ณัฐชา ชี้ช่องโหว่ตรวจสอบปลาหมอคางดำ ร้องรัฐเร่งแก้กฎระเบียบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๘

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ชี้แจงปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและชาวประมง โดยเรียกร้องให้รัฐเร่งจัดสรรงบประมาณและดำเนินการทางกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมชี้ให้เห็นช่องโหว่ในการตรวจสอบนำเข้าปลาต่างถิ่นที่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งขาดระบบป้องกันที่ชัดเจนและโปร่งใส ทำให้เกิดปัญหาการแพร่กระจายของสัตว์น้ำต่างถิ่นอย่างปลาหมอคางดำ สร้างความเสียหายมหาศาลต่อระบบนิเวศและทรัพย์สินของประชาชน จึงเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งแก้ไขกฎระเบียบ เพิ่มระบบป้องกันด่านชายแดน และจัดตั้งกองทุนเพื่อระดมทุนจากภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาสาเหตุ แนวทางการแก้ปัญหา รวมทั้งผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัย และพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ทางคุณหมอวาโย ได้กล่าวนำในเรื่องของ Timeline ระยะทางกว่าจะเดินทางมาถึงการแพร่ระบาดที่กัดกินชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมทั้งเกษตรกรไทยในหลาย ๆ จังหวัด ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า ณ ขณะนี้ตั้งแต่เรื่องเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรมีการตั้งกระทู้ถาม มีการเสนอ ญัตติด่วน มีการเสนอเข้าไปพิจารณาในคณะกรรมาธิการ และจนมาถึงคณะกรรมาธิการ พิจารณาแล้วเสร็จในวันนี้ และเตรียมที่จะนำเอกสารฉบับนี้ส่งตรงไปถึงคณะรัฐมนตรี ส่งตรง ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแนวทางในการที่จะแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม มากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ถ้าเกิดเรานับ ๑๙ จังหวัดที่กำลังมีการแพร่ระบาดอยู่ แล้วย้อนกลับมาถึงสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ใน ๑๙ จังหวัดก็จะมี สส. อยู่ประมาณ ๑๒๗ คน เพราะฉะนั้นสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้เขาสะท้อนผ่านผู้แทนประชาชน สะท้อนผ่านตัวแทนที่เข้ามาทำงานในที่แห่งนี้ว่ามันต้องแก้ไข ว่ามันต้องพิจารณาที่จะต้อง นำไปสู่แนวทางการแก้ไขได้แล้ว เพราะพี่น้องประชาชนในแต่ละวันต้องเผชิญเรียกว่า ภัยอันตรายหนักหนาสาหัส ท่านประธานทราบไหมครับว่าพี่น้องเกษตรกรที่จังหวัดจันทบุรี ที่ผมและเพื่อนสมาชิกได้เดินทางไปมีเสียงจากประชาชนสะท้อนมาว่าการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำนั้นทำให้เกิดภัยอันตรายและความเสี่ยงภัยของเขามากขึ้นและรายได้เขา ลดลง เพราะปลาหมอคางดำมาอยู่ตามแนวชายฝั่ง ทำให้การออกเรือหาปลาจากเดิมเคย ๔ ๕ ไมล์ทะเล ต้องออกไปถึง ๑๐ กว่าไมล์ทะเล ก็ต้องทนคลื่นลมแรงที่สูงขึ้น แล้วก็ได้รับ ผลตอบรับหรือปลาที่ไปหามาน้อยลง เนื่องจากว่าปลาสายพันธุ์นี้มันล้อมแนวชายฝั่งเราไว้ หมดแล้ว ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้สถานการณ์เรายังคงนิ่งเฉย ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้บอกแล้วว่ากรอบวงเงินการพิจารณา ๔๕๐ ล้านบาทที่วางไว้ ๔ ปีนั้นมันแทบจะจับต้อง และทำอะไรไม่ได้เลย วันนี้เรื่องปลาหมอคางดำถูกหยิบยกเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งวาระ แห่งชาติของคณะรัฐมนตรี ของรัฐบาลนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าวาระแห่งชาติกับวาระ ธรรมดานั้นต่างกันอย่างไร เพราะแม้กระทั่งกรอบวงเงินพิจารณาที่จะสนับสนุนไปยังหนึ่ง ในวาระแห่งชาตินี้ก็ยังไม่มีชัดเจน หรือแม้กระทั่งเรื่องที่มันปัจจุบันทันด่วนต้องแก้ไขปัญหา พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก เรามีการร้องขอว่าให้ใช้งบกลางในการที่จะเข้าไป ช่วยเหลือเบื้องต้นก่อน จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องของการจัดสรรงบกลางไปแก้ไขปัญหาเนื่องจากว่าไม่ได้ วางกรอบงบประมาณไว้ หรือแม้กระทั่งการวางกรอบงบประมาณไว้ในปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ ที่กำลังจะมาถึงนั้น Check ดูเบื้องต้นคณะกรรมาธิการโดยทางคุณหมอวาโยได้เชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาพูดคุยว่ากรอบแนวทางงบประมาณนั้นมีการเตรียมการวางไว้ หรือไม่ มีการวางแผนไว้หรือไม่ ก็ทราบว่ายังไม่มี ก็มีเพียงแค่คำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ไปเล็งเห็น ไปเล็งดูว่ามีงบประมาณส่วนไหนที่พอจะปรับโยกย้ายเพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหา เรื่องนี้ได้บ้าง เอาล่ะครับ จนมาถึงวันนี้สิ่งที่คณะกรรมาธิการเห็นว่ามันเป็นหน้าที่โดยตรง ของรัฐเลย เนื่องจากว่ารัฐมีองค์กรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชัดเจน วันนี้พี่น้องประชาชนรวมตัว กันครับ รวมกลุ่มกันเอง ๑,๐๐๐ กว่าคนไปฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกรายเพื่อที่จะ หาทางรอด นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนในประเทศนี้ที่มีหน่วยงานชัดเจนเขาต้องรวมตัว ทำกันเอง ลงขันรวบรวมเงินและจะไปดำเนินการกันเอง ซึ่งเรื่องนี้ผมเองจะนำเข้ามาตั้ง กระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ๑ ครั้ง แต่ว่ายังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้เกิดขึ้น ก็ปล่อยให้พี่น้องประชาชนนั้นได้มีการดำเนินการฟ้องร้อง ซึ่งก็กำลังจะมีการไต่สวนในเร็ว ๆ นี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราย้อนกลับมาว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นเลยก็คือว่าหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ โดยตรง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุณไม่รู้สึกเดือดร้อนหรือ เป็นเดือดเป็นร้อนแทนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของคุณเลย ชื่อกระทรวงของคุณ ก็ใส่ชื่อให้ยาวเพื่อให้มันครอบคลุมว่ามันมีการดูแลเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมด้วยนะ แต่วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แทบจะไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย สิ่งที่เราเห็นควรว่ารัฐควรดำเนินการทาง กฎหมายคือสอบหาผู้มีส่วนรับผิดชอบที่ทำให้เกิดความเสียหายเรื่องนี้เกิดขึ้น ซึ่งในการ แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำก็มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก็คือพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๙๗ บัญญัติไว้ บัญญัติไว้ว่า อย่างไรครับ บัญญัติไว้ว่าผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำประการใดโดยมิชอบด้วย กฎหมายอันเป็นการทำลายและทำให้สูญหาย หรือทำให้เสียทรัพย์ หรือทำให้เสียหาย แก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ชดเชยค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไป เคยมีเคสกรณีเรือน้ำตาลล่มแล้วทำให้ระบบนิเวศบริเวณนั้นพังทั้งระบบ ปลาธรรมชาติล้มหายตายจากไปทั้งหมด ทำให้พี่น้องประชาชนที่กำลังหาสัตว์น้ำท้องถิ่น เพื่อประทังชีวิตเพื่อหารายได้ในพื้นที่ตรงนั้นไม่สามารถหาปลามาเพื่อหาเลี้ยงชีพได้ หน่วยงานรัฐมีการฟ้องร้องบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ศาลก็ได้มีคำสั่งให้เอกชนนั้นคืนความเป็น ธรรมชาติ คืนระบบนิเวศให้กับพื้นที่ตรงนั้น พื้นที่ตรงนั้นเคยมีปลาอยู่กี่สายพันธุ์ กี่ร้อยสายพันธุ์ ต้องคืนไปให้ครบ จะมูลค่าเท่าไรก็แล้วแต่บริษัทเอกชนต้องรับผิดชอบ แต่วันนี้ทำไมละครับ ทำไมหน่วยงานรัฐถึงไม่ทำ ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงถึงไม่รับผิดชอบ หรือออกมา เป็นตัวแทนของชาวบ้าน ไม่ต้องให้ชาวบ้านเขาต้องดำเนินการกันเอง เพราะอะไรครับ ชื่อหน่วยงาน ชื่อกระทรวงที่ท่านได้เป็นใหญ่เป็นโตได้ใช้งบประมาณอยู่ทุกวันนี้มันระบุไว้ ชัดเจนว่าท่านต้องดูแลเรื่องอะไร แต่วันนี้กลับไม่มีความชัดเจนที่เกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่เคยเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วก็คือเรื่องญัตติด่วนเกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาของ อนุกรรมาธิการ นั่นก็คือมีการเสนอส่งไปยังรัฐบาล แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ ในการกระทำเรื่องนี้ ก็คือแบ่งเขตให้ชัดเจน วันนี้เรารู้ครับว่า ๑๙ จังหวัด ๗๖ อำเภอ มีการระบาดของปลาหมอคางดำ แต่เราไม่รู้ครับว่าจังหวัดไหน อำเภอไหน ระบาดอย่างไร แก้ไขอย่างไร สถานการณ์มันเลวร้ายแค่ไหน เราเสนอในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลช่วยกันนำเสนอ และส่งไปยังรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้อสรุปที่เราต้องการ เราบอกว่าใน ๑๙ จังหวัด ใน ๗๖ อำเภอคุณบอกหน่อย อำเภอไหนเป็นธงแดงและธงแดง คือระบาดหนัก คุณต้องประกาศเขตที่จะต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือพิเศษ เช่น อาจจะต้อง ละเว้นกฎหมายบางข้อบางประการที่จะต้องให้อุปกรณ์พิเศษในการจับปลาเพื่อให้กวาดล้าง ได้หมดทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติ เราต้องแก้ ต้องจับ ต้องซื้อ ในช่วงเวลาของอำเภอและจังหวัด ที่ขึ้นธงแดงอยู่ มันหยุดไม่ได้ รับซื้อต้องรับซื้อต่อเนื่องจนกว่าจะเปลี่ยนสถานการณ์ไป จับต้องจับอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเปลี่ยนสถานการณ์ไป แต่ถ้าเกิดจับแล้วก็ซื้อแบบไม่มีทิศ ไม่มีทางแบบนี้มันก็จะเพิ่มขึ้นมาอีก หลังจากธงแดงเสร็จปุ๊บเมื่อเราจับ เมื่อเราซื้อ เมื่อเรา แก้ปัญหาได้ระยะหนึ่ง พอมาเป็นธงเหลืองเฝ้าระวัง หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ตรวจตราครับ ตรวจตราไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ พี่น้องประชาชนทำบ่อขนาด ๑๐๐ ไร่ ๑,๐๐๐ ไร่ เขาไม่ สามารถเปิดก๊อกเอาน้ำใส่บ่อได้ เขาต้องดูดน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ หน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่ไปตรวจตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ว่าในแหล่งน้ำธรรมชาติยังมีปลาหมอคางดำ ยังมีมหันตภัยร้ายที่ยังไปกัดกินชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอยู่ในแหล่งน้ำ ธรรมชาติหรือเปล่า ถ้าอยู่ หน่วยงานของรัฐต้องมาดำเนินการครับ ไม่ใช่ปล่อยให้พี่น้อง ประชาชนบอกว่าไปกรองสิเวลาเปิดน้ำเข้าไปหาตาข่ายที่ตาเล็ก ๆ หน่อยไปกรองเข้าไป อะไรเข้าไป มันกรองไม่ได้หรอกครับ วันนี้เขาทำมาหมดแล้วสิ่งที่ท่านเสนอมา แต่มันทำแล้ว มันไม่เป็นผลครับ เขาเลยร้องขอมาที่ท่าน ต่อไปเป็นธงเขียว ก็คือว่าหลังจากตรวจตรา ตรวจสอบแต่ละบ่อเรียบร้อยแล้วธงเขียวก็คือเราเฝ้าระวัง ปล่อยปลานักล่า ปล่อยปลานักล่า ไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ วันนี้ท่านไปปล่อยปลานักล่าเลย ปลากะพง ๒๔ ชั่วโมงหิวครั้งหนึ่ง แต่ปลาหมอคางดำหิวทุกชั่วโมง ท่านดูว่าอะไรจะล่าใครก่อน ก่อนท่านจะประกาศปล่อย ปลากะพงวันนี้นี่ปลาหมอคางดำมันระบาดไปในบ่อปลากะพงตบหน้าท่านไปแล้ว มันระบาด ในบ่อปลากะพงแล้วท่านจะบอกว่าปล่อยปลากะพงไปล่ามันอีกได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ธงเขียวเมื่อในแหล่งน้ำธรรมชาติมันลดน้อยถอยลงปลาตัวใหญ่ไม่พบ เหลือแต่ตัวเล็ก ๆ ท่านปล่อยปลาสายพันธุ์นักล่าที่หลากหลายลงไป ท่านกวาดล้างใหม่ให้ครบ ให้หมดสิ้น หลังจากธงเขียวท่านชักธงขาวเลย แต่ไม่ได้หมายความว่ายอมแพ้ ท่านชักธงขาวเลยก็คือว่า มันแดง เหลือง เขียวมาเป็นระยะหนึ่งแล้ว มันแก้ไขปัญหาได้แล้ว ธงขาวนี่คือท่านปล่อยปลา ท้องถิ่น ท่านมีงบประมาณอยู่ใน ๔๕๐ ล้านบาท ท่านวางไว้ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทที่จะ ปล่อยปลาท้องถิ่นเดิม เดิมเคยมีปลาอะไรอยู่มันกินหายเกลี้ยงไปหมดแล้ว พอชักธงขาว เมื่อไรแสดงว่าอ้าวรณรงค์ ประเทศไทยคนใจบุญชอบปล่อยปลาเยอะครับ เราชักธงขาว ที่จังหวัดไหนบอกพี่น้องประชาชนเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าปล่อยปลาท้องถิ่นคืนสู่ธรรมชาติ ในแหล่งน้ำไฟเขียวแล้ว นี่คือสิ่งที่เราร้องขอไปผ่านญัตติด่วน แต่ไม่มีการเกิดขึ้นเลยแม้แต่ ธงสีเดียว ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่อยากจะฟ้องท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่าน แล้วก็ไปถึงพี่น้องประชาชนว่ายังไม่มีการดำเนินการใด ๆ

ต่อมาครับก็คือว่าในการที่เราฟังวันนี้ว่าคณะกรรมาธิการพิจารณากันมา ต่าง ๆ นานาเราเห็นแล้วว่ามันมีกระบวนการหลาย ๆ อย่างที่มันขาดตกบกพร่อง เรามีการ กำหนดกรอบกติกาผ่าน IBC คณะกรรมการความหลากหลายทางชีวภาพ เราบอกว่าต้องทำ ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ แต่เวลาเอกชนเอามาเขาทำให้ข้อ ๑ มันทำไม่ได้ เขาทำให้ข้อ ๒ มันทำไม่ผ่าน เขาทำให้ข้อ ๓ มันเป็นไปไม่ได้ แล้วแบบนี้ใครรับผิดชอบ ใครรับผิดชอบ นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนไปพื้นที่ไหนเขาถามว่า สส. และมันเกิดเหตุแบบนี้ใครรับผิดชอบ ก็ในเมื่อคณะกรรมการเขาบอกว่าต้องตัดครีบปลาเขาก็เอาปลาที่มันตัดครีบไม่ได้มา แล้วเขา ก็สามารถดำเนินการวิจัยได้แบบนี้ใครรับผิดชอบ เขาตั้งข้อสังเกต ตั้งข้อสงสัยแบบนี้เราทำ อย่างไร เราก็บอกว่าใช่ ถ้าอย่างนั้นกฎกติกาต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น มันยังไม่เหมาะสม มันยังไม่ถูกต้อง มันยังไม่รอบคอบ มันยังไม่รอบด้านหรือไม่ มันก็ต้องไป แก้ไขปัญหาเรื่องนี้กัน ผมเองเดินทางกับคุณหมอวาโยแล้วก็เพื่อนสมาชิกในคณะกรรมาธิการ ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิไปดูเรื่องของวิธีการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขาตรวจสอบ ว่าปลานำเข้ามาแล้วนี่จะตรวจสอบกันอย่างไร จะตรวจ Check กันอย่างไร ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า ปลา ๒,๐๐๐ ตัวนี้เวลาเขาตรวจสอบเขานับกันอย่างไร เขาใส่ถุงพลาสติก อัดออกซิเจนมาจากประเทศกานา แล้วเวลาเขานับเขานับอย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน คำตอบของเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เขาบอกว่ายกขึ้นมาแล้วประเมินด้วยสายตาว่าในถุงนี้ประมาณเท่าไร นี่คือสิ่งที่ เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการปกป้องอธิปไตยเรียกว่าระบบนิเวศในประเทศไทยมันจะล้มหาย ตายจากไปด้วยอาวุธร้ายที่มันมากับในชื่อของสัตว์น้ำต่างถิ่นนี้ มันเป็นอาวุธที่มีอานุภาพ การทำลายล้างสูง วันนี้กัดกินชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนมูลค่าแค่ตำบลเดียว ๑๐๐ กว่าล้าน ผ่านไป ๑๐ ปีนี้มูลค่าเท่าไร ประเมินกันคร่าว ๆ ในคณะกรรมาธิการ ๑๐ ปี ที่ผ่านมามูลค่าไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นล้านบาท มันมาเอาเงินคนไทยไปขนาดนี้ แต่ประตู ด่านแรกที่มันจะเคาะประตูเข้ามาในประเทศไทยนี่ ก็คือประตูด่านสุวรรณภูมิที่เอาปลา เข้ามา Landing ถามว่าประตูนี้ผุมากเลยท่านประธาน ลูกบิดยังไม่มีกลอนเลย ใครก็เข้ามาได้ ใครก็เข้ามาเอาชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนไทยได้ เพราะระบบด่านแรกประตู ด่านแรกมันไม่มิดชิด มันไม่มีกรอบที่ชัดเจน มันไม่มีแม้กระทั่งห้องทำงานให้เจ้าหน้าที่ส่วนนี้ เขาได้นั่งพิจารณากันว่า อ้ายปลาต่างถิ่นนี้มันต้องนับอย่างไร เดี๋ยวนี้มันมี Sensor นะครับ ปล่อยใส่ถุงมาให้ว่ายผ่าน Sensor นับได้เลยกี่ตัว นอกจาก ๒,๐๐๐ ตัว กะด้วยสายตาแล้ว ถามว่าท่านผู้ตรวจท่านรู้ได้อย่างไรว่าปลาในถุงนี้มันคือปลาหมอคางดำหรือปลาชนิดอื่น เขาบอกว่าประเมินด้วยสายตาจากความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว แล้วผมถามว่าผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะตัว เฉพาะด้านนี้เขาประเมินถูกตลอด ๒๐ ๓๐ ปีที่ผ่านมาหรือครับ ถ้าเขาเอาปลา ที่มันร้ายแรงกว่านี้มา หรือมันอาจจะหลุดเล็ดลอดมาแล้วก็ได้ มันอาจจะอยู่บ้านใครคนใด คนหนึ่ง มันอาจจะอยู่แล็บใดแล็บหนึ่ง แต่เราอาจจะยังไม่รู้ก็ได้ อีก ๑๐ ปี ๒๐ ปีอาจจะต้อง มาพูดกันเรื่องนี้อีกหรือเปล่า ถ้ากรอบกติกาประตูบานแรกยังผุกร่อนไม่มีล็อก ไม่มีกลอน ไม่มีระบบป้องกันที่ชัดเจน แน่นอนเราอาจจะต้องมาตั้งญัตติ ตั้งกระทู้ ตั้งอนุกรรมาธิการ ในเรื่องของปลาโน่น ปลานี่ ปลานั่น ที่มาทำร้ายพี่น้องประชาชนคนไทยอีกนับครั้งไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นครับวันนี้เราอยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการในการที่จะ นอกจากกำจัดปลาหมอคางดำ นอกจากกำจัดให้หมดไปแล้วนี้ ต้องเพิ่มระบบป้องกัน ที่ยั่งยืนด้วย หรือเสริมเพิ่มเติม ผมอยากให้ตั้งเป็นกองทุนที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ได้เลย เพราะว่าเวลาเกิดขึ้นปุ๊บ ไปของบประมาณก็ให้กรอบวงเงินมาอีก ๔ ปีกว่าจะครบ ไม่รู้จะแก้ได้เมื่อไร ให้อำนาจหน้าที่มาก็ไม่ชัดเจนว่าใครจะเป็นคนทำ ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินจับมือกับเอกชนผู้นำเข้าไปไล่เดินสายประกาศบอก ปลาหมดแล้ว ปลาหมดแล้ว ปลาหมดแล้ว พี่น้องประชาชนนั่งดูตาปริบ ๆ ปลาเต็มบ่อเลย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเกิดกองทุนนี้มันเกิดขึ้นรายได้ไม่ต้องมาจากหน่วยงานรัฐ หรอกครับ ไม่ต้องมาจากงบประมาณภาษีประชาชนหรอกครับ มาจากเอกชนผู้นำเข้า ท่านประธานเชื่อไหมว่าค่าธรรมเนียมนำเข้าถูกมาก ค่าเอกสาร ค่าอะไรต่าง ๆ นี้ถูกมาก เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองนี้ผมถามว่าที่เขาตายเอามา ๒,๐๐๐ ตัวแล้วตาย เหลือ ๖๐๐ ตัว ๑,๔๐๐ ตัวที่มันตายนี้ผมถามว่าทำไมมันกอดคอกันตายเป๊ะพอดีเลย ๑,๔๐๐ ตัว เขาบอกว่า ๑,๔๐๐ ตัวนี้ก็ได้จากเอกชนเขาส่งมาให้ ไม่ได้นับเองว่ามันตายเท่าไร นี่มีคำพูดชัดเจนอยู่ในชวเลขบันทึกของคณะกรรมาธิการว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเขาบอก วิธีการว่านับอย่างไร ผมก็สงสัยว่าวันนี้ตาย ๕๐ ตัว พรุ่งนี้ตาย ๑๐๐ ตัว มะรืนตาย ๒๐๐ ตัว เอ๊ะปลามันกอดคอตายกันอย่างไรลงหลักร้อย ร้อย ร้อย เขาบอกอ๋อ กะเอา นี่ประเทศไทย อยู่กันแบบนี้ครับท่านประธาน แล้วสถานที่ในการที่จะตรวจสอบในการที่จะกักไว้เหมือน โควิด-๑๙ จะเข้าไทย ท่านประธานเรามีโรงแรม เรามีกักไว้ ๗ วัน ๑๔ วันดูไม่แพร่เชื้อ ไม่แพร่โรคก็ปล่อยพี่น้องประชาชนกลับบ้าน นี่เวลาเป็นคนทำอย่างนี้ แต่เวลาเป็นปลาปุ๊บ เขาบอกว่าไม่มีที่กักกัน อย่างไรก็ต้องอนุโลมให้ไปที่แล็บเลย แล้วก็ค่อยให้แล็บส่งกลับมาว่า สรุปแล้วมันเป็นอะไรบ้าง สิ่งที่ผ่านมาที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นต่อไปใครจะเอาสัตว์น้ำ ต่างถิ่นถ้าเกิดคุณเอาเข้ามาแล้ววิจัย ผลงานวิจัยคุณสำเร็จคุณได้ผลประกอบการเป็นกอบ เป็นกำ คุณได้ดอกเบี้ยดอกผลจากการทำธุรกิจของคุณมหาศาล แต่เมื่อขาดทุนเมื่อไร เมื่อผิดพลาดเมื่อไร เมื่อเกิดปัญหาเมื่อไร พี่น้องประชาชนต้องรับกรรม ต้องเผชิญชะตากรรม แต่บริษัทของคุณก็ยังคงอยู่ เพราะฉะนั้นต่อไปใครจะนำเข้ามาก็แล้วแต่ครับ ส่งเงินไว้เลย จะจำนวนเท่าไร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหน้าที่ไปดำเนินการไปคิดมาว่าจะต้องเก็บค่าใช้จ่ายอย่างไร เข้ากองทุนนี้ เหมือนซื้อประกันนะครับ แล้วถ้าเกิดมันผิดพลาดมันมีปัญหาขึ้นมากองทุนนี้ ใช้จ่ายได้เลยเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อย่างนี้คือยกตัวอย่างให้รายงานฉบับนี้ไปถึง คณะรัฐมนตรีแล้วได้มีเรื่องที่จะพิจารณาได้เร็วขึ้น ต่อไปก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม