ประเสริฐ จันทรรวงทอง ระบุว่ารัฐบาลได้จัดการประชุมหลายครั้งและมีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยยืนยันว่าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้อนุมัติงบกลางกว่า 600 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนงบประมาณตามข้อกังวลของสมาชิกสภา ประเสริฐ จันทรรวงทอง อธิบายแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยแบ่งเป็นกรณีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ถ่ายโอนภารกิจป้องกันควบคุมไฟป่าให้ท้องถิ่น งบประมาณ ๑๒๒ ล้านบาท และจัดชุดเฝ้าระวังจากคนในท้องถิ่น รวมถึงโครงการอบรมผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑,๗๐๐ คน ในเขตภาคเหนือ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ พร้อมระบุว่ากำลังจัดทำแผนป้องกันและควบคุมไฟป่าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อปท. มีอำนาจจัดทำแผนงาน ระบบแจ้งเตือน อาสาสมัคร ประเสริฐ จันทรรวงทอง หารือมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเน้นย้ำให้องค์กรปกครอง
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามสดในสภาโดยท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมเรียน ท่านสมาชิกว่ารัฐบาลนี้มีความห่วงใย แล้วก็ได้มีการจัดการประชุมหลายครั้งในหลาย หน่วยงาน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเองได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนะครับ ในการประชุม คณะรัฐมนตรีทุกครั้งท่านได้หยิบยกประเด็นนี้มาแล้วก็มีข้อสั่งการตลอด แล้วก็หลายข้อ สั่งการนั้นได้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งผมจะขออนุญาตได้นำเรียนดังนี้นะครับ คำถามที่ท่านได้ กรุณาถามมาเรื่องงบประมาณ จริง ๆ แล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเราได้อนุมัติงบกลางไป ๖๐๐ กว่าล้านบาทตามที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านมีความห่วงใยก็คือว่าในการจัดสรรในอนาคตในปีต่อ ๆ ไป ในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจะมีแนวทางอย่างไร ผมขออธิบายอย่างนี้นะครับว่า ในกรณีที่ ท่านถามมาว่าเรื่องของไฟไหม้ป่า การจัดการกับไฟป่า การป้องกันและการแก้ไขปัญหา ไฟป่ามีอยู่ ๒ กรณี ในกรณีที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติจะเป็นการถ่ายโอนภารกิจจากกรมป่าไม้ มีแนวทางในการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนสำหรับภารกิจป้องกันและควบคุมไฟป่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและจัดชุดเฝ้าระวัง ซึ่งเราได้ดูถึงว่าชุดเฝ้าระวังนี้ควรจะเป็นคน ในท้องถิ่นที่ช่วยกันดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการลาดตระเวน การดับไฟป่าในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยง จากผลการดำเนินงานเรื่องป่าสงวน เป็นการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป สำหรับภารกิจป้องกันและควบคุมไฟป่าให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยง จำนวน ๙๐ แห่ง งบประมาณ ๑๒๒ ล้านบาท แล้วก็ยังมีการจัดโครงการอบรมเสริมสร้าง การแก้ไขปัญหาด้านไฟฟ้าหมอกควัน PM2.5 เป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึง ๔ รุ่นด้วยกัน ให้กับผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ๑๗ จังหวัดในเขตภาคเหนือ ในจำนวนทั้งสิ้น ๑,๗๐๐ กว่าคน สำหรับการดำเนินการในระยะถัดไปกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ร่วมกับกรมป่าไม้ กรมควบคุมมลพิษ ปภ. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปจัดทำแผนป้องกัน และควบคุมไฟป่าให้มีประสิทธิภาพนะครับ
ในกรณีที่ ๒ ก็คือพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ก็ได้มีประกาศคณะกรรมการการกระจาย อำนาจให้ อปท. เรื่องการกำหนดกิจการอื่นใดที่เป็นประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ในพื้นที่ที่เป็นอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของการจัดทำแผน แผนงาน แผนปฏิบัติการ ระบบแจ้งเตือน อาสาสมัคร และเครื่องมืออื่น ๆ ขณะนี้ผลการดำเนินการ ดำเนินการไปแล้ว ๑๙ องค์กรท้องถิ่น ในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการประสบภัย เรื่อง PM2.5 แล้วก็ขณะนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็มีการสำรวจพื้นที่ เพิ่มเติม
ผมขออนุญาตได้พูดไปถึงเรื่องมาตรการที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่อในเรื่องนี้ ขณะนี้ท่านบอกว่าให้งบกลางไปแล้ว แล้วปีต่อ ๆ ไปจะทำอย่างไร ต้องเรียนว่าขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยเองได้มีข้อสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นก็ได้ให้นโยบายในฐานะที่กำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลายเรื่องด้วยกัน ผมขออนุญาตได้นำเรียนท่านสมาชิกดังนี้นะครับ ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทุกแห่งสามารถจัดทำแผนดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็ก PM2.5 ได้อย่างต่อเนื่อง แล้วก็บรรจุกิจกรรมโครงการที่เกี่ยวข้องในแผนพัฒนา ท้องถิ่นเพื่อตั้งงบประมาณ ตรงนี้คิดว่าเป็นภารกิจที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นสามารถ ทำได้ และที่สำคัญนั้นก็คือว่าให้ชี้แจงและแนะนำทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ให้ตระหนักถึงสถานการณ์และอันตรายของฝุ่นขนาดเล็กที่เกิดขึ้น จากนั้นแล้วก็ยังมีอีก หลายมาตราในเรื่องการประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อ สุขภาพของพี่น้องประชาชน การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กับผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข นอกจากนั้นแล้วยังมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ท่านได้พูดถึงเรื่องปัญหาการเผาไหม้ ท่านพูดเรื่องมันลดลงหรือไม่ ต้องเรียนว่าในเรื่องนี้ได้มีนโยบายในการบูรณาการกับ หลายหน่วยงาน ผมขออนุญาตเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมมีการงดรับซื้ออ้อยไฟไหม้ ห้ามรับซื้ออ้อยที่เผาเกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้อ้อยที่เกิดจากการเผาลดลง เดิม ๒๗ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ตัวเลขลดลงจากนโยบายของ กระทรวงอุตสาหกรรมเหลือแค่ ๑๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และที่ผ่านมานี้เราได้มีมาตรการ อย่างเข้มงวด ใครไม่ปฏิบัติตามเราได้มีการจัดการอย่างเด็ดขาด ที่ผ่านมานี้ได้มีการปิด โรงงานในเขตจังหวัดภาคอีสานโรงงานหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วยังมีอีกหลาย ๆ มาตรการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมาตรการในการงดเว้นสิทธิเกษตรกรที่เผาไร่ ที่เผานา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดสิทธิความช่วยเหลือ จริง ๆ มีอยู่หลายกระทรวง ผมจะพูดเฉพาะตัวเลขที่ท่านพูดว่าการเผาไหม้ลดลงหรือไม่ แม้กระทั่งใน กทม. เองก็ยังมีมาตรการหลายอย่างในเรื่องของการขอความร่วมมือเรื่องฝุ่น ท่อไอเสีย ละอองไอเสียที่เกิดจากรถ เป็นการควบคุมในเขต อย่างเช่น การห้ามรถหกล้อ เข้าไปในพื้นที่เขตที่มีฝุ่นมาก แล้วก็มีการจัด Campaign ต่าง ๆ มีการจัดให้มีห้องเรียน ปลอดฝุ่น ปัญหาของ กทม. อย่างหนึ่งก็คือว่าจังหวัดรอบปริมณฑลซึ่งบางพื้นที่มีการเกษตร แล้วก็มีการเผาบางส่วน ก็จะมีฝุ่นละอองที่อาจจะปลิวเข้ามาในเขตกรุงเทพมหานครนะครับ ซึ่งมีการติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ในเรื่องของ GISTDA ที่ท่านกรุณาได้แนะนำมานะครับว่าในภาพถ่าย ดาวเทียม จริง ๆ แล้วเราใช้ประกอบกัน เราใช้ประกอบกันทั้ง GISTDA ทั้งกรมควบคุมมลพิษ ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ทาง กระทรวงมหาดไทยเองได้มีการจัดการประชุมทุกวันเลยนะครับ โดยให้ ปภ. เป็นหน่วย ปฏิบัติแล้วทำหน้าที่มอนิเตอร์ในเรื่องนี้อย่างเกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนให้กับ พี่น้องประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อไป ผมขออนุญาตได้ตอบคำถามแรกให้ท่าน สมาชิกได้รับทราบ ขอขอบคุณครับ