วาโย อัศวรุ่งเรือง รายงานผลการศึกษาผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ โดยชี้ให้เห็นลักษณะทางชีวภาพและการแพร่กระจายพันธุ์ที่รวดเร็ว พร้อมนำเสนอรายงานฉบับเต็มพร้อมหลักฐานดิจิทัล วาโย อัศวรุ่งเรือง รายงานข้อมูลการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ และส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นใน ๑๙ จังหวัด วาโย อัศวรุ่งเรือง ระบุว่า คณะอนุกรรมาธิการพบว่าเอกชนรายเดียวที่นำเข้าปลาหมอคางดำอย่างถูกต้องคือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมประมงภายใต้เงื่อนไขการเก็บตัวอย่าง DNA และการทำลายปลาทิ้งหลังวิจัยเสร็จสิ้น วาโย อัศวรุ่งเรือง ชี้แจงกรณีนำเข้าลูกปลาหมอคางดำจากกานาที่ผิดเงื่อนไข โดยบริษัทอ้างปลาสีเล็กเกินไปจึงตัดครีบไม่ได้ และกรมประมงโต้แย้งว่าหน้าที่การเก็บตัวอย่างเป็นของบริษัท แต่จากการตรวจสอบเอกสาร
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร วันนี้การรายงานผลการศึกษานะครับ ขออนุญาตใช้ชื่อย่อก็คือรายงานผลการศึกษาเรื่องผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการวิจัย ซึ่งในการนี้ทางคณะกรรมาธิการได้ตั้ง คณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ โดยใช้เวลาเพียง ๙๐ วัน เท่านั้น ซึ่งบัดนี้ระยะเวลาก็ล่วงเลยมาจากการที่เราสรุปรายงานไปประมาณ ๓-๔ เดือนแล้ว วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้นำรายงานฉบับนี้เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรายงานให้กับ ท่านสมาชิก แล้วก็ผ่านไปถึงพี่น้องประชาชนได้รับทราบ ซึ่งจริง ๆ แล้วทางคณะกรรมาธิการ รวมถึงคณะอนุกรรมาธิการได้เคยแถลงรายงานฉบับนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทราบไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุม B1-6 อาคาร รัฐสภา โดยในการนั้นก็มีคณะอนุกรรมาธิการได้เข้าร่วมแล้วก็แถลงข่าวด้วย ซึ่งผมจะขอ อนุญาตสรุปรายงานที่เป็นเล่มออกมาซึ่งเราได้แจกให้กับท่านสมาชิกได้อ่านกันอยู่แล้ว รวมถึงเผยแพร่ให้กับประชาชนได้เข้าถึงรายงานฉบับดังกล่าวด้วย และในตอนท้ายของ รายงานฉบับดังกล่าวก็มี QR Code ที่สามารถ Scan เพื่อที่จะเข้าถึงพยานหลักฐาน รวมถึง เอกสารต่าง ๆ ใน Google Drive ได้ด้วย ขออนุญาตสรุปรายงานพอสังเขปดังนี้เพื่อความ เข้าใจได้ง่ายแล้วก็ไม่สิ้นเปลืองเวลาของสภาแห่งนี้มากนัก โดยที่คณะอนุกรรมาธิการได้ศึกษาแล้วก็พบว่าปลาหมอคางดำซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Sarotherodon Melanotheron มีลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกับปลาหมอเทศ โดยเฉพาะ ในระยะวัยอ่อน แต่ว่าเมื่อโตเต็มวัยจะสังเกตความแตกต่างได้ง่ายขึ้น โดยที่ปลาหมอคางดำ จะมีลักษณะมีปื้นสีดำบริเวณคางหรือในบริเวณที่มันใกล้เคียงก็เลยได้ชื่อว่า ปลาหมอคางดำ โดยปลาชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา ไม่มีในประเทศไทย ไม่เคยปรากฏในประเทศไทย มาก่อน พบการกระจายตัวตามแนวชายฝั่งก็คือที่แอฟริกาจากตะวันตกเฉียงเหนือไล่ลงมา อาทิ ไนจีเรีย แคเมอรูน กินี โตโก คองโก เบนิน แกมเบีย บิสเซา ไลบีเรีย เซียร์ราลี โอน เซเนกัล มอริเตเนีย โกตดิวัวร์ แล้วก็กานา โดยปลาหมอคางดำส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ บริเวณปากแม่น้ำตรงชายฝั่ง ตรงน้ำกร่อย หรือว่าป่าชายเลนเป็นหลัก อย่างที่ทุกท่านทราบดี ว่าปลาชนิดนี้น่าจะเป็นปลา ๓ น้ำ ท่านประธานณัฐชากล่าวว่าเป็นปลา ๔ น้ำด้วยซ้ำ คืออยู่ ได้ทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย แล้วก็น้ำเสีย แต่ว่าหลัก ๆ แล้วนี่ตัวปลาหมอคางดำก็คือเป็น ปลาที่สามารถทนความเค็มได้สูง เขาก็มักจะอยู่ในที่น้ำกร่อยเป็นหลักเสียมากกว่านะครับ ทนความเปลี่ยนแปลงในช่วงของความเค็มได้กว้างด้วย ปลาหมอคางดำสามารถวางไข่ได้เร็ว แม่ปลา ๑ ตัวสามารถวางไข่ได้ประมาณ ๑๕๐-๓๐๐ ฟองต่อครั้ง การฟักไข่แล้วก็ดูแล ตัวอ่อนจะเป็นหน้าที่ของปลาเพศผู้ โดยที่อมไข่เอาไว้ในปาก ท่านสมาชิกน่าจะเคยเห็นภาพ แล้วก็ทราบกันดีอยู่แล้ว ทำให้อัตราการรอดชีพของลูกปลาสูงถึงร้อยละ ๙๐-๙๕ คือโดยปกติ ลูกปลาเวลาออกมาตามธรรมชาติ อัตราการรอดชีวิตมันน้อยมาก แต่ด้วยวิวัฒนาการของตัว ปลาหมอคางดำที่ให้ปลาเพศผู้อมไข่ไว้ในปาก เลยทำให้อัตราการรอดชีพของปลาสูงมาก มากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ โดยใช้เวลาฟักเพียงแค่ ๔-๖ วัน ลูกปลาก็จะออกมาแล้ว แล้วก็ยัง สามารถกลับเข้าไปในปากของพ่อปลาได้ ซึ่งพอเป็นตัวปลาเพศผู้เป็นคนอมไข่แล้วดูแล ลูกปลาเลยทำให้ปลาตัวเมียมีเวลาว่างพอที่จะไปผสมพันธุ์ต่อ แล้วก็สามารถที่จะออกลูก ออกหลานได้ในทันทีนะครับ
จากรายงานการตรวจสอบพบว่าความยาวของลำไส้ปลานี่มีความยาว มากกว่าความยาวลำตัว ๔ เท่าด้วย มีระบบการย่อยอาหารที่ดี สามารถย่อยลูกกุ้งได้ภายใน ระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ นาที ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลาหมอคางดำมีความต้องการอาหาร อยู่ตลอดเวลา มีบางรายงานซึ่งบอกได้เลยว่าปลาหมอคางดำหิวทุก ๆ ๑ ชั่วโมง วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง ก็คือต้องการกิน ๒๔ มื้อ เพราะฉะนั้นพลังทำลายล้างค่อนข้างสูง
จากรายงานข้อมูลความหลากหลายของสายพันธุ์ปลาในราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาไม่เคยพบปลาหมอคางดำมาก่อนในราชอาณาจักร กระทั่งในช่วงปลาย ปี ๒๕๕๓ ถึงต้นปี ๒๕๕๔ จากรายงานได้ปรากฏเอกชนรายหนึ่งนำเข้าปลาดังกล่าวเข้ามา ในราชอาณาจักร เอามาที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อการวิจัย
ต่อมาครับในช่วงปลายปีเดียวกันจากที่ไม่เคยปรากฏในราชอาณาจักรไทย มาก่อน แล้วมีเอกชนรายหนึ่งนำเข้ามาในช่วงประมาณปีเดียวกันครับก็เริ่มพบปลาหมอ คางดำในพื้นที่แหล่งน้ำธรรมชาติ พบที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่นี่นี่ล่ะ และยังพบอีกนะครับว่าในช่วงตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๕ เป็นต้นมาก็เริ่มมีการรายงานว่า มีการแพร่กระจาย แพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของตัวปลาหมอคางดำไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัด ข้างเคียงแล้วก็ลามต่อไปด้วย ส่งผลกระทบให้สัตว์น้ำพื้นถิ่นในแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมถึง สัตว์น้ำที่ถูกเพาะเลี้ยงตามบ่อหรือฟาร์มได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ก็คือจากในแหล่งน้ำ ตามธรรมชาติก็ได้เล็ดลอดเข้าไปสู่ฟาร์มของเกษตรกรที่เขาดึงน้ำจากธรรมชาติเข้ามาไว้ ในฟาร์มด้วย จากรายงานของกรมประมงพบว่าปลาหมอคางดำได้แพร่ระบาดไปแล้วถึง ๗๙ อำเภอ ในพื้นที่ ๑๙ จังหวัดของราชอาณาจักรไทย
คณะอนุกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาเพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหา ดังกล่าวที่นำเข้ามาเพื่อวิจัยพบว่า ปรากฏเอกชนรายเดียวที่ดำเนินการขออนุญาตอย่าง ถูกต้องเพื่อนำเข้ามาศึกษาวิจัยในราชอาณาจักร กล่าวคือเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการขออนุญาตเพื่อนำเข้าปลาหมอ คางดำเข้ามาภายในราชอาณาจักรต่อกรมประมง โดยกรมประมงได้มอบหมายให้คณะกรรมการด้านความหลากหลายและความปลอดภัยทาง ชีวภาพ หรือ IBC เป็นผู้พิจารณา ซึ่งได้มีมติอนุญาตให้บริษัทสามารถนำเข้าปลาหมอคางดำ ได้แบบมีเงื่อนไขครับ แต่กระนั้นนี่บริษัทยังมิได้ดำเนินการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ในช่วงเวลาดังกล่าว คือเคยขอครั้งแรกตอนปี ๒๕๔๙ แต่ยังไม่ได้เอาเข้ามา ใบอนุญาตจะมี กำหนดประมาณปีหนึ่งมันก็หมดอายุตอนปี ๒๕๕๐ ทีนี้ตอน พ.ศ. ๒๕๕๑ บริษัทก็เลย ได้ดำเนินการขออนุญาตต่อกรมประมงอีกครั้ง เพราะว่าใบอนุญาตเดิมมันหมดอายุไปแล้ว แต่ก็ยังมิได้นำเข้ามา หลังจากนั้นพอปี ๒๕๕๒ มันก็หมดอายุถูกไหมครับ ปี ๒๕๕๓ บริษัท ก็เลยได้ขออนุญาตอีกรอบหนึ่งเป็นครั้งที่ ๓ โดยในครั้งนี้บริษัทได้นำเข้าปลาหมอคางดำ มาจริงแล้ว เป็นลูกปลา จำนวน ๒,๐๐๐ ตัวจากสาธารณรัฐกานาก็คือที่แอฟริกาใต้อย่างที่ผม ว่าไปเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยแจ้งว่ามีเป้าประสงค์เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ ปลานิล ณ ศูนย์วิจัยสัตว์น้ำ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม อย่างที่ได้กล่าวไปเมื่อข้างต้น ทั้งนี้คณะกรรมการ IBC ได้อนุญาตให้บริษัทนำเข้าลูกปลาหมอ คางดำ ตอนนั้นใช้ชื่อภายใต้ชื่อว่าลูกปลานิล เพราะว่ามันยังไม่มีชื่อปลาหมอคางดำ ไม่รู้จัก ในประเทศไทย แล้วก็ยังมีเปลี่ยนเป็นลูกปลาหมอเทศข้างลาย แล้วเดี๋ยวค่อยเปลี่ยนเป็น ปลาหมอคางดำอีกทีหนึ่ง จากสาธารณรัฐกานา โดยมีเงื่อนไข ๒ ประการดังนี้ ๑. ให้มีการ ตัดเก็บตัวอย่างครีบดองในน้ำยาเก็บตัวอย่างและส่งให้กรมประมง โดยไม่ทำให้ปลาตาย ๒. เมื่อสิ้นสุดการศึกษาวิจัยให้รายงานผลการศึกษาโดยหากผลการศึกษาไม่เป็นไปตาม เป้าหมายและไม่ประสงค์ที่จะทำการศึกษาต่อไปให้ทำลายปลาดังกล่าวทั้งหมดและแจ้ง กรมประมงเพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการทำลายด้วย ก็คือนำเข้ามา ตัดครีบ ตัดครีบ แล้วดองไว้ เก็บเข้า DNA Bank เพื่อจะได้ตรวจสอบได้ในอนาคต ๒. พอเลิกปุ๊บต้องทำลาย ทิ้งให้หมด แล้วก็แจ้งให้กรมประมงเข้าไปตรวจสอบการทำลายดูหลักฐานของซากปลา ดังกล่าวด้วย หลัก ๆ คือ ๒ เงื่อนไขนี้
ทั้งนี้บริษัทได้ชี้แจงว่าบริษัทได้นำเข้าลูกปลาหมอคางดำ จำนวน ๒,๐๐๐ ตัว จากสาธารณรัฐกานา ทวีปแอฟริกา เมื่อช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ โดยมีน้ำหนักตัวเพียง ตัวละ ๑ กรัมเท่านั้น เป็นลูกปลาเล็ก ๆ ขนาดตัวยาวเพียงประมาณใบมะขาม จึงมิอาจตัดเก็บ ตัวอย่างครีบได้ เนื่องจากปลามีขนาดเล็กมาก ก็คือเขาบอกว่าเขาไม่สามารถที่จะดำเนินการ ตามเงื่อนไขตามข้อ ๑ ได้ เพราะปลามันเล็กมาก คือปลามันเล็กเท่ากับใบมะขาม ตัวอุปกรณ์ ที่จะไปตัดครีบดีไม่ดีใหญ่กว่าตัวปลาอีก มันก็เลยตัดไม่ได้ จึงเป็นการพ้นวิสัยที่จะปฏิบัติตาม เงื่อนไขข้อ ๑ ทั้งยังเป็นหน้าที่ของกรมประมงที่จะต้องนำเครื่องมือเฉพาะเข้ามาตัดเก็บ ครีบตัวอย่าง ไม่ใช่หน้าที่ของบริษัทที่จะกระทำการดังกล่าว แต่จากการศึกษาของคณะ อนุกรรมาธิการและกรรมาธิการนี้ ทางกรมประมงก็โต้แย้งในประเด็นดังกล่าวด้วยว่าไม่ใช่ อันนี้เป็นหน้าที่ของบริษัท ไม่ใช่หน้าที่ของกรมประมง แล้วก็โต้แย้งโดยการที่อ่านแล้วก็ ตีความถ้อยคำเมื่อสักครู่นี้จาก IBC ว่าสรุปแล้วคำว่า ให้ ให้ใคร ให้กรมประมงหรือว่า ให้บริษัทกันแน่ แต่ข้อเท็จจริงน่าจะเป็นที่ยุติว่าไม่มีการตัดเก็บครีบตัวอย่างตามเงื่อนไข ข้อ ๑ จริง นอกจากนี้ครับปลาดังกล่าวยังมีชีวิตรอดมาถึงในราชอาณาจักรไทยเพียงแค่ ๖๐๐ ตัวเท่านั้นเอง จาก ๒,๐๐๐ ตัว Ship มา เปิดตู้มาปุ๊บมีรอดอยู่ ๖๐๐ ตัว ตายไป ๑,๔๐๐ ตัว แล้วก็ได้ทยอยตายต่อไปในบ่ออนุบาลจนเกือบหมดภายในระยะเวลาประมาณ ๓ อาทิตย์ คือ ๓ สัปดาห์ บริษัทจึงไม่สามารถทำการศึกษาวิจัยได้ จึงได้ทำลายและฝังกลบ ซากปลาส่วนใหญ่แล้วโดยโรยด้วยปูนขาว พร้อมเก็บซากปลาใส่ขวดโหลดองน้ำยา ๒ ขวด ขวดละ ๒๕ ตัว รวมเป็น ๕๐ ตัวส่งมอบให้กับกรมประมงตามเงื่อนไขข้อ ๒ แล้ว อันนี้บริษัทชี้แจงว่าฉันทำลายปลาแล้ว แล้วก็ส่งซากปลาให้กับกรมประมงแล้ว แต่ทางกรมประมงได้รายงานแล้วก็ชี้แจงมาว่าไม่พบ ไม่ปรากฏหลักฐานการบันทึกการรับ มอบขวดโหลดังกล่าวตามที่บริษัทกล่าวอ้างว่าได้ส่งมอบให้กับกรมประมงแล้วในสมุดคุม ตามเงื่อนไขข้อ ๒ แต่ประการใด ส่วนการดำเนินการตามเงื่อนไขข้อ ๑ นั้นเป็นหน้าที่ของ บริษัทที่จะต้องตัดเก็บตัวอย่างครีบแล้วส่งมาให้กับกรมประมงตามรายละเอียด ที่ปรากฏ ซึ่งในการนี้ทางคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ที่กรมประมง ไปตรวจสอบถึงห้องเก็บตัวอย่างปลา ขวดโหลดอง แล้วก็ดูสมุดคุม เปิดดูทีละหน้า ไล่ย้อนกลับไป ๑๐ ปี ย้อนกลับไปดูเลยว่าสรุปแล้ว ๒๐ ปีที่ผ่านมามีการส่งมอบปลาหมอ คางดำซากปรากฏอยู่ในสมุดคุมหรือไม่ จากที่กรรมาธิการลงไปดูก็เห็นว่าไม่ปรากฏรายงาน ฉบับนั้นจริง ไม่ปรากฏรายการฉบับนี้จริง แล้วก็เป็นไปตามที่ทางกรมประมงได้กล่าวไป
ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๐ จากการแพร่ระบาดอย่างหนักของปลาหมอคางดำ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดเพชรบุรี กรมประมงก็เลยได้ส่งเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบยังศูนย์วิจัยสัตว์น้ำของบริษัทที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ปรากฏว่าไม่พบเอกสารหรือพยานหลักฐานการนำส่งครีบตัวอย่างปลาหรือว่าซากปลา รวมถึงบันทึกการทำลายซากปลาแต่ประการใด อันนี้กรมประมงลงไปตรวจด้วยนะครับ ตอนปี ๒๕๖๐ เจ้าหน้าที่ทางกรมประมงก็เลยได้ดำเนินการสุ่มตรวจตัวอย่างในบ่อพักน้ำ ของศูนย์วิจัยดังกล่าว แล้วปรากฏว่าเจอปลาหมอคางดำอยู่ในศูนย์วิจัยนั้น ติดขึ้นมา ๑๐ ตัว ในการทอดแหทีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ก็เลยได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างปลาดังกล่าวนี่ดองเอาเก็บ กลับมา แล้วก็ตัดครีบตัวอย่าง แล้วก็ถอดรหัสพันธุกรรม แล้วก็เก็บเอาไว้ในคลังข้อมูลเรียกว่า DNA Bank ที่กรมประมง ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็ได้ลงพื้นที่ไปดูขวดโหลดังกล่าวแล้วก็ดู ข้อมูลดีเอ็นเอดังกล่าวแล้ว แต่บริษัทได้โต้แย้งว่าปรากฏข้อมูลการขออนุญาตส่งออก ปลาหมอคางดำในระหว่างปี ๒๕๕๖-๒๕๕๙ โดยเป็นการส่งออกในลักษณะของปลาสวยงาม มีชีวิตจำนวน ๓๒๖,๒๔๐ ตัว โดยส่งออกไปยัง ๑๗ ประเทศ จากผู้ส่งออกทั้งสิ้น ๑๑ ราย เช่นนี้แสดงว่าอาจมีผู้ลักลอบนำเข้าปลาดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วหลุดรอดลง แหล่งน้ำแล้วทำให้เกิดการแพร่ระบาดก็เป็นได้ ทางกรรมาธิการก็เลยได้ศึกษาต่อครับ ได้เชิญ กรมประมง ทางกรมประมงก็ได้ส่งรายงานแล้วก็เข้ามาชี้แจงว่าได้ตรวจสอบบริษัททั้ง ๑๑ รายแล้ว แล้วก็ได้เข้าชี้แจงกับทางคณะอนุกรรมาธิการพบว่าน่าจะเกิดจากความ ผิดพลาดของการกรอกข้อมูลลงระบบ โดยบริษัท Shipping คือบริษัทขนส่งไม่ปรากฏ หรือพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการส่งออกปลาหมอคางดำออกนอกราชอาณาจักรจริง ในช่วงเวลาดังกล่าว อีกทั้งในระหว่าง ปี ๒๕๕๖-๒๕๕๙ ยังเป็นช่วงเวลาหลังจากที่ได้ปรากฏ รายงานแล้วว่าพบปลาหมอคางดำปรากฏอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติในราชอาณาจักรไทยแล้ว ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๔ ข้อต่อสู้นี้ก็เลยดูจะเป็นอันตกไป
ต่อมาครับกรมประมงได้ทำการศึกษาวิเคราะห์เส้นทางการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำในเขตพื้นที่ชายฝั่งของไทยจากโครงสร้างทางพันธุกรรมของประชากร ปลาหมอคางดำ พบว่าแต่ละประชากรย่อยไม่มีความแตกต่างกันทางพันธุกรรมมากนัก บ่งชี้ว่าประชากรปลาหมอคางดำที่แพร่ระบาดในราชอาณาจักรไทยมีแหล่งที่มาเดียวกัน มีแหล่งที่มาร่วมกัน อันนี้ศึกษาโดยท่านอาจารย์อภิรดี ตีพิมพ์เมื่อปี ๒๕๖๕ จากกรมประมง แปลเป็นภาษาชาวบ้านท่านประธานครับให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือว่าทางกรมประมงไปสุ่มตรวจ ปลาหมอคางดำในแต่ละพื้นที่มา พอไปสุ่มมาปุ๊บเขาก็ตรวจดีเอ็นเอ ปรากฏว่าตรวจดีเอ็นเอ แต่ละที่ใน ๑๙ จังหวัดที่ระบาดในประเทศไทยดีเอ็นเอมันตรงกัน มันเป็นพี่น้องที่มันใกล้ชิด กันมันเป็นญาติกัน มาจากแหล่งที่มาเดียวกัน อันนี้รายงานทางวิชาการของกรมประมงว่ามา แบบนี้ นอกจากนี้ท่านประธานครับ กรมประมงยังได้ทำการศึกษาการแพร่กระจาย และขอบเขตการรุกรานของปลาหมอคางดำในพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ใกล้เคียงอีก พบว่า การแพร่กระจายของปลาหมอคางดำมีลักษณะเป็นหย่อม ๆ ไม่เชื่อมต่อกัน บ่งชี้ว่าการแพร่ ระบาดในแต่ละพื้นที่นั้นอาจมีสาเหตุเริ่มต้นมาจากการเคลื่อนย้ายปลาหมอคางดำโดยการ กระทำของมนุษย์มากกว่าการแพร่กระจายไปตามเส้นทางน้ำที่ติดต่อกันกับชายฝั่งครับ ต่อมาจึงอาจมีการหลุดรอดแล้วก็แพร่กระจายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติแล้วเกิดการรุกรานไป ในแต่ละพื้นที่ด้วย อันนี้โดยอาจารย์ทิวารัตน์ ตีพิมพ์เมื่อปี ๒๕๖๗ ปีที่แล้วนี้เองจาก กรมประมงเช่นเดียวกันท่านประธานครับ
ล่าสุดครับเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ๒๕๖๗ ทางกรมประมงได้นำข้อมูลลำดับ พันธุกรรมของปลาหมอคางดำที่ระบาดใน ๖ จังหวัด ซึ่งเก็บอยู่ในธนาคารพันธุกรรมหรือว่า DNA Bank ที่กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ของกรมประมง ประกอบกับการสนับสนุนข้อมูลจาก ฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ โดยท่านรองศาสตราจารย์ดอกเตอร์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำมาวิเคราะห์สร้างเป็นแผนภูมิต้นไม้วิวัฒนาการหรือ NU Tree พบว่าปลาหมอคางดำ ที่เก็บตัวอย่างจาก ๖ จังหวัดที่มีการรายงานการระบาดในช่วงปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ อยู่ใน กลุ่มเดียวกันกับตัวอย่างข้อมูลพันธุกรรมที่มาจากประเทศกานาและโกตดิวัวร์ เมื่อประกอบ กับรายงานการศึกษาของกรมประมงที่เผยแพร่เมื่อปี ๒๕๖๕ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนะครับ จึงอาจนำมาสรุปต่อเนื่องกันได้ว่าประชากรปลาหมอคางดำที่ระบาดในราชอาณาจักรไทยนั้น มีแหล่งที่มาร่วมกันและแหล่งที่มาร่วมกันนั้นมาจากประเทศกานา มูลค่าความเสียหาย ที่เกิดจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำควรจะประเมินในมิติต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ครับท่านประธาน อันนี้ความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงความเสียหายต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับจุลภาคและในระดับมหาภาค รวมถึง ความเสียหายต่อสังคมโดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยและพัฒนาเครื่องมือด้านการประเมิน ผลตอบแทนทางสังคม วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำการศึกษาการระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่นปลาหมอคางดำกับความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ด้านการประมงของตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม คาดการณ์ ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นต่อชาวประมง เฉพาะชาวประมง ยังไม่ได้พิจารณาถึงเรื่อง ของทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศอะไรต่าง ๆ แค่เอาชาวประมงนี่นะครับ ความเสียหาย ต่อชาวประมงที่ตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่นี่ที่เดียว คาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นต่อชาวประมงในพื้นที่แพรกหนามแดงนี้ว่ามี มูลค่าสูงถึง ๑๓๑ ล้านบาทต่อปี ต่อปีแค่ตำบลเดียว ถ้าท่านที่เชี่ยวชาญทางด้านคณิตศาสตร์ ก็อาจจะอนุมานคำนวณคูณขึ้นไป Inferential ขึ้นไปจากพื้นที่ ๑๙ จังหวัดได้ว่าต่อปีมีมูลค่า ความเสียหายเท่าไร และ ๑๐ ปีที่ผ่านมามีมูลค่าความเสียหายเท่าไร อย่างที่ผมเรียนไปว่า มูลค่าความเสียหายนี้ยังไม่ได้ครอบคลุมในมิติอื่นเลยนะครับ ทางด้านสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่ได้ ครอบคลุม ครอบคลุมแต่เพียงแค่ในส่วนของเกษตรกรในพื้นที่แพรกหนามแดงเท่านั้นเอง
แนวทางการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำของรัฐบาลครับ ได้มีการตั้งกรอบเงินงบประมาณจำนวน ๔๕๐ ล้านบาท โดยดำริของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ ขณะนั้น แล้วก็ผ่านไปที่ ครม. เพื่อดำเนินการตาม แผนปฏิบัติการและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำประจำปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๗๐ ท่านประธานครับ ตรงนี้คือข้อสังเกตนะครับ ๔๕๐ ล้านบาท คือตั้งเป็น กรอบเอาไว้กว้าง ๆ โดยใช้ระยะเวลา ๔ ปีไม่ใช่ปี ๒๕๖๗ ปีเดียว ปี ๒๕๖๗-๒๕๗๐ เลย ตามวาระของรัฐบาล โดยดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ๗ มาตรการ ๑๔ กิจกรรม อาทิเช่น การรับซื้อ การปล่อยปลานักล่า การใช้กากชาเพื่อกำจัดในบ่อเพาะเลี้ยง การใช้เครื่องมือ ประมงที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับพื้นที่ การปรับปรุงพันธุกรรมเพื่อลดการแพร่พันธุ์ ของปลาหมอคางดำ เป็นต้น โดยอาจารย์เจษฎาเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการเห็นว่า การปล่อยปลาที่ถูกปรับปรุงพันธุกรรมลงในแหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่ทำการศึกษาให้ รอบคอบเสียก่อนนี้อาจจะส่งผลเสียในระยะยาวได้ นอกจากนี้คณะอนุกรรมาธิการก็ยัง เห็นว่าวิธีการใช้และปริมาณงบประมาณดังกล่าวนี้อาจจะยังไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหา อย่างแท้จริงแล้วก็ยั่งยืน โดยกรมประมงควรเป็นเจ้าภาพและบูรณาการการทำงานร่วมกัน กับหลายหน่วยงาน โดยกำหนดกรอบการดำเนินงานพร้อมรายงานผลการติดตาม การดำเนินการอย่างเป็นระยะด้วย
การดำเนินการทางกฎหมายครับ ทางคณะอนุกรรมาธิการเห็นว่ารัฐควร ดำเนินการสอบหาผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำในราชอาณาจักร โดยปรากฏกฎหมายก็คือพระราชบัญญัติการส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๙๗ ซึ่งบัญญัติอย่างนี้ครับว่า ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลาย หรือทำให้สูญหาย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐหรือเป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากร ธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น ซึ่งท่านประธานครับหน่วยงานของรัฐ ที่ควรเป็นผู้ดำเนินการดังกล่าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของธรรมชาติก็หนีไม่พ้นครับ กรมประมงนี่ล่ะ แต่นอกจากนั้นยังรวมไปถึงกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งด้วย เพราะอย่างที่ผมได้เรียนไปตั้งแต่ต้นว่าข้อมูลปรากฏว่าปลาหมอคางดำระบาดอยู่ตามชายฝั่ง น้ำกร่อย รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดต่าง ๆ ด้วยที่ได้รับผลกระทบ เพราะว่ากฎหมายสามารถ ที่จะให้เราในฐานะของรัฐไปเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทเอกชนได้ทั้งหมด ปัญหาก็คือว่า สรุปแล้วความเสียหายมันเท่าไรกันแน่ เมื่อสักครู่นี้มีรายงานจากสถาบันที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ออกมาแค่ตำบลเดียวที่ชี้ชัด แต่ความเสียหายนั้นก็ยังเป็นความเสียหายแค่ ในเฉพาะหมู่ของเกษตรกรเท่านั้น ยังไม่รวมถึงความเสียหายในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพ ปริมาณสัตว์น้ำ สายพันธุ์ของสัตว์น้ำ รวมถึงหญ้าทะเล ต่าง ๆ ด้วย ยังไม่ได้มีการประเมินความเสียหายออกมา และยังไม่มีการดำเนินการทาง กฎหมายต่อบริษัทเอกชนหรือผู้หนึ่งผู้ใดที่อาจจะต้องรับผิดชอบหรือไม่จากหน่วยงาน ของรัฐเลย ดังนั้นคณะอนุกรรมาธิการเลยเห็นว่ากระทรวงต่าง ๆ ควรจะบูรณาการแล้วก็เร่ง ดำเนินการแก้ไขปัญหาฟื้นฟูและเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของปลาหมอ คางดำอย่างเป็นระบบ ส่วนถัดไปผมขออนุญาตเชิญผู้ชี้แจงท่านอื่นได้ชี้แจงในลำดับถัดไป ในส่วนของผมเท่านี้ครับ ขอเชิญท่านรองประธานคณะอนุกรรมาธิการท่านณัฐชาครับ