ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ หารือเรื่องการตรวจเงินแผ่นดิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้จ่ายเงินภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างจริงจัง โดยเฉพาะโครงการที่มีผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ เช่น โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล และเรียกร้องการตรวจสอบและแก้ไขปัญหานี้เพื่อป้องกันการใช้จ่ายงบประมาณโดยสิ้นเปลือง
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนภาคใต้ วันนี้ก็ขออนุญาตอภิปรายสั้น ๆ ครับไม่ยาว เกี่ยวกับนโยบาย การตรวจเงินแผ่นดิน ก่อนอื่นก็ต้องให้กำลังใจว่าการตรวจเงินแผ่นดินของท่านในอดีต ที่ผ่านมา แล้วก็ในอนาคตนี่ผมคิดว่าสามารถที่จะให้การใช้จ่ายเงินในทุกหน่วยงานภาครัฐ มีประสิทธิภาพ ประสบการณ์ของผมที่เคยถูก สตง. ตรวจสมัยรับราชการเมื่ออยู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเราถูกตรวจสอบถี่มากครับ แต่ว่าเวลาที่เรามาสัมผัสงานนอกเหนือจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งไปเจอข้าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคนี่ ผมมีความรู้สึกว่าเรากำลังถูกความเหลื่อมล้ำหรือเลือกปฏิบัติครับท่านประธาน เพราะว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีข่าวออกมาเรื่อยเลยว่ามีการทุจริตเยอะมาก ซึ่งจริง ๆ แล้ว มูลค่าความเสียหายน้อยกว่าหน่วยงานราชการส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคเสียอีก มีทั้งงานวิจัย รองรับ มีทั้งข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ซึ่งถ้าเทียบกันจริง ๆ แล้ว อปท. นี่มีเยอะ เพราะฉะนั้น รูปแบบการทุจริตก็อาจจะเกิดมาก แต่มูลค่าความเสียหายราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค มากกว่านั้นอีก อย่างไรก็ตามผมตรวจสอบนโยบายของท่านหลายอย่างครับเป็นสิ่งที่ดี ก็ชื่นชมแล้วก็ให้กำลังใจท่านนะครับ แต่ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติท่านทราบไหมครับ ข้าราชการบางคนอย่างผมนี่เคยประสบด้วยตัวเองไปทำตราประทับในตำแหน่งหน้าที่ การงานเบิกงบหลวง ตราประทับผมไม่ได้เอากลับบ้านไปใช้นะครับ แต่ถูกเรียกเงินคืน เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นครับ เพราะว่าถ้าเราเอาไปใช้ส่วนตัวนี่ใช่ แต่ถ้าใช้ในระบบราชการเอง แล้วก็ใช้ที่ทำงานนี่แปลว่าดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือข้าราชการใช้ไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากท่านว่าเรื่องนโยบายที่ท่านให้ไปช่วยดูเรื่องการใช้ดุลยพินิจของ เจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติหน้างานด้วย
ถัดมาก็ต้องบอกว่าการตรวจสอบโครงการของรัฐที่ท่านนำเสนอในเอกสาร หน้าที่ ๓ โดยเฉพาะการตรวจสอบโครงการผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ กระทบ ต่อประชาชน โดยเฉพาะการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่อ่าวไทยและอันดามัน ผมอาจจะมี ความเห็นที่แตกต่างจากเพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นอภิปรายเมื่อสักครู่ เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมา ผมลุกขึ้นอภิปรายเรื่องนี้ เรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณเรื่องนี้ว่ามันไม่คุ้มค่า มันมีการจ้าง ที่ปรึกษาซ้ำ ๆ กัน ผมฝาก สตง. ไปตรวจหน่อยเถอะครับว่าทำไมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือกรมโยธาธิการและผังเมืองเวลาจัดซื้อจัดจ้างโครงการป้องกันการ กัดเซาะชายฝั่งทะเลถึงมีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ตลอดกันหลายปีที่ผ่านมา มันเกิดอะไรขึ้น มันผูกขาดไหม มันโปร่งใสไหม มันเกิดอะไรขึ้น และที่สำคัญโครงการ การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งผมต้องย้อนไปที่รายงานการศึกษาของสภาผู้แทนชุดนี้ก็มี ผมอยู่ในกรรมาธิการวิสามัญชุดที่ผ่านมา ข้อมูลรายละเอียดบอกชัดว่าหลายอย่างนี้มันไม่ได้ เกิดจากการทำลายธรรมชาติอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงการของรัฐเองที่ใช้งบประมาณไปทำ ไปสร้าง และเกิดผลกระทบต่อเนื่องเป็น Domino ทำให้ชายหาดพังต่อเนื่องเพราะโครงการ ของรัฐ เพราะฉะนั้นต้องฝากท่าน สตง. ว่าถ้ามีการตั้งโครงการรูปแบบลักษณะนี้ขึ้นมา และมีตัวอย่างที่หาดม่วงงาม จังหวัดสงขลา ศาลปกครองก็สั่งเพิกถอนให้กรมโยธาธิการและ ผังเมืองรื้อโครงสร้างที่ใช้เงินงบประมาณของรัฐไปแล้ว แปลว่าไม่เกิดผลเลยในการป้องกัน แล้วเรื่องนี้ทำให้ใช้จ่ายงบประมาณโดยสิ้นเปลืองและไม่ควรเกิดขึ้นอีก ส่วนผลกระทบที่ บอกว่ากัดเซาะกันต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ นี้ท่านต้องดูในรายละเอียดด้วยว่ามนุษย์ไปรุกราน สันทรายชายหาดด้วยหรือเปล่า ไปก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใกล้ชายหาดมากเกินไปหรือเปล่า ไม่เว้นระยะห่างหรือเปล่า มันก็เลยเกิดการกัดเซาะ แล้วก็ไปอ้างว่านี่พื้นที่เราเสียหายเข้าไป ไปสร้างถนนริมชายหาดมากเกินไปหรือเปล่า ไปก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยไม่เป็นไปตาม ระเบียบ กติกา กฎระเบียบของกรมโยธาธิการและผังเมืองต้องห่างจากระยะชายฝั่ง ๓๐ เมตร ๖๐ เมตร จริงหรือเปล่า เรื่องแบบนี้เป็นสิ่งสำคัญจึงต้องฝากทาง สตง. ว่า การตรวจสอบของท่านจะได้ประโยชน์มากมาย การใช้งบประมาณผมเข้าใจว่าท้องถิ่นบางที่ พอเห็นความเสียหายเกิดขึ้นก็รีบของบประมาณเพราะเกินศักยภาพ ไปขอผ่านกรมโยธาธิการ และผังเมือง แล้วโยธาธิการก็พยายามจะสร้างงบประมาณตัวนี้ แต่ผมเข้าใจว่า ณ วันนี้ นโยบายของกรมเองเรื่องโยธาธิการและผังเมือง เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง เขารู้แล้วว่าสร้างขึ้นมา ไม่มีประโยชน์ มีแต่ทำลายชายหาดมากกว่าเดิม อันนี้ต้องฝาก สตง. มองหลาย ๆ มุม เพราะว่า เราเจอประเด็นปัญหาแบบนี้มาแล้วทำให้เสียงบประมาณโดยใช่เหตุครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ