวศ และความมั่นคงทางอาหาร พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ว่าวิธีการใช้งบประมาณ ๔๕๐ ล้านบาทยังไม่ยั่งยืน และเสนอให้กรมประมงเป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย เสนอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งสำรวจความเสียหายและเยียวยาผู้เดือดร้อน โดยเฉพาะเกษตรกรในต่างจังหวัดที่รอความช่วยเหลือ และเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ทำลายสิ่งแวดล้อม พร้อมยกข้อมูลความเสียหายทางเศรษฐกิจของชาวประมงสมุทรสงคราม อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย เสนอให้กระทรวงการอุดมศึกษาเร่งวิจัยแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำผ่านโครงการทำหมันและการปล่อยปลานักล่า และขอให้เปิดคลิปความเดือดร้อนของประชาชนประกอบ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในรายงานผลการพิจารณา การศึกษาเรื่องสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอ คางดำเพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชการอาณาจักรไทยของคณะกรรมาธิการ การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำในประเทศไทยเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานหลายปี สร้างความเสียหายทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ความเสียหายต่อระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติ และความมั่นคงทางอาหาร จนปัจจุบันลุกลามไปจนถึงความเสียหายทางด้านความมั่นคง ทางสังคม โดยเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบมีคุณภาพชีวิตที่ตกต่ำลงเรื่อย ๆ เป็นหนี้สิน บางคนต้องเลิกจากอาชีพเดิมเปลี่ยนอาชีพใหม่ ครอบครัวบุตรหลานต้องลำบากดิ้นรน หากินกันด้วยความลำบากมากขึ้น จุดเริ่มต้นของหายนะนี้เกิดจากเอกชนรายใหญ่เพียง รายเดียวที่ได้ขออนุญาตนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ปลานิล เมื่อปี ๒๕๕๓ จำนวน ๒,๐๐๐ ตัว ณ ศูนย์วิจัยสัตว์น้ำของบริษัทที่ขอนำเข้าที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่บ้านผมนี่ละครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ปลาหมอคางดำ ได้กระจายตัวสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรเพาะเลี้ยง และทำลายสัตว์น้ำพื้นถิ่นลุกลาม ไปถึง ๑๙ จังหวัดทั่วทั้งประเทศ มีการนำปัญหานี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาด้วยการตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี มีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อให้รัฐบาลเร่งรัดการแก้ไขปัญหา รวมถึงมีการตั้ง คณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาสาเหตุและการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำที่เรากำลังนำผล ศึกษานี้มารายงานอยู่นะครับ โดยปัจจุบันรัฐบาลมีแนวทางการแก้ไขปัญหา คืออนุมัติ งบประมาณ ๔๕๐ ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามแผนซึ่งดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๗ จนถึงแผนปี ๒๕๗๐ โดยดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ๗ มาตรการ ๑๔ กิจกรรม ทั้งนี้ในรอบหลายปีที่ผ่านมายังมีการใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำไปอีก หลายร้อยล้านบาท และใช้มาอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานครับ สถานการณ์ปัจจุบันจนถึงวันนี้ ผลลัพธ์ของการแก้ไขปัญหาก็เป็นดังที่คณะกรรมาธิการได้ให้ความเห็นที่อยู่ในรายงานฉบับนี้ นะครับ โดยให้ความเห็นไว้ว่าวิธีการใช้และปริมาณงบประมาณยังไม่ตอบโจทย์ของการ แก้ปัญหาอย่างแท้จริงและยั่งยืน ทั้งนี้คณะกรรมาธิการยังมีความเห็นอีกด้วยว่ากรมประมง ควรเป็นเจ้าภาพและบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานอื่น ๆ อีกหลายหน่วยงาน โดยกำหนดกรอบการดำเนินงานพร้อมรายงานผลการติดตามการดำเนินงานเป็นระยะ ซึ่งรายงานเล่มนี้มีรายละเอียดที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าจะให้หน่วยงานไหนทำอะไรบ้าง โดยผมก็ เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ใน ๓ เรื่อง ๓ กระทรวง
๑. การให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำรวจความเสียหายของประชาชน เกษตรกร ผู้ได้รับความเดือดร้อน และช่วยเหลือ ชดเชย เยียวยาเป็นวงเงินตามที่กฎหมายหรือระเบียบ กำหนดอย่างเร่งด่วน เพราะตอนนี้ประชาชนต่างเฝ้ารอการช่วยเหลือจากภาครัฐอยู่นะครับ มีเพียงกรุงเทพมหานครที่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ ส่วนในต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัด สมุทรสงครามเกษตรกรเดือดร้อนหลายพันราย แต่ยังไม่มีการดำเนินการช่วยเหลือ ชดเชย เยียวยาใด ๆ เลย
๒. การให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการทาง กฎหมายต่อผู้ซึ่งสมควรจะรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะหายนะทางธรรมชาตินี้ เกิดจากผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างความร่ำรวยให้กับตัวเอง แต่กลับสร้างความเสียหาย ต่อส่วนรวมมหาศาล ตอนนี้ภาครัฐยังนิ่งเฉยในการเอาผิดผู้กระทำความผิด กลับเป็น ภาคประชาชนร่วมกับสภาทนายความต้องมาดำเนินการฟ้องร้องเองในตอนนี้ โดยส่วนหนึ่ง ของข้อมูลที่ใช้ประกอบในการฟ้องร้องต่อศาลของประชาชนก็มาจากรายงานฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ มีตัวเลขความเสียหายที่น่าสนใจของศูนย์วิจัยและพัฒนาเครื่องมือ ด้านการประเมินผลตอบแทนทางสังคม วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ คาดการณ์ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นต่อชาวประมงในตำบล แพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นตำบลเล็ก ๆ เพียงตำบลเดียว มีมูลค่าสูงถึง ๑๓๑.๙๖ ล้านบาทต่อปี ส่วนความเสียหายของภาพรวมระดับประเทศยังไม่มี การรวบรวมอย่างชัดเจน
แล้วสุดท้ายตามรายงานแนะนำว่า รัฐบาลจะต้องให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ควรเร่งผลักดันการวิจัยแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำ โดยเสนอการทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา เช่น การวิจัย เกี่ยวกับเรื่องพันธุกรรม เช่นการทำหมันปลา การวิจัยผลของการปล่อยปลานักล่าขนาด ต่าง ๆ ในการจัดการปลาหมอคางดำว่ามีผลลัพธ์มากน้อยอย่างไร ตามที่กรรมาธิการเสนอมา ในรายงานเพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ ผมขอให้ฝ่ายโสตเปิดคลิป ความเดือดร้อนของประชาชนที่ผมนำมาประกอบนี้หน่อยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นี่คือความในใจของพ่อแม่ พี่น้องเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ ผมจึงขอให้รัฐบาล ดำเนินการตามข้อเสนอของกรรมาธิการที่อยู่ในรายงานฉบับนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ